การใช้ er แทนสิ่งที่นับในภาษาดัตช์
Er (Partitief)
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนผังไวยากรณ์ภาษาดัตช์บน Settemila Lingue
สรุปสั้น ๆ
เมื่อพูดถึงสิ่งใดไว้แล้วและต้องการบอกเพียงจำนวน ภาษาดัตช์ใช้ er ช่วยแทนสิ่งที่ไม่พูดซ้ำ เช่น Hoeveel boeken heb je? — Ik heb er vijf. แปลว่า “คุณมีหนังสือกี่เล่ม — ฉันมีห้าเล่ม” ภาษาไทยตอบด้วยจำนวนและลักษณนามได้ แต่ในประโยคดัตช์เต็มรูปแบบเช่นนี้ต้องมี er ด้วย คำนี้ไม่เปลี่ยนรูปตามจำนวน และใช้ได้ทั้งกับสิ่งของและคน
ภาพรวม
ลองนึกถึงตอนซื้อขนม เพื่อนถามว่าเอากี่ชิ้น ภาษาไทยตอบว่า “เอาสองชิ้น” ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำว่า “ขนม” อีก ภาษาดัตช์ก็ไม่ชอบพูดชื่อสิ่งเดิมซ้ำ แต่มีคำเล็ก ๆ เข้ามาช่วยเชื่อมจำนวนกลับไปหาสิ่งที่กำลังคุยกัน นั่นคือ er ในประโยค Ik wil er twee. หรือ “ฉันเอาสองชิ้น”
การใช้แบบนี้เรียกว่า partitief er หมายถึง er ที่อ้างถึงสิ่งซึ่งเรากำลังบอกจำนวนหรือปริมาณ ไม่ใช่ er ที่แปลว่า “ที่นั่น” และไม่ใช่ er ที่เพียงใช้เปิดประโยคว่า “มี…” แม้หน้าตาของคำจะเหมือนกันทั้งหมด หัวข้อนี้มักเริ่มเรียนในระดับ A2 เพราะใช้บ่อยมากในการซื้อของ พูดถึงสมาชิกในครอบครัว บอกจำนวนของที่เหลือ และตอบคำถามว่า “กี่…”
สำหรับผู้เรียนชาวไทย จุดที่ต้องปรับไม่ใช่ความหมายของจำนวน แต่เป็นวิธีสร้างประโยค ภาษาไทยใช้ลักษณนาม เช่น เล่ม ชิ้น คน หลังจำนวน ส่วน er ไม่ใช่ลักษณนามและไม่ได้แปลว่า “เล่ม” หรือ “ชิ้น” โดยตรง ให้มองว่าเป็นเครื่องหมายสั้น ๆ ว่า จำนวนนี้นับสิ่งที่เรารู้กันอยู่แล้ว แล้วค่อยเรียนตำแหน่งของมันในประโยค
หลักการใช้และตำแหน่งในประโยค
1. รู้ก่อนว่ากำลังนับอะไร แล้วจึงแทนด้วย er
คำนาม คือคำเรียกคน สัตว์ สิ่งของ หรือสิ่งที่พูดถึง เช่น boeken “หนังสือหลายเล่ม” เมื่อคำนามปรากฏชัดแล้ว เราสามารถไม่พูดซ้ำ โดยใช้ er ร่วมกับจำนวนแทนได้
- Ik heb vijf boeken. — ฉันมีหนังสือห้าเล่ม
- Ik heb er vijf. — ฉันมีห้าเล่ม
ประโยคที่สองเหมาะเมื่อคนฟังรู้อยู่แล้วว่ากำลังพูดถึงหนังสือ อาจรู้จากประโยคก่อนหน้า หรือเห็นกองหนังสืออยู่ตรงหน้า ไม่จำเป็นต้องมีคำนามอยู่ในประโยคก่อนหน้าทุกครั้ง แต่ต้องมีบริบทให้เข้าใจว่า er อ้างถึงอะไร
อาจช่วยนึกความหมายคร่าว ๆ ว่า “ในจำนวนสิ่งนั้น” หรือ “ของที่พูดถึงนั้น” อย่างไรก็ตาม ไม่ควรแปล er แยกเป็นคำไทยทุกครั้ง เพราะประโยคไทยที่เป็นธรรมชาติมักไม่ต้องมีคำตรงกัน
2. จำนวนยังอยู่ ชื่อสิ่งที่นับไม่ต้องซ้ำ
การใช้ er แบบนี้ไม่ได้แทนทั้งกลุ่มคำทั้งหมด มันช่วยอ้างถึงชนิดของสิ่งที่นับ ส่วนข้อมูลจำนวนยังต้องบอกไว้ เปรียบเทียบดังนี้
| รูปประโยคดัตช์ | ความหมายภาษาไทย | สิ่งที่ควรสังเกต |
|---|---|---|
| Ik koop twee broodjes. | ฉันซื้อขนมปังก้อนเล็กสองชิ้น | บอกทั้งจำนวนและชื่อสิ่งที่ซื้อ |
| Ik koop er twee. | ฉันซื้อสองชิ้น | ไม่พูดชื่อสิ่งที่ซื้อซ้ำ แต่คงจำนวนไว้ |
| Ik koop ze. | ฉันซื้อพวกนั้น | อ้างถึงของกลุ่มที่ระบุไว้ ไม่ได้บอกว่าเลือกซื้อกี่ชิ้น |
ze ในตัวอย่างสุดท้ายเป็นคำแทนคนหรือสิ่งของที่รู้ว่าหมายถึงกลุ่มไหน ส่วน er twee เน้นจำนวนสองชิ้นจากสิ่งชนิดที่กำลังพูดถึง จึงไม่ใช่คำที่สลับกันได้ทุกกรณี
3. ใช้ได้กับทั้งตัวเลขและคำบอกปริมาณ
ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเลขที่แน่นอนอย่าง twee “สอง” หรือ vijf “ห้า” เท่านั้น คำบอกปริมาณหลายคำก็ใช้ในรูปแบบเดียวกันได้
| ตัวอย่างดัตช์ | ความหมายภาษาไทย | คำบอกปริมาณ |
|---|---|---|
| Ik heb er één. | ฉันมีอยู่หนึ่งอัน | één เน้นว่าหนึ่ง |
| Ik heb er een paar. | ฉันมีอยู่สองสามอัน | een paar บอกจำนวนเล็กน้อยโดยประมาณ |
| Ik heb er veel. | ฉันมีอยู่หลายอัน | veel บอกว่ามาก |
| Ik heb er weinig. | ฉันมีอยู่ไม่กี่อัน | weinig บอกว่าน้อย |
| Ik heb er genoeg. | ฉันมีพอแล้ว | genoeg บอกว่าเพียงพอ |
| Ik heb er geen. | ฉันไม่มีเลยสักอัน | geen บอกจำนวนเป็นศูนย์ |
ตัวอย่างข้างต้นสมมติว่ากำลังพูดถึงของที่นับเป็นชิ้นได้ หากพูดถึงคนก็ใช้โครงสร้างเดียวกัน แต่คำแปลไทยต้องเปลี่ยนตามบริบท เช่น “มีเพื่อนอยู่ไม่กี่คน” ไม่ใช่ “ไม่กี่อัน”
คำอย่าง nog “ยัง/อีก” และ maar “แค่” เพิ่มรายละเอียดให้จำนวนได้ เช่น Ik heb er nog twee. “ฉันยังมีอีกสองอัน” และ Ik heb er maar één. “ฉันมีแค่อันเดียว”
4. วาง er ไว้ส่วนต้นของช่วงกลางประโยค
กริยา คือคำที่บอกการกระทำหรือสภาพ เช่น heb “มี” และ wil “ต้องการ” ในประโยคบอกเล่าพื้นฐานที่ขึ้นต้นด้วยผู้กระทำ er มักอยู่หลังกริยาที่เปลี่ยนรูปตามผู้พูดหรือผู้ทำกริยา แล้วจึงตามด้วยจำนวน
- Ik heb er drie. — ฉันมีสามอัน
- Zij hebben er drie. — พวกเขามีสามคน เช่น เมื่อพูดถึงลูก
- Ik wil er twee kopen. — ฉันอยากซื้อสองอัน
- Ik heb er gisteren twee gekocht. — เมื่อวานฉันซื้อไปสองอัน
สองตัวอย่างหลังแสดงว่า er ไม่จำเป็นต้องติดกับจำนวนเสมอไป อาจมีคำบอกเวลา เช่น gisteren “เมื่อวาน” หรือคำอื่นอยู่ระหว่างกลางได้ ส่วนกริยาอีกตัวอาจอยู่ท้ายประโยค อย่าพยายามสร้างกฎว่า er ต้องอยู่หน้าตัวเลขทันทีในทุกประโยค
เมื่อประโยคขึ้นต้นด้วยเวลา เช่น Vandaag “วันนี้” ผู้กระทำจะอยู่หลังกริยา และ er อยู่ถัดมาได้ตามปกติ
- Vandaag koop ik er twee. — วันนี้ฉันจะซื้อสองอัน
ประธาน คือส่วนที่บอกว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ทำกริยาหรืออยู่ในสภาพนั้น ในตัวอย่างนี้ ik เป็นประธาน ส่วน er ไม่ใช่ประธานแทน “ฉัน”
5. ใช้ er ในคำถามเรื่องจำนวนด้วย
ถ้าระบุสิ่งที่นับอยู่แล้วในคำถาม ก็ไม่ต้องเติม er เพื่อแทนสิ่งนั้นซ้ำ
- Hoeveel boeken heb je? — คุณมีหนังสือกี่เล่ม
แต่ถ้าไม่เอ่ยชื่อสิ่งที่นับและอาศัยบริบท ให้ใช้ er
- Hoeveel heb je er? — คุณมีกี่เล่ม
- Hoeveel wil je er? — คุณจะเอากี่ชิ้น
- Heb je er twee? — คุณมีสองอันหรือเปล่า
ในภาษาไทย “คุณมีกี่เล่ม” มีลักษณนามช่วยชี้ว่ากำลังถามถึงของประเภทไหน ส่วนในภาษาดัตช์ er ช่วยโยงคำถามกลับไปหาสิ่งที่พูดถึง แต่ไม่ได้แบ่งชนิดของสิ่งของแบบลักษณนามไทย
6. ปฏิเสธว่าไม่มีสักอันด้วย er geen
ถ้าจะตอบว่าไม่มีสิ่งนั้นเลย รูปแบบพื้นฐานคือ er geen ไม่ใช่เติม niet ลงในประโยคบอกจำนวนแบบตรงตัว
- Heb je nog kaartjes? — Nee, ik heb er geen meer. — คุณยังมีตั๋วเหลือไหม — ไม่ เหลือสักใบก็ไม่มีแล้ว
- Wil je er één? — Nee, ik wil er geen. — เอาสักชิ้นไหม — ไม่ ฉันไม่เอาเลย
geen ใช้ปฏิเสธจำนวนของสิ่งที่พูดถึง ส่วน geen meer หมายถึง “ไม่…อีกแล้ว/ไม่เหลือแล้ว” สำหรับระดับเริ่มต้น ให้จำ Ik heb er geen. และ Ik heb er geen meer. เป็นวลีทั้งชุดก่อน
ตัวอย่างในสถานการณ์จริง
ในตารางนี้ คำแปลไทยเลือกใช้ลักษณนามให้เข้ากับสถานการณ์ ไม่ได้หมายความว่า er มีคำแปลตายตัวหลายแบบ อ่านคู่คำถาม–คำตอบด้วยกันเพื่อดูว่า er อ้างถึงอะไร
| ภาษาดัตช์ | ภาษาไทย | จุดสังเกต |
|---|---|---|
| Hoeveel boeken heb je? Ik heb er vijf. | คุณมีหนังสือกี่เล่ม ฉันมีห้าเล่ม | er อ้างถึงหนังสือ |
| Zijn er nog koekjes? Er zijn er nog een paar. | ยังมีคุกกี้เหลือไหม ยังเหลืออีกสองสามชิ้น | er สองตำแหน่งทำหน้าที่ต่างกัน |
| Ik wil er twee. | ฉันเอาสองชิ้น | ใช้เมื่อรู้กันว่ากำลังเลือกอะไร |
| Hoeveel kinderen hebben zij? Zij hebben er drie. | พวกเขามีลูกกี่คน พวกเขามีสามคน | er ใช้กับคนได้ด้วย |
| Hoeveel eieren heb je nodig? Ik heb er zes nodig. | คุณต้องใช้ไข่กี่ฟอง ฉันต้องใช้หกฟอง | ใช้กับวลีบอกความจำเป็น |
| Die broodjes zien er lekker uit. Ik neem er twee. | ขนมปังก้อนเล็กพวกนั้นดูน่าอร่อย ฉันเอาสองชิ้น | er ในประโยคหลังบอกจำนวน ส่วนในประโยคแรกเป็นส่วนหนึ่งของวลี zien er … uit |
| Heb je genoeg stoelen? Nee, ik heb er maar vier. | คุณมีเก้าอี้พอไหม ไม่ ฉันมีแค่สี่ตัว | maar เน้นว่าน้อยกว่าที่ต้องการ |
| We hebben tien glazen, maar we gebruiken er maar zes. | เรามีแก้วสิบใบ แต่เราใช้แค่หกใบ | จำนวนที่ใช้ไม่จำเป็นต้องเท่ากับจำนวนทั้งหมด |
| Wil je nog koekjes? Nee, ik heb er al drie gegeten. | จะกินคุกกี้อีกไหม ไม่ ฉันกินไปสามชิ้นแล้ว | er อยู่ก่อน al และจำนวน |
| Hoeveel kaartjes wilt u? Ik wil er graag twee. | คุณต้องการตั๋วกี่ใบ ขอสองใบค่ะ/ครับ | ใช้ได้ในบทสนทนาสุภาพ |
| Heb je nog batterijen? Ik heb er geen meer. | คุณยังมีถ่านเหลือไหม ฉันไม่มีเหลือแล้ว | geen meer บอกว่าไม่เหลือ |
| Hoeveel fouten staan er in de tekst? Er staan er nog twee in. | ในข้อความมีข้อผิดพลาดกี่จุด ยังมีอีกสองจุด | มีทั้งการบอกจำนวนและคำที่อ้างถึงข้อความ |
| Hoeveel appels koop je? Vandaag koop ik er vijf. | คุณจะซื้อแอปเปิลกี่ลูก วันนี้ฉันจะซื้อห้าลูก | เมื่อเริ่มด้วยเวลา ik อยู่หลังกริยา |
| Ik weet dat ze er drie heeft. | ฉันรู้ว่าเธอมีสามอัน | ในส่วนที่ตามหลัง dat กริยาอยู่ท้าย |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
1. ตอบเป็นประโยคเต็มแต่ลืม er
- ไม่ถูกในความหมายนี้: Hoeveel boeken heb je? — Ik heb vijf.
- ถูก: Hoeveel boeken heb je? — Ik heb er vijf.
- เหตุผล: เมื่อเอาคำว่า boeken ออกและใช้จำนวนแทนในประโยคเต็มแบบนี้ ต้องมี er ช่วยอ้างกลับ ภาษาไทยพูดว่า “มีห้าเล่ม” ได้ง่ายจึงทำให้เผลอลืมคำนี้
ถ้าตอบสั้นเพียง Vijf. “ห้าเล่ม” ย่อมทำได้ ความต่างอยู่ที่คำตอบสั้นกับประโยคเต็ม ไม่ใช่ว่าได้ยินตัวเลขครั้งใดต้องมี er ทุกครั้ง
2. เก็บชื่อสิ่งที่นับไว้แล้วยังเติม er ซ้ำ
- ไม่ถูกสำหรับการใช้ er แทนจำนวน: Ik heb er drie boeken.
- ถูก: Ik heb drie boeken. หรือ Ik heb er drie.
- เหตุผล: ถ้า er ทำหน้าที่แทนหนังสือที่ไม่พูดซ้ำ ก็ไม่ควรใส่ boeken กลับเข้าไปในตำแหน่งเดิม เลือกว่าจะพูดชื่อสิ่งนั้นหรืออาศัยบริบท
อย่างไรก็ตาม ประโยคอย่าง Er liggen drie boeken op tafel. “มีหนังสือสามเล่มวางอยู่บนโต๊ะ” ถูกต้อง เพราะ er ในประโยคนั้นทำหน้าที่เปิดประโยคว่ามีสิ่งใดอยู่ ไม่ได้แทน boeken
3. วาง er หลังจำนวนตามลำดับคำไทย
- ไม่ถูก: Ik wil twee er.
- ถูก: Ik wil er twee.
- เหตุผล: er ไม่ใช่ลักษณนาม จึงไม่วางหลังจำนวนแบบ “สองชิ้น” ให้ฝึกจำเป็นช่วงเสียง wil er twee หรือ heb er drie
4. ใช้ ze แทน er โดยไม่ดูความหมาย
- ไม่ถูกเมื่อหมายถึงจำนวนสองชิ้น: Ik koop ze twee.
- ถูก: Ik koop er twee. — ฉันซื้อสองชิ้น
- อีกความหมายหนึ่งที่ถูก: Ik koop ze. — ฉันซื้อพวกนั้น
- เหตุผล: ze แทนสิ่งที่ระบุว่าเป็นกลุ่มไหน ส่วน er ร่วมกับจำนวนใช้บอกว่าจะนับหรือเลือกกี่ชิ้น ไม่ใช่การแทนคำแบบเดียวกัน
5. คิดว่าใช้ er ได้เฉพาะกับสิ่งของ
- ไม่ถูกในความหมายนี้: Hoeveel kinderen hebben ze? — Ze hebben twee.
- ถูก: Hoeveel kinderen hebben ze? — Ze hebben er twee.
- เหตุผล: er แบบบอกจำนวนใช้กับคนได้ด้วย ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ของพวกเขา” แต่ช่วยแทนคำว่า kinderen ที่ไม่กล่าวซ้ำ
6. เติม niet เพื่อบอกว่าไม่มีเลย
- ไม่ถูกในความหมายว่าไม่มีสักอัน: Ik heb er niet.
- ถูก: Ik heb er geen.
- เหตุผล: ความหมาย “ศูนย์อัน” ใช้ geen ส่วน niet ใช้ได้ในโครงสร้างอื่น เช่น Ik heb er niet twee, maar drie. “ฉันไม่ได้มีสองอัน แต่มีสามอัน” ซึ่งปฏิเสธจำนวนสอง ไม่ได้บอกว่าไม่มีเลย
ข้อสังเกตในการใช้จริง
ใช้ได้ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน
er แบบนี้เป็นภาษาดัตช์มาตรฐาน ไม่ใช่คำย่อของภาษาพูด และไม่ต้องเปลี่ยนเป็นคำยาวขึ้นเพื่อให้สุภาพ ความสุภาพขึ้นอยู่กับคำอื่น เช่น u และ wilt ใน Hoeveel wilt u er? “คุณต้องการกี่ชิ้น” หรือการใช้ graag ใน Ik wil er graag twee. “ขอสองชิ้นค่ะ/ครับ”
er มักออกเสียงเบาและไม่รับน้ำหนักหลักของประโยค ผู้เรียนจึงอาจฟังไม่ทันว่ามีคำนี้อยู่ โดยเฉพาะเมื่ออยู่หลังกริยาหรือคำแทนผู้พูด ลองฟังทั้งวลี ik heb er แทนการรอฟัง er เป็นคำโดด ๆ ถ้าต้องการเน้นว่า “สอง ไม่ใช่สาม” ให้เน้นจำนวน ไม่ใช่เน้น er
คำตอบสั้นไม่เหมือนการละ er ในประโยคเต็ม
เมื่อพนักงานถาม Hoeveel wilt u er? สามารถตอบว่า Twee, graag. “สองชิ้นค่ะ/ครับ” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าจะตอบเป็นประโยคเต็ม ให้ใช้ Ik wil er twee. ไม่ใช่ยกคำตอบสั้นมาใส่หลัง ik wil แล้วตัด er ทิ้ง
จำนวนกับลักษณนามไม่ตรงกันทีละคำ
ดัตช์ไม่มีระบบลักษณนามแบบไทย แต่มีคำนามบอกหน่วย เช่น een fles water “น้ำหนึ่งขวด” หรือ een kop koffie “กาแฟหนึ่งถ้วย” เมื่อบริบทชัดว่ากำลังนับขวดหรือถ้วย ก็ใช้ Ik neem er twee. “ฉันเอาสองขวด/สองถ้วย” ได้
อย่าใช้วิธีแปลโดยหาคำดัตช์แทน “ใบ เล่ม ชิ้น” ทุกครั้ง ให้ถามตัวเองก่อนว่ากำลังเอ่ยชื่อสิ่งที่นับอยู่หรือไม่ ถ้าไม่ได้เอ่ยและกำลังสร้างประโยคเต็มบอกจำนวน รูปแบบ er ร่วมกับจำนวนมักเป็นคำตอบที่ต้องการ
ต่อยอดสำหรับผู้ที่พร้อมเรียนลึกขึ้น
ส่วนนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้ให้คล่องทันที ถ้าเพิ่งเริ่ม ให้ยึด Ik heb er drie. และ Hoeveel heb je er? ก่อน ประเด็นต่อไปนี้ช่วยอธิบายประโยคที่อาจเจอภายหลัง โดยไม่ต้องเปลี่ยนกฎพื้นฐาน
1. ทำไมบางประโยคมี er สองครั้ง
พิจารณาบทสนทนานี้
- Zijn er nog koekjes? — ยังมีคุกกี้เหลือไหม
- Er zijn er nog een paar. — ยังเหลืออีกสองสามชิ้น
ในคำตอบ Er ตัวแรกใช้เปิดประโยคที่บอกว่ามีอะไรอยู่ ส่วน er ตัวที่สองอ้างถึงคุกกี้ที่ไม่พูดซ้ำ และทำงานคู่กับ een paar ประโยคจึงมี er สองหน้าที่ ไม่ใช่การพูดซ้ำโดยผิดพลาด
เปรียบเทียบ Er zijn nog een paar koekjes. “ยังมีคุกกี้อีกสองสามชิ้น” กับ Er zijn er nog een paar. “ยังมีอีกสองสามชิ้น” จะเห็นว่าพอไม่พูด koekjes ก็มี er แบบบอกจำนวนเข้ามาช่วย
2. เปลี่ยนตำแหน่งกริยา แต่ er ยังอ้างถึงสิ่งเดิม
อนุประโยค คือส่วนของประโยคที่มีประธานและกริยาของตัวเอง แต่พึ่งข้อความหลัก เช่น ส่วนหลัง dat “ว่า” หรือ omdat “เพราะว่า” ภาษาดัตช์ย้ายกริยาไปช่วงท้ายในโครงสร้างเหล่านี้ แต่ er ยังอยู่ในประโยคและยังทำหน้าที่เดิม
- Ik denk dat hij er twee wil. — ฉันคิดว่าเขาต้องการสองอัน
- Ze is blij omdat ze er genoeg heeft. — เธอดีใจเพราะเธอมีพอแล้ว
อย่าจำเพียงว่า er ต้องอยู่หลังกริยาทุกครั้ง กฎนั้นช่วยกับประโยคหลักพื้นฐาน แต่ไม่ครอบคลุมส่วนที่ขึ้นต้นด้วย dat หรือ omdat
3. er แบบบอกจำนวนต่างจาก er van
ความหมายของ er แบบนี้เกี่ยวข้องกับการอ้างถึงสิ่งในกลุ่ม จึงอาจนึกเชื่อมกับ van die boeken “จากหนังสือพวกนั้น” ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งต้องใส่ van ตามหลัง er
- Ik heb er drie. — ฉันมีสามเล่ม เมื่อพูดถึงหนังสือ
- Van die tien boeken heb ik er drie gelezen. — ในหนังสือสิบเล่มนั้น ฉันอ่านไปแล้วสามเล่ม
ประโยคที่สองระบุกลุ่มทั้งหมดไว้ชัด ส่วน er drie บอกจำนวนที่อ่านแล้วจากกลุ่มนั้น
แต่อีกประโยคหนึ่งอย่าง Ik houd ervan. “ฉันชอบสิ่งนั้น” ใช้ ervan เพราะวลี houden van ต้องมี van ไม่ใช่เพราะกำลังนับจำนวน คำที่หน้าตาคล้ายกันจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ในกฎเดียวกัน ค่อยเรียนเรื่อง er กับคำเชื่อมอย่าง van, op และ in แยกอีกขั้นหนึ่ง
4. ของที่นับไม่ได้ไม่ได้ใช้กฎเดียวกันทุกกรณี
คำนามนับไม่ได้ คือสิ่งที่มักพูดถึงเป็นเนื้อสารหรือปริมาณ เช่น น้ำ กาแฟ หรือเงิน แทนที่จะนับเป็นชิ้นตรง ๆ กฎสำหรับ er ที่เรียนในบทนี้ชัดที่สุดกับของที่นับเป็นจำนวนได้
- Heb je veel boeken? — Ja, ik heb er veel. — คุณมีหนังสือเยอะไหม — ใช่ ฉันมีหลายเล่ม
- Drink je veel koffie? — Ja, ik drink veel. — คุณดื่มกาแฟเยอะไหม — ใช่ ฉันดื่มเยอะ
ในตัวอย่างที่สอง เมื่อบริบทชัด ไม่จำเป็นต้องใส่ er ตามแบบหนังสือเสมอไป หากต้องการพูดให้ชัดว่า “จากกาแฟนั้น” อาจใช้ Ik drink er veel van. “ฉันดื่มกาแฟนั้นมาก” ซึ่งเป็นอีกโครงสร้างหนึ่ง
ถ้าระบุหน่วยแล้ว เช่น kopjes koffie “กาแฟหลายถ้วย” ก็กลับมานับหน่วยได้ตามปกติ: Hoeveel kopjes koffie drink je per dag? — Ik drink er twee. “คุณดื่มกาแฟวันละกี่ถ้วย — ฉันดื่มสองถ้วย” จุดสำคัญคือกำลังนับถ้วย ไม่ใช่เพียงพูดว่าดื่มกาแฟมากหรือน้อย
5. ถ้าต้องการระบุว่า “สองคนไหน” อาจใช้รูปอื่น
เมื่อบอกจำนวนเฉย ๆ ใช้ Ik ken er twee. “ฉันรู้จักสองคน” ได้ แต่ถ้าจะเน้นสมาชิกจากกลุ่มที่ระบุไว้โดยชัดเจน อาจพูดว่า Ik ken twee van hen. “ฉันรู้จักสองคนในกลุ่มพวกเขา”
รูป twee van hen ระบุกลุ่มคนด้วยคำว่า hen ส่วน er ใช้การอ้างอิงที่เบากว่าและพึ่งบริบทมากกว่า จึงไม่ควรมองว่า er ใช้แทนคำว่า “ของพวกเขา” ได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องเน้นหรือเปรียบเทียบว่ามาจากกลุ่มใด
วิธีฝึกให้ใช้ได้คล่อง
1. ฝึกเปลี่ยนจากชื่อสิ่งของเป็น er
เขียนประโยคเต็มสามประโยค แล้วเปลี่ยนเป็นคำตอบที่ไม่พูดคำนามซ้ำ เช่น Ik heb vier pennen. “ฉันมีปากกาสี่ด้าม” เปลี่ยนเป็น Ik heb er vier. “ฉันมีสี่ด้าม” ทำซ้ำกับหนังสือ เก้าอี้ และตั๋ว โดยอ่านออกเสียงทั้งประโยค ไม่ใช่อ่านเฉพาะ er
ลองเปลี่ยนจำนวนเป็น een paar, genoeg และ geen ด้วย จะได้ฝึกทั้ง “สองสามอัน” “พอแล้ว” และ “ไม่มีสักอัน” โดยไม่ต้องเรียนโครงสร้างใหม่ทุกครั้ง
2. ฝึกถามสองแบบแล้วตอบให้ครบ
ใช้สิ่งของจริงบนโต๊ะ ถามครั้งแรกแบบมีชื่อสิ่งของ เช่น Hoeveel pennen heb je? “คุณมีปากกากี่ด้าม” แล้วถามซ้ำแบบ Hoeveel heb je er? “คุณมีกี่ด้าม” ตอบเป็นประโยคเต็ม Ik heb er drie. “ฉันมีสามด้าม” จากนั้นค่อยฝึกตอบสั้น Drie. “สามด้าม” เพื่อแยกให้ได้ว่าคำตอบแบบใดต้องมี er
เมื่อคล่องแล้ว ลองเริ่มด้วย Vandaag “วันนี้” หรือใช้ Ik denk dat… “ฉันคิดว่า…” เพื่อฝึกย้ายกริยาโดยไม่ทำ er หาย
3. ฟังแยกหน้าที่ ไม่ใช่แค่นับจำนวนคำว่า er
เลือกบทสนทนาสั้นเกี่ยวกับร้านอาหารหรือซื้อของ จดประโยคที่มี er แล้วถามว่า “คำนี้ใช้บอกว่ามีอะไร ใช้บอกสถานที่ หรือใช้คู่กับจำนวน” เริ่มจากประโยคง่าย แล้วลองอธิบาย Er zijn er nog een paar. ว่า er แต่ละตัวทำอะไรได้ด้วยคำของตัวเอง
ก่อนจบการฝึก ให้ตรวจสามข้อ: คนฟังรู้หรือไม่ว่ากำลังนับอะไร จำนวนยังอยู่หรือไม่ และถ้าสร้างประโยคเต็มโดยไม่พูดชื่อสิ่งที่นับ ได้ใส่ er แล้วหรือยัง
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
- พื้นฐานก่อนบทนี้: การใช้ er เปิดประโยคว่ามีสิ่งใดอยู่ — ช่วยแยก er ในประโยคบอกการมีอยู่ ออกจาก er ที่ใช้กับจำนวน
- เรียนต่อเมื่อพร้อม: ระบบการใช้ er อย่างครบถ้วน — เชื่อมการบอกจำนวน สถานที่ การใช้ร่วมกับคำเชื่อม และกรณีที่หลายหน้าที่พบกันในประโยคเดียว