A1

Frequency & Time Adverbs

Avverbi di Frequenza e Tempo

คำวิเศษณ์บอกความถี่และเวลาในภาษาอิตาลี

ภาพรวม

คำวิเศษณ์บอกความถี่ (avverbi di frequenza) และ คำวิเศษณ์บอกเวลา (avverbi di tempo) ในภาษาอิตาลีเป็นคำสำคัญที่ใช้บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนและเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เทียบได้กับ "always", "never", "today", "tomorrow" ในภาษาอังกฤษ และถูกใช้บ่อยมากในการสนทนาประจำวัน

คำวิเศษณ์บอกความถี่ได้แก่ sempre (เสมอ), spesso (บ่อย), qualche volta (บางครั้ง), raramente (นาน ๆ ครั้ง), mai (ไม่เคย) เป็นต้น คำวิเศษณ์บอกเวลาได้แก่ oggi (วันนี้), domani (พรุ่งนี้), ieri (เมื่อวาน), ora / adesso (ตอนนี้), poi (หลังจากนั้น), prima (ก่อน), dopo (ทีหลัง) เป็นต้น

ภาษาไทยก็มีคำวิเศษณ์อย่าง "เสมอ", "บางครั้ง", "วันนี้", "พรุ่งนี้" เช่นกัน ดังนั้นแนวคิดนี้ไม่น่าแปลกใหม่สำหรับคุณ อย่างไรก็ตาม ภาษาอิตาลีมีกฎเฉพาะเกี่ยวกับตำแหน่งของคำวิเศษณ์และการใช้ในประโยคปฏิเสธที่ควรทำความเข้าใจ เมื่อเรียนรู้คำวิเศษณ์เหล่านี้ในระดับ A1 แล้ว คุณจะสามารถพูดเกี่ยวกับชีวิตประจำวันและนิสัยของตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีการใช้งาน

คำวิเศษณ์บอกความถี่

เรียงลำดับจากความถี่มากไปน้อย:

ภาษาอิตาลี ภาษาไทย ระดับความถี่
sempre เสมอ, ตลอดเวลา 100%
spesso บ่อย, บ่อย ๆ 70-80%
di solito โดยปกติ, ตามปกติ 60-70%
qualche volta บางครั้ง, บางที 30-40%
raramente นาน ๆ ครั้ง, แทบไม่เคย 10-20%
mai ไม่เคย (ในประโยคปฏิเสธ) 0%

คำวิเศษณ์บอกเวลา

ภาษาอิตาลี ภาษาไทย จุดสำคัญ
oggi วันนี้ หมายถึงวันปัจจุบัน
domani พรุ่งนี้ หมายถึงวันถัดไป
ieri เมื่อวาน หมายถึงวันก่อนหน้า
ora / adesso ตอนนี้, เดี๋ยวนี้ ความหมายเกือบเหมือนกัน ใช้แทนกันได้
poi หลังจากนั้น, แล้วก็ แสดงลำดับเวลา
prima ก่อน, ก่อนอื่น แสดงลำดับเวลา
dopo ทีหลัง, ภายหลัง แสดงลำดับเวลา

กฎตำแหน่งของคำวิเศษณ์

ตำแหน่งของคำวิเศษณ์ในภาษาอิตาลีมีรูปแบบพื้นฐานดังนี้:

  1. คำวิเศษณ์บอกความถี่ -- มักวางหลังกริยา

    • Mangio sempre la pasta. (ฉันกินพาสต้าเสมอ)
    • Vado spesso al cinema. (ฉันไปดูหนังบ่อย)
  2. คำวิเศษณ์บอกเวลา -- มักวางที่ต้นประโยคหรือท้ายประโยค

    • Oggi studio italiano. (วันนี้ฉันเรียนภาษาอิตาลี)
    • Studio italiano oggi. (ฉันเรียนภาษาอิตาลีวันนี้)
  3. prima / poi / dopo -- มีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อวางที่ต้นประโยคเพื่อแสดงลำดับ

    • Prima mangio, poi studio. (ก่อนอื่นฉันกิน แล้วก็เรียน)

โครงสร้าง "non...mai"

mai (ไม่เคย) เมื่อใช้ในประโยคปฏิเสธ ต้องใช้ร่วมกับ non โดยกริยาอยู่ตรงกลาง

  • Non mangio mai carne. (ฉันไม่เคยกินเนื้อ)
  • Non vado mai in discoteca. (ฉันไม่เคยไปดิสโก้)

โครงสร้างนี้แตกต่างจาก "never" ในภาษาอังกฤษเพราะเป็นรูปปฏิเสธซ้อน คล้ายกับ "ไม่เคย...เลย" ในภาษาไทย ถ้าลืม non ความหมายจะเปลี่ยน จึงต้องระวัง

อย่างไรก็ตาม เมื่อ mai ใช้ในคำถาม ไม่ต้องมี non:

  • Mai mangiato sushi? (เคยกินซูชิไหม?) -- สำนวนพูดทั่วไป

ตัวอย่างในบริบท

ภาษาอิตาลี คำแปลภาษาไทย หมายเหตุ
Vado sempre al bar. ฉันไปบาร์เสมอ คำวิเศษณ์บอกความถี่หลังกริยา
Non mangio mai carne. ฉันไม่เคยกินเนื้อ โครงสร้าง non...mai
Prima mangio, poi studio. ก่อนอื่นฉันกิน แล้วก็เรียน คำวิเศษณ์แสดงลำดับ
Spesso leggo un libro la sera. ฉันอ่านหนังสือตอนเย็นบ่อย ๆ วางที่ต้นประโยคได้
Oggi non lavoro. วันนี้ฉันไม่ทำงาน คำวิเศษณ์บอกเวลาที่ต้นประโยค
Arrivo domani mattina. ฉันมาถึงพรุ่งนี้เช้า คำวิเศษณ์บอกเวลาที่ท้ายประโยค
Ieri ho mangiato la pizza. เมื่อวานฉันกินพิซซ่า บอกเหตุการณ์ในอดีต
Adesso studio, dopo esco. ตอนนี้ฉันเรียน ทีหลังฉันออกไป เปรียบเทียบเวลา
Marco va raramente a teatro. มาร์โกแทบไม่เคยไปดูละคร ความถี่ต่ำ
Di solito mi sveglio alle sette. ตามปกติฉันตื่นตอน 7 โมง แสดงนิสัย
Qualche volta cucino io. บางครั้งฉันทำอาหารเอง คำวิเศษณ์บอกความถี่ที่ต้นประโยค
Lavoro ora, parlo dopo. ตอนนี้ฉันทำงาน ทีหลังค่อยคุย เปรียบเทียบ ora กับ dopo

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ลืม "non" เมื่อใช้ "mai"

  • ผิด: Mangio mai la carne.
  • ถูก: Non mangio mai la carne.
  • เหตุผล: ในประโยคปฏิเสธต้องมีทั้ง non และ mai หากขาด non ประโยคจะผิดไวยากรณ์

วางคำวิเศษณ์บอกความถี่หน้ากริยา

  • ผิด: Sempre vado al bar.
  • ถูก: Vado sempre al bar.
  • เหตุผล: คำวิเศษณ์บอกความถี่มักวางหลังกริยา การวางที่ต้นประโยคก็ได้ (เพื่อเน้น) แต่ผู้เรียนเริ่มต้นควรฝึกวางหลังกริยาก่อน

คิดว่า "ora" กับ "adesso" มีความหมายต่างกัน

  • ผิด: พยายามแยกความหมาย ora กับ adesso จนสับสน
  • ถูก: ora กับ adesso มีความหมายเกือบเหมือนกันและใช้แทนกันได้ในการสนทนาประจำวัน
  • เหตุผล: ทั้งสองคำแปลว่า "ตอนนี้" และแทบไม่มีความแตกต่าง ใช้คำไหนก็ถูกทั้งนั้น

สับสนลำดับ "prima" กับ "dopo"

  • ผิด: Dopo mangio, prima studio. (ทีหลังฉันกิน ก่อนฉันเรียน?)
  • ถูก: Prima mangio, poi studio. (ก่อนอื่นฉันกิน แล้วก็เรียน)
  • เหตุผล: prima แปลว่า "ก่อน", dopo/poi แปลว่า "ทีหลัง/แล้วก็" ใช้ตามลำดับเวลาที่ถูกต้อง

ใช้ "mai" ในประโยคบอกเล่าโดยหมายถึง "เสมอ"

  • ผิด: Mai mangio la pasta. (ตั้งใจจะพูดว่า "ฉันกินพาสต้าเสมอ")
  • ถูก: Sempre mangio la pasta. หรือ Mangio sempre la pasta.
  • เหตุผล: mai แปลว่า "ไม่เคย" ส่วน "เสมอ" คือ sempre ทั้งสองคำมีความหมายตรงข้ามกัน ระวังอย่าสับสน

เคล็ดลับการฝึกฝน

  1. บอกกิจวัตรประจำวันด้วยคำวิเศษณ์: ลองเขียนประโยคเกี่ยวกับนิสัยประจำวันโดยใช้คำวิเศษณ์บอกความถี่ เช่น "Mangio sempre la colazione alle otto." (ฉันกินอาหารเช้าเสมอตอน 8 โมง) เมื่อนำไปใช้กับชีวิตจริงของตัวเอง จะจำได้ง่ายขึ้น

  2. เล่าเรื่องวันหนึ่งด้วย "prima...poi": ลองบรรยายกิจกรรมตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนโดยใช้คำวิเศษณ์แสดงลำดับ เช่น "Prima mi sveglio, poi faccio colazione, dopo vado al lavoro..." วิธีนี้จะช่วยให้คำวิเศษณ์บอกเวลาติดปากอย่างเป็นธรรมชาติ

  3. ฝึกโครงสร้าง "non...mai": ลองนึกถึงสิ่งที่คุณไม่เคยทำ แล้วเขียนเป็นประโยค เช่น "Non bevo mai il caffe." (ฉันไม่เคยดื่มกาแฟ) วิธีนี้จะช่วยให้คุณจำรูปแบบประโยคปฏิเสธได้แม่น

หัวข้อไวยากรณ์ที่เกี่ยวข้อง

Concepts that build on this

More A1 concepts

Want to practice Frequency & Time Adverbs and more Italian grammar? Create a free account to study with spaced repetition.

Get Started Free