ไวยากรณ์ไทย
สำรวจแนวคิดไวยากรณ์ 80 ข้อ — ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงขั้นสูง
นี่คือแผนผังไวยากรณ์ที่ขับเคลื่อน Settemila Lingue — แต่ละแนวคิดจะกลายเป็นชุดฝึกหัดเฉพาะเรื่องพร้อมแฟลชการ์ดที่สร้างโดย AI
A1 (31)
อักษรไทย เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) อักษรไทยประกอบด้วยพยัญชนะ 44 ตัว สระ 32 รูป และเครื่องหมายวรรณยุกต์ 4 รูป ระบบนี้สัมพันธ์กับชั้นพยัญชนะ ความยาวสระ และการผันวรรณยุกต์ จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการอ่านภาษาไทย
วรรณยุกต์ เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) ภาษาไทยมีเสียงวรรณยุกต์ 5 แบบ ได้แก่ เสียงสามัญ เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี และเสียงจัตวา ความต่างของวรรณยุกต์ทำให้คำที่สะกดคล้ายกันมีความหมายต่างกัน จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการฟังและการพูด
สรรพนามบุคคล เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) สรรพนามบุคคลในภาษาไทยมีหลายรูปตามเพศ ระดับความสุภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง คำที่ใช้บ่อย เช่น ผม ฉัน ดิฉัน คุณ และ เขา ซึ่งต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับบริบท
คำว่า เป็น เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) ภาษาไทยใช้คำว่า เป็น เมื่อต้องบอกอาชีพหรือบอกว่าบุคคลหรือสิ่งหนึ่งเป็นอะไร ใช้ คือ เมื่อต้องให้คำนิยามหรืออธิบายว่าอะไรคืออะไร และใช้ อยู่ เมื่อต้องการบอกตำแหน่งที่ตั้ง โดยไม่ต้องผันกริยาตามประธาน
คำว่า มี เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำว่า มี ใช้ได้ทั้งในความหมายว่ามีบางสิ่งอยู่หรือมีบางคนอยู่ และในความหมายว่าครอบครองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น มีคนมา หรือ ผมมีรถ จึงเป็นคำพื้นฐานที่ใช้บ่อยมากในภาษาไทย
โครงสร้างกริยาพื้นฐาน (โครงสร้างกริยาพื้นฐาน) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) กริยาในภาษาไทยไม่ผันรูปตามประธานหรือกาล เวลาแสดงด้วยบริบทหรือคำช่วย เช่น กำลัง แล้ว และ จะ โดยลำดับคำพื้นฐานคือ ประธาน + กริยา + กรรม
คำคุณศัพท์ทำหน้าที่เป็นกริยา (คำคุณศัพท์) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำคุณศัพท์ในภาษาไทยทำหน้าที่เป็นกริยาบอกสภาพได้ เช่น ร้อน และ ดี และวางตามหลังคำนามในวลี เช่น รถสีแดง
การปฏิเสธ เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) การปฏิเสธในภาษาไทยมักใช้คำว่า ไม่ วางไว้หน้าคำกริยาหรือคำคุณศัพท์ ใช้คำว่า ไม่ใช่ เมื่อต้องปฏิเสธคำนามหรือการบอกว่าอะไรคืออะไร และใช้รูป ยัง...ไม่ เมื่อต้องการสื่อว่ายังไม่เกิดขึ้นหรือยังไม่เสร็จ
การถามคำถาม เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำถามใช่/ไม่ใช่ใช้ ไหม [mǎi] หรือ หรือ [rʉ̌ʉ] ที่ท้ายประโยค คำแสดงคำถาม: อะไร, ใคร, ที่ไหน, เมื่อไหร่, ทำไม, อย่างไร
ลักษณนามเป็นคำที่ใช้ร่วมกับคำนามเมื่อบอกจำนวน ชี้เฉพาะ หรือกล่าวถึงสิ่งของ บุคคล และสัตว์ ในภาษาไทยหัวข้อนี้เป็นพื้นฐานระดับเริ่มต้น ที่ผู้เรียนต้องเจอตั้งแต่ช่วงต้น เพราะการนับสิ่งต่าง ๆ มักต้องมีลักษณนามกำกับ
ตัวเลขและเวลา เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) หัวข้อนี้ครอบคลุมการนับเลข 0-100 การใช้เลขไทย ๐-๙ ควบคู่กับเลขอารบิกที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการบอกเวลา การถามว่ากี่โมง และการใช้คำที่เกี่ยวกับราคาและสกุลเงินบาท
คำลงท้าย เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำลงท้ายประโยคอย่าง ครับ ค่ะ และ คะ ใช้เพื่อแสดงความสุภาพในภาษาไทย พบได้บ่อยมากในบทสนทนาประจำวัน และรูปที่เลือกใช้มักสัมพันธ์กับเพศของผู้พูดและระดับความเป็นทางการ
คำบุพบทพื้นฐาน (คำบุพบท) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำบุพบทพื้นฐานเกี่ยวกับตำแหน่ง ได้แก่ ที่ บน ใน ใต้ ข้าง หน้า และ หลัง
คำชี้เฉพาะ เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำชี้เฉพาะ: นี้ (ใกล้ผู้พูด), นั้น (ไกลผู้พูด), โน้น (ไกลออกไปอีก), ที่นี่, ที่นั่น ตามหลังคำนาม: รถคันนี้
กริยาพื้นฐานเป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาไทยระดับเริ่มต้น (A1) ที่ช่วยให้ผู้เรียนสร้างประโยคง่าย ๆ ได้ตั้งแต่ช่วงแรกของการเรียน หัวข้อนี้ครอบคลุมคำกริยาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ไป มา กิน ดื่ม นอน ทำ พูด เขียน และอ่าน
คำบอกเวลาพื้นฐาน (คำบอกเวลาพื้นฐาน) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำบอกเวลาพื้นฐานได้แก่ วันนี้ เมื่อวาน พรุ่งนี้ ตอนนี้ และคำช่วงเวลาอย่าง เช้า เที่ยง บ่าย เย็น และค่ำ
ความเป็นเจ้าของ (ความเป็นเจ้าของ) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) การแสดงความเป็นเจ้าของใช้คำว่า ของ เช่น หนังสือของผม มักละคำว่า ของ ได้ เช่น หนังสือผม คำแสดงความเป็นเจ้าของวางหลังคำนาม ถามว่าของใคร
คำเชื่อมพื้นฐาน (คำเชื่อมพื้นฐาน) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำเชื่อมพื้นฐานได้แก่ และ หรือ แต่ เพราะ เลย และ แล้วก็ ใช้เชื่อมคำ วลี หรือประโยคให้ต่อเนื่องกัน
คำวิเศษณ์พื้นฐาน เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำวิเศษณ์ที่พบบ่อย: มาก, เกินไป, ก็, ด้วย, แค่, ยัง
สำนวนพื้นฐาน (สำนวนพื้นฐาน) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) สำนวนพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ได้แก่ สวัสดี ลาก่อน ขอโทษ ไม่เป็นไร และ ช่วยด้วย
คำสั่งและคำขอพื้นฐาน (คำสั่งและคำขอ) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำสั่งและคำขอพื้นฐานใช้รูปกริยาตรงๆ เช่น ไป มานี่ นั่ง และทำให้นุ่มนวลขึ้นด้วย ช่วย กรุณา หรือคำลงท้ายประโยค
อักษรสามหมู่เป็นพื้นฐานสำคัญของการอ่านและออกเสียงภาษาไทยในระดับเริ่มต้น พยัญชนะไทยแบ่งออกเป็นอักษรกลาง อักษรสูง และอักษรต่ำ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการเกิดเสียงวรรณยุกต์
หัวข้อนี้เป็นพื้นฐานระดับเริ่มต้น ที่ใช้บ่อยมากในการสนทนาประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการบอกว่าชอบอะไร อยากทำอะไร หรือต้องการสิ่งใด ภาษาไทยมีคำกริยาหลักที่ตรงไปตรงมา เช่น ชอบ อยาก ต้องการ และ เกลียด
คำเรียกสมาชิกครอบครัวเป็นหัวข้อพื้นฐานระดับเริ่มต้น ที่ผู้เรียนเจอเร็วมาก เพราะใช้ในการแนะนำตัว พูดถึงคนในบ้าน และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ภาษาไทยมีคำเรียกเฉพาะที่สะท้อนทั้งอายุ ลำดับ และความใกล้ชิด เช่น พี่ และ น้อง
สี (สี) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) สีพื้นฐาน ได้แก่ แดง เขียว น้ำเงิน/ฟ้า เหลือง ขาว ดำ คำว่าสีวางไว้หน้าชื่อสี เช่น สีแดง
หัวข้อวัน เดือน และวันที่เป็นพื้นฐานระดับเริ่มต้น ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การนัดหมาย การบอกวันเกิด การอ่านปฏิทิน และการกรอกข้อมูลต่าง ๆ ผู้เรียนควรรู้ชื่อวันทั้งเจ็ด วัน ชื่อเดือนทั้งสิบสองเดือน และรูปแบบการบอกวันที่แบบไทย
คำบอกสถานที่เป็นหัวข้อพื้นฐานระดับเริ่มต้น ที่ใช้บ่อยมากในการสื่อสารประจำวัน เช่น การบอกว่าอยู่ที่ไหน จะไปไหน หรือสถานที่ใดอยู่ใกล้หรือไกล ผู้เรียนควรรู้คำเรียกสถานที่ทั่วไปและวิธีใช้ร่วมกับคำกริยาอย่าง อยู่ ไป และ มา
หัวข้อนี้อยู่ในระดับเริ่มต้น และเกี่ยวกับคำกริยาที่ใช้บอกความรู้ ความคุ้นเคย และความเข้าใจ เช่น รู้ รู้จัก และ เข้าใจ แม้คำเหล่านี้ดูง่าย แต่การเลือกใช้ให้ถูกจะทำให้ประโยคเป็นธรรมชาติขึ้นมาก
ระบบสระ เป็นหัวข้อพื้นฐานระดับ A1 ที่ผู้เรียนภาษาไทยต้องรู้ตั้งแต่ช่วงแรก เพราะสระเป็นส่วนสำคัญของการออกเสียง การสะกดคำ และการแยกความหมายของคำ หลายคำต่างกันเพียงความยาวของสระหรือรูปสระที่ใช้
คำว่า ได้ (คำว่า ได้) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) คำว่า ได้ มีหลายหน้าที่ เช่น แสดงความสามารถใน พูดได้ ใช้เป็นตัวบอกผลหรือโอกาส ใช้ให้อนุญาตใน ได้เลย และใช้ในบางบริบทเพื่อสื่อผลสำเร็จของการกระทำ
กฎการอ่าน เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น (A1) กฎการอ่านภาษาไทยครอบคลุมเรื่องพยัญชนะที่ไม่ออกเสียง การันต์ กลุ่มพยัญชนะ และการอ่านคำพิเศษบางคำ เช่น ทร ที่มักออกเสียงเป็น ซ ในหลายคำ รวมถึงคำที่ออกเสียงไม่ตรงกับตัวสะกดทุกส่วน
A2 (10)
คำบอกกาลและมุมมอง เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) อดีต: ได้ [dâai] (สำเร็จแล้ว), แล้ว [lɛ́ɛo] (เสร็จสิ้น). ต่อเนื่อง: กำลัง [kamlang]. อนาคต: จะ [jà]. เป็นนิสัย: มักจะใช้บริบทหรือคำวิเศษณ์
กริยาเรียงต่อกัน เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) ภาษาไทยมักวางกริยาหลายตัวต่อกันโดยไม่ต้องมีคำเชื่อม เช่น ไปกิน มานั่ง หรือ เดินออก โครงสร้างนี้ใช้บ่อยมากในภาษาพูดและภาษาเขียนทั่วไป
กริยาช่วยเป็นหัวข้อระดับเบื้องต้น ที่ช่วยให้ผู้เรียนบอกความสามารถ ความจำเป็น คำแนะนำ ความเป็นไปได้ และความต้องการได้ชัดเจนขึ้น ในภาษาไทยคำอย่าง ได้ ต้อง ควร อาจ และ อยาก มักทำหน้าที่นำหน้าคำกริยาหลักเพื่อเพิ่มความหมาย
การเปรียบเทียบเป็นหัวข้อระดับเบื้องต้น ที่ใช้บ่อยมากในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการบอกว่าอะไรเร็วกว่า ใหญ่กว่า แพงกว่า หรือดีที่สุด ภาษาไทยมีรูปแบบที่ค่อนข้างตรงไปตรงมาและไม่ต้องผันคำคุณศัพท์เหมือนบางภาษา
ลักษณนามขั้นสูง เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) ลักษณนามเพิ่มเติม: ใบ (ใช้กับใบไม้/กระดาษ/ตั๋ว), ชิ้น (สำหรับชิ้นเล็กๆ), คู่ (สำหรับสิ่งที่เป็นคู่), ชุด (สำหรับเซตหรือชุด), ที่ (สำหรับสถานที่), ครั้ง (สำหรับจำนวนครั้ง/โอกาส)
คำเชื่อมเวลา เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) คำเชื่อมเวลา เช่น เมื่อ ตอน ก่อน หลังจาก ขณะที่ และ ทันทีที่ ช่วยให้ผู้พูดเรียงลำดับเหตุการณ์และบอกความสัมพันธ์ด้านเวลาได้ชัดเจนขึ้น
คำบอกปริมาณ เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) คำบอกปริมาณที่พบบ่อย: เยอะ/มาก, น้อย, ทุก, ทั้งหมด, บาง, พอ
สะท้อนและซึ่งกันและกัน (สะท้อนและซึ่งกันและกัน) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) คำสะท้อนใช้ ตัวเอง คำแสดงซึ่งกันและกันใช้ กัน หรือ ซึ่งกันและกัน และมีคำว่า ด้วยกัน ที่แปลว่าพร้อมกัน
กริยาเสริมผล เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) กริยาเสริมผลคือโครงสร้างกริยาตามด้วยคำที่บอกผลลัพธ์ของการกระทำ เช่น กินหมด ฟังเข้าใจ มองเห็น และ หาเจอ ซึ่งช่วยให้ความหมายชัดเจนขึ้นว่าการกระทำนั้นสำเร็จหรือได้ผลอย่างไร
คำบุพบทขั้นสูง (บุพบทขั้นสูง) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเบื้องต้น (A2) คำบุพบทขั้นสูงได้แก่ จาก...ถึง ระหว่าง รอบ เกี่ยวกับ และ ตาม ซึ่งใช้เชื่อมความสัมพันธ์ของสถานที่ ช่วงเวลา หรือหัวข้อได้ละเอียดขึ้น
B1 (14)
อนุประโยคคุณศัพท์ เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) อนุประโยคคุณศัพท์ในภาษาไทยมักใช้คำว่า ที่ เพื่อขยายคำนาม เช่น คนที่มา หรือ หนังสือที่อ่าน โครงสร้างนี้ช่วยให้เชื่อมข้อมูลเพิ่มเติมเข้ากับคำนามได้อย่างกระชับ
ประโยคเงื่อนไขเป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาไทยระดับกลาง (B1) ที่ใช้พูดถึงเหตุการณ์ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางอย่าง มักใช้คำว่า ถ้า หรือ หาก เพื่อนำหน้าส่วนเงื่อนไข และอาจมีคำว่า ก็ ในส่วนผลลัพธ์เพื่อช่วยให้ประโยคชัดเจนขึ้น
ประโยคแบบถูกกระทำ (กรรมวาจก) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) มักใช้ ถูก [thùuk] สำหรับเหตุการณ์เชิงลบ หรือ โดน [doon] ในภาษาพูด และใช้ ได้รับ [dâi ráp] กับความหมายเชิงบวกหรือเป็นกลาง
โครงสร้างการก่อเหตุ (การทำให้) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) โครงสร้างการก่อเหตุใช้ ให้ [hâi] เช่น ทำให้ บอกให้ และ ขอให้ รวมถึงการให้อนุญาตในรูป ให้...ได้
คำอุทานและการเน้นช่วยให้ภาษาไทยมีอารมณ์และน้ำหนักมากขึ้น ผู้เรียนระดับกลาง ควรเริ่มสังเกตว่าผู้พูดไทยไม่เพียงบอกข้อมูล แต่ยังใช้ถ้อยคำเพื่อแสดงความรู้สึก ตื่นเต้น ประหลาดใจ ชื่นชม หรือเน้นระดับของสิ่งต่าง ๆ
ประโยคจุดประสงค์ เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) ประโยคจุดประสงค์ใช้ เพื่อ [phʉ̂a] (เพื่อที่จะ) หรือ เพื่อที่จะ (เพื่อให้): เช่น เรียนเพื่อสอบ (เรียนเพื่อสอบ) นอกจากนี้ยังใช้ ให้ ในการแสดงจุดประสงค์ได้ด้วย
กริยาบอกทิศทางเป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาไทยระดับกลาง (B1) ที่ใช้ร่วมกับกริยาหลักเพื่อบอกทิศทางของการเคลื่อนไหวหรือการกระทำ เช่น ออก เข้า ขึ้น ลง ไป และ มา
ผลและผลลัพธ์ เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) หัวข้อนี้ใช้สำหรับบอกผลที่เกิดตามมา เช่น เลย ดังนั้น จึง และ ผลก็คือ เพื่อเชื่อมเหตุและผลในประโยคหรือระหว่างประโยคให้ชัดเจน
การเล่าเหตุการณ์เป็นหัวข้อระดับกลาง ที่ช่วยให้ผู้เรียนจัดลำดับเรื่องราวได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเล่าวันของตนเอง การอธิบายขั้นตอน หรือการสรุปเหตุการณ์ที่ผ่านมา ภาษาไทยมีคำบอกลำดับหลายคำที่ช่วยให้เรื่องเล่าต่อเนื่องและเข้าใจง่าย
ประโยคแสดงความขัดแย้งใช้เพื่อบอกว่า แม้จะมีข้อเท็จจริงอย่างหนึ่ง แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นไปตามที่คาด เช่น แม้จะเหนื่อย แต่ก็ยังไป หัวข้อนี้พบได้บ่อยตั้งแต่ระดับกลาง เพราะช่วยให้การสื่อสารมีความละเอียดและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
กรรมวาจกขั้นสูง (กรรมวาจกขั้นสูง) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) กรรมวาจกขั้นสูงอาจระบุผู้กระทำด้วยโครงสร้าง ถูก/โดน + ผู้กระทำ + กริยา และต้องแยกการใช้ ถูก ที่มักสื่อความหมายเชิงลบ ออกจาก ได้รับ ที่สื่อผลเชิงบวกหรือเป็นกลาง รวมถึงความต่างของระดับภาษาระหว่าง ถูก และ โดน
ความหวังและความปรารถนา เป็นหัวข้อไวยากรณ์ระดับ B1 ที่ใช้พูดถึงสิ่งที่ผู้พูดอยากให้เกิดขึ้น สิ่งที่คาดหวัง หรือสิ่งที่มองว่าน่าจะเป็นไปได้ ภาษาไทยมักใช้คำอย่าง อยากให้, หวังว่า, น่าจะ, และ คงจะ เพื่อสื่อความหมายเหล่านี้
การนิยามและการอธิบายเป็นหัวข้อระดับกลาง ที่มีประโยชน์มากเมื่อคุณต้องอธิบายคำศัพท์ ความหมาย แนวคิด หรือสิ่งของต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันและในการเรียน ภาษาไทยมีโครงสร้างชัดเจนหลายแบบสำหรับบอกว่าอะไรคืออะไร หรืออธิบายว่าคำหนึ่งหมายถึงอะไร
ตำแหน่งคำวิเศษณ์ (ตำแหน่งคำวิเศษณ์) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลาง (B1) ตำแหน่งคำวิเศษณ์ในภาษาไทยขึ้นอยู่กับชนิดของคำ เช่น คำบอกเวลาอาจอยู่ต้นหรือท้ายประโยค คำบอกลักษณะมักตามหลังกริยา คำบอกความถี่มักอยู่หน้ากริยา และคำบอกระดับมักอยู่หน้าคำคุณศัพท์
B2 (10)
คำเชื่อมความเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพูดและการเขียนระดับกลางสูง เพราะช่วยเชื่อมประโยค ความคิด และเหตุผลให้ต่อเนื่องกันอย่างเป็นระบบ หากไม่มีคำเชื่อม ข้อความจะดูขาดช่วงและติดตามได้ยาก
การพูดอ้อม (คำพูดรายงาน) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) การรายงานคำพูดมักใช้ ว่า [wâa] เช่น บอกว่า และ ถามว่า โดยทั่วไปไม่ต้องเปลี่ยนกาลของคำกริยา
รูปแบบประโยคเงื่อนไขขั้นสูง (ประโยคเงื่อนไขขั้นสูง) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) รูปแบบประโยคเงื่อนไขขั้นสูงใช้คำเช่น ไม่อย่างนั้น ขอเพียง/แค่ เว้นแต่ และ แม้ว่า/ถึงแม้ รวมถึงการผสมเงื่อนไขหลายแบบในประโยคเดียว
โครงสร้างคู่สัมพันธ์คือรูปแบบที่มีคำหรือวลีสองส่วนทำงานคู่กัน เช่น ยิ่ง...ยิ่ง... หรือ ทั้ง...ทั้ง... หัวข้อนี้อยู่ในระดับกลางสูง เพราะช่วยให้ผู้เรียนสร้างประโยคที่มีความสัมพันธ์เชิงเหตุผลและเชิงเปรียบเทียบได้ซับซ้อนขึ้น
เมื่อผู้เรียนก้าวสู่ระดับกลางสูง จะต้องใช้ประโยคที่เชื่อมความคิดมากกว่าหนึ่งส่วนเข้าด้วยกัน เช่น บอกเหตุและผล เงื่อนไข ความขัดแย้ง หรือการเสริมข้อมูล โครงสร้างประโยคซับซ้อนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการพูดและเขียนอย่างเป็นระบบ
โครงสร้างการก่อเหตุขั้นสูง (โครงสร้างเหตุผลขั้นสูง) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) โครงสร้างการก่อเหตุขั้นสูงใช้คำอย่าง ทำให้ บังคับ เรียกร้อง แนะนำ และ สั่ง พร้อมคำนึงถึงลำดับชั้นและระดับความเป็นทางการของคำสั่ง
คำลงท้ายขั้นกลาง (คำลงท้ายขั้นกลาง) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) คำลงท้ายขั้นกลางที่สำคัญ ได้แก่ เถอะ (ใช้ชักชวน) ก็ได้ (ใช้ตกลงหรือยอมรับ) ซิ (ใช้เร่งเร้าแบบไม่เป็นทางการ) เหรอ (ใช้แสดงความประหลาดใจในคำถาม) และ จริงๆ (แปลว่าจริงอย่างยิ่ง)
คำเชื่อมในงานเขียน เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) คำเชื่อมเชิงวิชาการ/ภาษาเขียน ได้แก่ ประการแรก นอกจากนี้ กล่าวโดยสรุป ในทางกลับกัน
คำพูดรายงานขั้นสูงเป็นหัวข้อไวยากรณ์ภาษาไทยระดับกลางสูง (B2) ที่ครอบคลุมการถ่ายทอดคำพูดหรือความคิดของผู้อื่นในรูปแบบซับซ้อนขึ้น เช่น คำถามทางอ้อม คำสั่งที่ฝังอยู่ในประโยค และการใช้คำกริยารายงานหลายประเภท
คำประสมบาลีสันสกฤต เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับกลางสูง (B2) หัวข้อนี้เน้นการใช้คำประสมที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตในประโยคจริง โดยเฉพาะคำทางการที่พบบ่อยในข่าว การปกครอง และการศึกษา การเข้าใจโครงสร้างของคำช่วยให้เดาความหมายได้แม่นยำขึ้น
C1 (8)
ภาษาราชการและราชาศัพท์เป็นหัวข้อระดับสูง ที่เกี่ยวข้องกับระดับความเป็นทางการของภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง ผู้เรียนจะพบรูปแบบเหล่านี้ในเอกสารราชการ ข่าว งานพิธีการ และข้อความที่กล่าวถึงพระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์
คำลงท้ายขั้นสูง (คำลงท้ายขั้นสูง) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) คำลงท้ายประโยค เช่น นะ เพื่อทำให้นุ่มนวลหรือเน้นความหมาย สิ เพื่อเร่งเร้า เถอะ เพื่อชักชวน หรอก เพื่อปฏิเสธหรือให้ความมั่นใจ และ ล่ะ เพื่อลดความแข็งของคำถาม
ภาษาราชการและกฎหมาย (ภาษาราชการและกฎหมาย) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) ภาษาไทยทางราชการและระบบราชการใช้คำกฎหมาย เอกสารราชการ และประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมักมีคำบาลี-สันสกฤตจำนวนมาก
การเน้นหัวข้อและประโยคแยกเน้น เป็นหัวข้อไวยากรณ์ระดับสูง (C1) ที่เกี่ยวกับการนำส่วนใดส่วนหนึ่งของประโยคขึ้นมาไว้ข้างหน้าเพื่อเน้นความสำคัญ หรือใช้โครงสร้าง คือ...ที่ เพื่อชี้เฉพาะว่าคน สิ่งของ หรือข้อมูลใดเป็นจุดสำคัญของข้อความ
ภาษาวรรณกรรมเป็นรูปแบบภาษาที่พบในบทกวี วรรณคดี งานเขียนเชิงศิลป์ และข้อความที่ต้องการความงดงามทางภาษา หัวข้อนี้เหมาะกับระดับสูง เพราะต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องคำศัพท์ชั้นสูง การเปรียบเปรย และสำนวนที่ไม่ตรงตัว
ภาษาสื่อมวลชน เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) ภาษาข่าวและสื่อมวลชนในภาษาไทยมักใช้พาดหัวแบบกระชับ การรายงานคำพูดในข่าว การอ้างแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการ และโครงสร้างที่พบบ่อยในงานเขียนข่าว
คำบาลีสันสกฤต เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับสูง (C1) คำยืมจากภาษาบาลีและสันสกฤตเป็นส่วนสำคัญของภาษาไทยระดับทางการและเชิงวิชาการ เช่น คำว่า รัฐ ศาสตร์ และ มหาวิทยาลัย การสังเกตส่วนประกอบของคำช่วยให้เข้าใจความหมายและระดับภาษาได้ดีขึ้น
หัวข้อนี้อยู่ในระดับสูง (C1) และครอบคลุมการใช้กรรมวาจกในภาษาไทยแบบทางการ รวมถึงโครงสร้างที่ไม่ระบุผู้กระทำอย่างชัดเจน ซึ่งพบได้บ่อยในงานเขียนเชิงวิชาการ ข่าว เอกสารราชการ และข้อความที่ต้องการน้ำเสียงเป็นกลาง
C2 (7)
ภาษาไทยแบบกันเองคือรูปแบบภาษาที่ใช้ในบทสนทนาสบาย ๆ ระหว่างเพื่อน คนใกล้ชิด หรือในโลกออนไลน์ หัวข้อนี้เหมาะกับผู้เรียนระดับเชี่ยวชาญ เพราะต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องน้ำเสียง บริบททางสังคม และความต่างระหว่างภาษาพูดกับภาษาเขียน
สำนวนและสุภาษิต เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) สำนวนและสุภาษิตไทยสะท้อนความหมายเชิงเปรียบเทียบและภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เช่น น้ำขึ้นให้รีบตัก ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม และ กินปูนร้อนท้อง ผู้เรียนควรตีความตามความหมายโดยนัย ไม่ใช่แปลตรงตัวทุกคำ
ภาษาอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียเป็นรูปแบบการใช้ภาษาที่เติบโตอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล หัวข้อนี้เหมาะกับระดับเชี่ยวชาญ เพราะต้องอาศัยความเข้าใจทั้งภาษาพูด การเล่นเสียง การยืดคำ การสะกดแบบไม่มาตรฐาน และบริบทของชุมชนออนไลน์
ภาษาไทยเชิงวิชาการ (ภาษาวิชาการ) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) ครอบคลุมรูปแบบการเขียนเชิงวิชาการ เช่น โครงสร้างงานวิจัย ภาษานามธรรม ถ้อยคำลดความหนักแน่น การอ้างอิงแหล่งข้อมูล และการให้เหตุผลอย่างเป็นทางการ
ภาษาถิ่น เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) ภาษาไทยมีความหลากหลายตามภูมิภาค เช่น ภาษาอีสาน ภาษาเหนือ และภาษาถิ่นใต้ แต่ละกลุ่มมีคำศัพท์ การออกเสียง และระบบเสียงที่ต่างจากภาษาไทยกลางในระดับหนึ่ง
วาทศิลป์ เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) วาทศิลป์ในภาษาไทยรวมถึงการใช้อุปมา อุปลักษณ์ บุคคลวัต การซ้ำคำ และสัมผัสในร้อยแก้วหรือร้อยกรอง เพื่อเพิ่มพลังของภาษาและสร้างภาพในใจผู้อ่าน
ภาษาพุทธและศาสนา (ภาษาศาสนา) เป็นหัวข้อไวยากรณ์ในภาษาไทยที่จัดอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ (C2) คำศัพท์ทางศาสนาที่ใช้ในพุทธศาสนาไทย เช่น ธรรม กรรม พระ และ บุญ ซึ่งพบได้บ่อยในชีวิตประจำวันและสำนวนทั่วไป
พร้อมเริ่มเรียนไทยแล้วหรือยัง? ลอง Settemila Lingue ฟรี — ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ไม่มีข้อผูกมัด ดูรอบ ๆ ก่อนแล้วค่อยฝึกด้วยแฟลชการ์ดที่สร้างโดย AI
เริ่มต้นฟรี