A1

การใช้ er เพื่อบอกว่ามีในภาษาดัตช์

Er (Inleidend)

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนผังไวยากรณ์ภาษาดัตช์บน Settemila Lingue

สรุปสั้น ๆ

เมื่อต้องการบอกว่า “มี...” เพื่อแนะนำคน สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ภาษาดัตช์มักใช้ er + กริยา + สิ่งที่มี เช่น Er is een probleem. — “มีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง” ใช้ is เมื่อสิ่งที่มีเป็นเอกพจน์ และ zijn เมื่อเป็นพหูพจน์ เช่น Er zijn veel mensen. — “มีคนอยู่มากมาย” คำว่า er ในหน้าที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ที่นั่น” และยังใช้ร่วมกับกริยาอื่นได้ เช่น Er staat een man bij de deur. — “มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงประตู”

ภาพรวม

ลองนึกถึงเวลาที่เดินเข้าห้องแล้วบอกว่า “มีเก้าอี้ว่างหนึ่งตัว” หรือโทรถามว่า “มีใครอยู่บ้านไหม” เราไม่ได้เริ่มจากเก้าอี้หรือคนที่ผู้ฟังรู้จักอยู่แล้ว แต่กำลังบอกให้ผู้ฟังรับรู้ว่ามีบางคนหรือบางสิ่งอยู่ ภาษาดัตช์มีคำสั้น ๆ คือ er มาช่วยเปิดประโยคแบบนี้ เป็นรูปแบบพื้นฐานที่พบตั้งแต่ระดับ A1 ทั้งในการถามทาง ซื้อของ นัดหมาย และเล่าเหตุการณ์รอบตัว

ภาษาไทยใช้คำว่า “มี” ได้โดยไม่ต้องมีคำเปิดประโยคอีกคำ เช่น “มีปัญหา” จึงไม่ควรพยายามแปล er แยกเป็นคำไทยทุกครั้ง ให้จำเป็นชุดว่า er is / er zijn ใช้สื่อว่า “มี...” ส่วน een probleem ใน Er is een probleem. คือประธานที่แท้จริงในแง่การเลือกกริยา ประธานหมายถึงคนหรือสิ่งที่ประโยคกำลังกล่าวถึง แม้ในประโยคชนิดนี้จะอยู่หลังกริยาก็ตาม

สิ่งที่ผู้เรียนไทยต้องฝึกเพิ่มมีสองอย่าง คือดูว่าสิ่งที่มีเป็นหนึ่งสิ่งหรือหลายสิ่งเพื่อเลือกกริยา และจัดตำแหน่ง er ให้ถูกเมื่อเปลี่ยนประโยคบอกเล่าเป็นคำถาม อย่าเพิ่งจำว่า er ต้องอยู่ต้นประโยคเสมอ หน้าที่ของมันสำคัญกว่าตำแหน่งที่มองเห็น

รูปประโยคและหลักการใช้

1. เริ่มจาก er is และ er zijn

คำว่า zijn เป็นกริยา หรือคำที่บอกการกระทำ สภาพ หรือความเป็นอยู่ ในที่นี้ใช้บอกว่ามีบางสิ่งอยู่ รูปที่ต้องจำก่อนคือ is และ zijn ซึ่งเปลี่ยนตามประธาน ไม่ได้เปลี่ยนตาม er

สิ่งที่กล่าวถึง ภาษาดัตช์ ความหมาย
เอกพจน์ คือคนเดียวหรือสิ่งเดียว Er is een probleem. มีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง
พหูพจน์ คือหลายคนหรือหลายสิ่ง Er zijn twee problemen. มีปัญหาอยู่สองเรื่อง
สิ่งที่ไม่ได้นับเป็นชิ้นในประโยคนี้ Er is water. มีน้ำอยู่
หลายคน แม้ไม่มีตัวเลขกำกับ Er zijn veel mensen. มีคนอยู่มากมาย

ใน Er zijn twee problemen. คำว่า twee problemen บอกจำนวนหลายเรื่อง จึงใช้ zijn ไม่ใช่ is ส่วน Er is veel werk. — “มีงานมาก” ใช้ is เพราะ werk ในความหมายนี้เป็นคำนามนับไม่ได้ คำนามคือคำเรียกคน สิ่งของ สถานที่ หรือสิ่งที่นึกคิดได้ และคำนามนับไม่ได้คือคำที่ในบริบทนั้นไม่ได้มองแยกเป็นหน่วย ๆ

ดังนั้น อย่าใช้คำไทยว่า “มาก” เป็นตัวตัดสินว่าจะต้องเป็นพหูพจน์เสมอไป เปรียบเทียบ veel mensen — “คนมาก” กับ veel water — “น้ำมาก” ต้องดูชนิดและรูปของคำนามดัตช์ที่ตามมาด้วย

2. สิ่งที่ตามมามักเป็นข้อมูลใหม่และไม่ชี้เฉพาะ

รูปแบบนี้มักใช้กับกลุ่มคำที่ยังไม่ได้ชี้ว่าคือคนไหนหรือสิ่งไหนแน่นอน เช่น

  • een man — ผู้ชายคนหนึ่ง
  • twee fietsen — จักรยานสองคัน
  • veel mensen — คนมากมาย
  • water — น้ำ
  • iemand — ใครบางคน
  • niemand — ไม่มีใคร

คำว่า “ไม่ชี้เฉพาะ” ไม่ได้หมายความว่าคนพูดไม่รู้ว่ากำลังพูดถึงอะไร แต่หมายถึงวิธีนำเสนอข้อมูล เช่น เห็นจักรยานคันหนึ่งหน้าบ้านแล้วบอกว่า Er staat een fiets voor het huis. — “มีจักรยานคันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน” ผู้ฟังยังไม่จำเป็นต้องรู้ว่าคันไหนมาก่อน

เมื่อพูดถึงสิ่งที่รู้กันแล้ว มักนำสิ่งนั้นขึ้นเป็นประธานตรง ๆ เช่น De fiets staat voor het huis. — “จักรยานคันนั้นจอดอยู่หน้าบ้าน” คำว่า de ในที่นี้ช่วยชี้ว่ากำลังพูดถึงจักรยานที่ระบุได้ ไม่ได้แนะนำว่ามีจักรยานอยู่เป็นครั้งแรก ความต่างจึงอยู่ที่ “กำลังเปิดตัวสิ่งใหม่” หรือ “กำลังบอกข้อมูลของสิ่งที่รู้จักแล้ว” ไม่ใช่แค่แปลเป็นไทยแล้วมีคำว่า “อยู่” เหมือนกัน

3. ไม่จำเป็นต้องใช้แค่ is หรือ zijn

ภาษาดัตช์มักระบุด้วยว่าสิ่งที่มีอยู่นั้นวางอยู่ ยืนอยู่ หรือนั่งอยู่แบบไหน แทนที่จะใช้คำบอกว่ามีอย่างเดียว รูปแบบยังคงเป็น er + กริยา + สิ่งที่กล่าวถึง

ภาษาดัตช์ ความหมาย จุดสังเกต
Er staat een man bij de deur. มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงประตู ใช้กริยาที่สื่อการยืน
Er staan twee fietsen buiten. มีจักรยานสองคันจอดอยู่ข้างนอก กริยาเป็นพหูพจน์ตามจักรยานสองคัน
Er ligt een brief op tafel. มีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ สื่อการวางอยู่ในแนวราบ
Er zitten drie mensen in de wachtkamer. มีคนนั่งอยู่ในห้องรอสามคน บอกลักษณะว่านั่งอยู่
Er komt een bus. มีรถเมล์กำลังมาคันหนึ่ง แนะนำสิ่งที่กำลังเข้ามาในสถานการณ์

ไม่ต้องตีความ staan ว่า “ยืนด้วยขา” เสมอไป เพราะภาษาดัตช์ใช้กริยานี้กับสิ่งของหลายชนิดด้วย เช่น จักรยานที่จอดอยู่ สำหรับผู้เริ่มต้น ให้เก็บเป็นชุดคำตามสถานการณ์ เช่น “จดหมายวางอยู่บนโต๊ะ” และ “จักรยานจอดอยู่ข้างนอก” จะใช้ได้คล่องกว่าการแปลคำว่า “อยู่” เป็นกริยาเดียวทุกครั้ง

4. ลำดับคำในประโยคบอกเล่าและคำถาม

ในประโยคบอกเล่าหลัก กริยาที่เปลี่ยนรูปตามประธานและเวลามักอยู่เป็นส่วนที่สองของประโยค คำว่า “ส่วน” อาจเป็นกลุ่มคำหลายคำ ไม่ใช่นับคำศัพท์ทีละคำ

รูปแบบ ภาษาดัตช์ ความหมาย
เริ่มด้วยคำเปิดประโยค Er is een winkel in deze straat. มีร้านอยู่ร้านหนึ่งบนถนนสายนี้
เริ่มด้วยกลุ่มคำบอกเวลา Vandaag is er een markt. วันนี้มีตลาด
ถามว่ามีหรือไม่ Is er een winkel in deze straat? ถนนสายนี้มีร้านไหม
ถามถึงจำนวน Hoeveel winkels zijn er in deze straat? ถนนสายนี้มีร้านกี่ร้าน

เมื่อเริ่มด้วย Vandaag — “วันนี้” กริยา is จึงมาก่อน er เป็น Vandaag is er... ไม่ใช่เอาโครงสร้าง Er is... ทั้งชุดไปต่อท้ายคำบอกเวลา

คำถามที่คาดคำตอบว่าใช่หรือไม่ให้วางกริยาไว้ก่อน เช่น Is er iemand thuis? — “มีใครอยู่บ้านไหม” ส่วนคำถามที่ถามจำนวนให้ขึ้นต้นด้วย Hoeveel — “เท่าไร/กี่...” เช่น Hoeveel mensen zijn er? — “มีคนกี่คน” ในทั้งสองกรณี er ยังอยู่ แม้ไม่ได้อยู่ต้นประโยค

5. บอกว่าไม่มีด้วย geen หรือ niemand

เมื่อต้องการบอกว่าไม่มีคนหรือสิ่งของ มักใช้ geen หน้าคำนาม หรือใช้ niemand เมื่อหมายถึงไม่มีใคร

  • Er is geen probleem. — ไม่มีปัญหา
  • Er zijn geen vrije stoelen. — ไม่มีเก้าอี้ว่าง
  • Er is niemand thuis. — ไม่มีใครอยู่บ้าน

คำว่า geen เป็นคำปฏิเสธที่ใช้กับคำนามไม่ชี้เฉพาะ ในรูปแบบพื้นฐานนี้จึงแทน een ได้ เช่น จาก een probleem เป็น geen probleem อย่าใส่ een ซ้ำหลัง geen

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าประโยคที่มี er จะห้ามใช้ niet คำว่า niet ใช้ปฏิเสธส่วนอื่นได้ เช่น Er is vandaag niet veel verkeer. — “วันนี้รถบนถนนไม่มาก” ต่างจาก Er is geen verkeer. — “ไม่มีรถสัญจรเลย” เลือกตามสิ่งที่ต้องการปฏิเสธ ไม่ใช่เลือกจากการเห็นคำว่า er เพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างในสถานการณ์จริง

ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้ได้ทั้งเวลาบอกสิ่งที่พบ ถามหาสิ่งที่ต้องการ และเล่าเรื่องในชีวิตประจำวัน ลองมองคำหลังคำกริยาว่าเป็นหนึ่งสิ่ง หลายสิ่ง หรือสิ่งที่ไม่ได้นับแยกเป็นชิ้น

ภาษาดัตช์ ความหมายภาษาไทย ข้อสังเกต
Er is een probleem met de verwarming. ระบบทำความร้อนมีปัญหาอย่างหนึ่ง แนะนำปัญหาที่ยังไม่ได้กล่าวถึง
Er zijn veel mensen op het station. ที่สถานีมีคนอยู่มากมาย คนหลายคนจึงใช้กริยาพหูพจน์
Er staat een man bij de deur. มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงประตู บอกทั้งการมีอยู่และลักษณะการยืน
Is er iemand thuis? มีใครอยู่บ้านไหม คำถามเริ่มด้วยกริยา
Er is nog koffie. ยังมีกาแฟอยู่ กาแฟในที่นี้ไม่ได้นับเป็นถ้วย
Zijn er nog kaartjes voor vanavond? ยังมีตั๋วสำหรับคืนนี้ไหม ตั๋วเป็นพหูพจน์
Er ligt een sleutel op de grond. มีกุญแจดอกหนึ่งตกอยู่บนพื้น ใช้กริยาบอกการวางอยู่ในแนวราบ
Er zitten twee kinderen op de bank. มีเด็กสองคนนั่งอยู่บนโซฟา กริยาเปลี่ยนตามเด็กสองคน
Er komt morgen een monteur. พรุ่งนี้จะมีช่างมาคนหนึ่ง ใช้กริยาบอกการมา ไม่ใช่แค่บอกว่ามี
Er zijn geen vrije tafels meer. ไม่มีโต๊ะว่างเหลือแล้ว ปฏิเสธด้วยคำหน้าคำนาม
Er is niemand bij de receptie. ไม่มีใครอยู่ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ แม้ไม่มีใครก็ยังใช้กริยาเอกพจน์
Hoeveel kamers zijn er in het appartement? ในอพาร์ตเมนต์มีห้องกี่ห้อง ถามจำนวนห้อง

ภาษาไทยอาจใช้โครงสร้าง “ระบบทำความร้อนมีปัญหา” หรือ “ที่สถานีมีคนมาก” เพื่อให้เป็นธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องเลียนลำดับคำดัตช์ในคำแปล แต่เวลาแต่งประโยคดัตช์ให้กลับไปดูหน้าที่ของแต่ละส่วน ไม่ใช่แปลจากซ้ายไปขวาตามภาษาไทย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

1. ใช้ is กับสิ่งที่มีหลายสิ่ง

  • ผิด: Er is twee stoelen in de keuken.
  • ถูก: Er zijn twee stoelen in de keuken. — ในครัวมีเก้าอี้สองตัว
  • เหตุผล: เลือกกริยาตาม twee stoelen ซึ่งเป็นพหูพจน์ ไม่ใช่ตาม er ภาษาไทยไม่เปลี่ยนรูปคำว่า “มี” ตามจำนวน จึงควรตรวจส่วนนี้ทุกครั้งก่อนจบประโยค

2. เปลี่ยนเป็นคำถามแล้วลืม er

  • ผิดในคำถามทั่วไปแบบนี้: Is iemand thuis?
  • รูปมาตรฐานที่ควรฝึก: Is er iemand thuis? — มีใครอยู่บ้านไหม
  • เหตุผล: เมื่อตั้งใจถามว่ามีใครอยู่หรือไม่ ให้เก็บ er ไว้แล้วสลับกริยามาข้างหน้า การไม่ใช้ er อาจพบได้ในบริบทหรือการเน้นบางแบบ แต่ไม่ใช่แม่แบบที่ควรเริ่มฝึกสำหรับคำถามนี้

3. วางกริยาช้าไปเมื่อเริ่มด้วยคำบอกเวลา

  • ผิด: Vandaag er is een markt.
  • ถูก: Vandaag is er een markt. — วันนี้มีตลาด
  • เหตุผล: Vandaag เป็นส่วนแรกไปแล้ว กริยา is จึงต้องตามมาเป็นส่วนที่สอง ต่างจากภาษาไทยที่อาจเติม “วันนี้” ไว้หน้าประโยคเดิมได้โดยไม่เปลี่ยนอะไร

4. ใช้ niet een โดยตั้งใจบอกว่าไม่มีเลย

  • ไม่เหมาะกับความหมายว่าไม่มีปัญหาทั่วไป: Er is niet een probleem.
  • ควรใช้: Er is geen probleem. — ไม่มีปัญหา
  • เหตุผล: การปฏิเสธคำนามไม่ชี้เฉพาะแบบธรรมดาใช้ geen ส่วน niet één อาจใช้ในบริบทเน้นจำนวน เช่น “ไม่ใช่แค่หนึ่ง” จึงไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนกันได้ทุกกรณี

5. คิดว่า er หมายถึงที่นั่น จึงใส่ซ้ำโดยไม่จำเป็น

  • ผิดในโครงสร้างนี้: Er is er een probleem.
  • ถูก: Er is een probleem. — มีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง
  • ถ้าต้องการระบุสถานที่: Er is daar een probleem. — ที่นั่นมีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง
  • เหตุผล: er ตัวเปิดประโยคไม่ได้ระบุตำแหน่งว่า “ที่นั่น” ถ้าจำเป็นต้องชี้สถานที่ สามารถเพิ่ม daar — “ที่นั่น” ได้ แต่อย่าเติม er ตัวที่สองโดยคิดว่าเป็นคำแปลตรงตัวของสถานที่

ข้อสังเกตในการใช้งาน

ฟังเป็นส่วนของประโยค ไม่ใช่คำที่ต้องเน้น

คำว่า er ที่ทำหน้าที่เปิดประโยคนี้โดยปกติไม่ลงน้ำหนักเสียง ในบทสนทนาอาจฟังสั้นมากจนผู้เริ่มเรียนรู้สึกเหมือนไม่มีคำนี้อยู่ วิธีฝึกที่ช่วยได้คือฟังทั้งชุด er is, er zijn, is er และ zijn er ไม่ใช่รอฟังคำว่า er โดด ๆ

ภาษาเขียนทั่วไปยังเขียน er ตามรูปปกติ ไม่จำเป็นต้องเลียนรูปย่อที่อาจเห็นในข้อความแชต ใช้รูปมาตรฐานได้ทั้งกับคนรู้จัก พนักงานร้านค้า และในข้อความสุภาพ เพราะความสุภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยน er

แยก “มีอยู่” ออกจาก “มีไว้เป็นของตน”

ภาษาไทยใช้ “มี” ได้ทั้งสองความหมาย แต่ภาษาดัตช์ใช้ต่างกัน

  • Er is een fiets in de gang. — มีจักรยานคันหนึ่งอยู่ในโถงทางเดิน
  • Ik heb een fiets. — ฉันมีจักรยานหนึ่งคัน

ประโยคแรกบอกการมีอยู่ในสถานที่ ไม่ได้บอกว่าจักรยานเป็นของใคร ประโยคที่สองใช้ hebben — “มี/ครอบครอง” เพื่อบอกว่าผู้พูดมีจักรยาน อย่าใช้ er is แทนทุกประโยคที่ภาษาไทยมีคำว่า “มี”

ใช้เมื่อมีสิ่งเกิดขึ้นได้ด้วย

โครงสร้างนี้ไม่ได้จำกัดแค่สิ่งของที่วางอยู่ เช่น Er gebeurt iets. — “มีบางอย่างเกิดขึ้น” หรือ Er belt iemand aan. — “มีใครบางคนกดกริ่งหน้าประตู” สิ่งที่เหมือนกันคือการนำคนหรือเหตุการณ์เข้าสู่บทสนทนา ไม่ใช่การแปล er เป็นสถานที่

ต่อยอดจากพื้นฐาน

ส่วนนี้เป็นเรื่องที่จะพบภายหลัง ยังไม่จำเป็นต้องใช้ได้ทั้งหมดในระดับเริ่มต้น หากเพิ่งเริ่มเรียน ให้ยึด er is / er zijn การเลือกเอกพจน์–พหูพจน์ และรูปคำถามให้คล่องก่อน

1. บางครั้งไม่มี er ก็เป็นธรรมชาติ

เมื่อมีคำบอกสถานที่อยู่ต้นประโยค คำนั้นอาจช่วยจัดฉากและเปิดทางให้ข้อมูลใหม่ได้ เช่น

  • In de tuin staat een boom. — ในสวนมีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่ง
  • In de tuin staat er een boom. — ในสวนมีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่ง

ทั้งสองแบบเป็นไปได้ การมีหรือไม่มี er ขึ้นอยู่กับบริบท น้ำหนักข้อมูล และลีลาการพูด จึงไม่ควรสรุปว่า “ทุกประโยคที่แปลว่ามีต้องใส่ er” ในทางกลับกัน ก็ไม่ควรตัด er ออกจากรูปพื้นฐานอย่าง Er is een probleem. — “มีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง” ตามใจชอบ เพราะจะทำให้โครงสร้างเปลี่ยนไป

2. กลุ่มคำชี้เฉพาะไม่ได้เป็นข้อห้ามตายตัว

กฎเริ่มต้นว่า “ใช้กับสิ่งที่ไม่ชี้เฉพาะ” มีประโยชน์มาก แต่เป็นแนวโน้มของการจัดข้อมูล ไม่ใช่ข้อห้ามทุกบริบท โดยเฉพาะเวลายกสิ่งที่มีอยู่แล้วมาพิจารณาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง อาจพบประโยคเช่น Er is ook nog de trein. — “ยังมีทางเลือกนั่งรถไฟอีกนะ” แม้ de trein จะเป็นกลุ่มคำชี้เฉพาะ

ประโยคนี้ไม่ได้แนะนำรถไฟคันหนึ่งในสถานที่ แต่ยก “การเดินทางด้วยรถไฟ” ขึ้นมาเป็นตัวเลือก สำหรับผู้เริ่มต้น อย่านำข้อยกเว้นนี้ไปใช้เป็นแม่แบบทั่วไป ถ้าจะบอกตำแหน่งของรถไฟที่กำลังพูดถึง ให้พูดตรง ๆ เช่น De trein staat op spoor vier. — “รถไฟอยู่ที่รางสี่”

3. เวลาในอดีตและกริยาหลายตัว

หน้าที่ของ er ไม่ได้เปลี่ยนไปเมื่อเล่าอดีต เพียงเปลี่ยนรูปกริยา เช่น

  • Er was gisteren een storing. — เมื่อวานมีเหตุขัดข้องอย่างหนึ่ง
  • Er waren gisteren veel bezoekers. — เมื่อวานมีผู้มาเยือนมากมาย
  • Er heeft iemand gebeld. — มีใครบางคนโทรมาแล้ว
  • Er moet een oplossing zijn. — ต้องมีวิธีแก้สักทาง

was ใช้กับเอกพจน์ ส่วน waren ใช้กับพหูพจน์ ในประโยคที่มีกริยาหลายตัว กริยาที่ผันรูปจะอยู่ตำแหน่งต้น ๆ ตามกฎของประโยคหลัก ส่วนกริยาที่เหลืออาจอยู่ท้ายประโยค จึงไม่จำเป็นที่คำนามข้อมูลใหม่จะอยู่ติดกับกริยาทุกตัว

4. ในประโยคย่อย กริยามักย้ายไปท้าย

ประโยคย่อยคือส่วนที่ต้องอาศัยประโยคอีกส่วนหนึ่ง เช่น ส่วนที่ตามหลังคำว่า “ว่า” ใน “ฉันคิดว่ามีปัญหา” เมื่อใช้ dat — “ว่า” ภาษาดัตช์มักวางกริยาไว้ท้ายประโยคย่อย

  • Ik denk dat er een probleem is. — ฉันคิดว่ามีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง
  • Ik weet niet of er nog kamers zijn. — ฉันไม่รู้ว่ายังมีห้องเหลืออยู่ไหม

er ยังทำหน้าที่เดิม แต่ไม่อยู่ติดกับ is หรือ zijn อีกต่อไป สิ่งนี้แสดงว่าการจำเป็นชุดคำเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่กฎที่ว่าคำสองคำนี้ต้องอยู่ติดกันทุกโครงสร้าง

5. er รูปเดียวกัน แต่ทำหน้าที่อื่นได้

อย่าสรุปหน้าที่จากหน้าตาคำเพียงอย่างเดียว เปรียบเทียบสามประโยคนี้

ภาษาดัตช์ ความหมาย หน้าที่ของคำที่กำลังเรียน
Er zijn drie boeken op tafel. มีหนังสือสามเล่มอยู่บนโต๊ะ เปิดประโยคเพื่อแนะนำสิ่งที่มี
Ik heb er drie. ฉันมีอยู่สามเล่ม ใช้แทนสิ่งที่พูดถึงแล้วเมื่อบอกจำนวน
Ik woon er. ฉันอาศัยอยู่ที่นั่น ใช้แทนสถานที่ที่รู้กันแล้ว

เมื่อรู้จักการใช้บอกจำนวนแล้ว จะพบ Er zijn er nog drie. — “ยังเหลืออยู่อีกสาม...” โดย er ตัวแรกเปิดประโยค ส่วนตัวที่สองแทนสิ่งที่นับซึ่งได้กล่าวถึงแล้ว ในคำแปลไทยต้องเติมหน่วยตามบริบท เช่น สามเล่มหรือสามใบ นี่เป็นกรณีที่ er สองตัวมีหน้าที่คนละอย่าง ไม่เหมือนการเติมซ้ำโดยไม่มีเหตุผล

นอกจากนี้ยังมีรูปอย่าง Er wordt hier veel gefietst. — “แถวนี้ผู้คนปั่นจักรยานกันมาก” เป็นโครงสร้างกรรมวาจกแบบไม่มีประธานผู้กระทำระบุไว้ กรรมวาจกคือการเล่าโดยไม่ยกผู้ทำขึ้นเป็นประธาน ในตัวอย่างนี้ไม่ได้มีคำนามข้อมูลใหม่ตามหลังกริยาเหมือนรูปพื้นฐาน จึงเป็นหัวข้อขั้นต่อไป ไม่ใช่เหตุผลให้เปลี่ยนกฎเริ่มต้นเรื่องการเลือก is และ zijn

วิธีฝึกให้ใช้ได้จริง

  1. สำรวจห้องแล้วพูดสามชนิดประโยค เลือกของหนึ่งชิ้น ของหลายชิ้น และสิ่งที่นับเป็นชิ้นไม่ได้ เช่น Er is een lamp. — “มีโคมไฟหนึ่งดวง”, Er zijn twee stoelen. — “มีเก้าอี้สองตัว” และ Er is water. — “มีน้ำ” จากนั้นลองระบุตำแหน่ง และเปลี่ยนเป็นกริยาที่บอกลักษณะการวางเมื่อเหมาะสม
  2. ฝึกเปลี่ยนรูปโดยคงข้อมูลเดิม เริ่มจาก Er is een kamer vrij. — “มีห้องว่างหนึ่งห้อง” เปลี่ยนเป็น Is er een kamer vrij? — “มีห้องว่างไหม” แล้วตอบว่า Er is geen kamer vrij. — “ไม่มีห้องว่าง” วิธีนี้ช่วยให้จำได้ว่าเปลี่ยนเป็นคำถามหรือปฏิเสธแล้ว er ไม่ได้หายไป
  3. ฟังว่าผู้พูดกำลังเปิดตัวสิ่งใหม่หรือพูดถึงสิ่งเดิม เมื่อพบประโยคที่มี er ให้จดพร้อมคำที่ตามกริยา แล้วเทียบกับประโยคที่เริ่มด้วยสิ่งนั้น เช่น Er staat een fiets buiten. — “มีจักรยานคันหนึ่งจอดอยู่ข้างนอก” กับ De fiets staat buiten. — “จักรยานคันนั้นจอดอยู่ข้างนอก” การฝึกแบบนี้ช่วยให้เลือกโครงสร้างตามสิ่งที่อยากสื่อ ไม่ใช่ตามคำแปล “มี” เพียงคำเดียว

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

  • พื้นฐานที่ควรรู้: กริยา zijn ที่ใช้บอกความเป็นอยู่ — ฝึกเลือกใช้รูปกริยา โดยเฉพาะรูปเอกพจน์และพหูพจน์ที่ต้องใช้ในบทนี้
  • เรียนต่อเรื่องจำนวน: การใช้ er แทนสิ่งที่นับ — เข้าใจประโยคอย่าง “ฉันมีอยู่สามเล่ม” และเหตุใดบางประโยคจึงมีคำนี้สองตำแหน่ง
  • เรียนต่อเรื่องสถานที่: การใช้ er แทนสถานที่ — แยกการหมายถึง “ที่นั่น” ออกจากการเปิดประโยคเพื่อบอกว่ามีบางสิ่ง

ความรู้พื้นฐาน

Het Werkwoord Zijn (กริยา Zijn (เป็น/อยู่/คือ)) ในภาษาดัตช์A1

แนวคิดที่ต่อยอดจากนี้

แนวคิดระดับ A1 อื่นๆ

แนวคิดนี้ในภาษาอื่น

เปรียบเทียบในทุกภาษา