A1

การบอกว่ามีในภาษาโรมาเนีย

Construcții Existențiale

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนผังไวยากรณ์ภาษาโรมาเนียบน Settemila Lingue

สรุปสั้น ๆ

ภาษาโรมาเนียใช้ este เมื่อบอกว่ามีสิ่งหนึ่ง และ sunt เมื่อบอกว่ามีหลายสิ่ง เช่น Este o pisică în grădină. หมายถึง “มีแมวตัวหนึ่งอยู่ในสวน” ส่วน Sunt mulți oameni aici. หมายถึง “ที่นี่มีคนมากมาย” อีกทางหนึ่งคือ există ซึ่งใช้ได้ทั้งกับสิ่งเดียวและหลายสิ่ง โดยเน้นว่ามีอยู่จริงหรือมีให้เลือกใช้ ถ้าจะปฏิเสธให้วาง nu หน้าคำกริยา และถ้าจะถามว่ามีไหม มักใช้รูปประโยคเดิมแล้วเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงคำถาม

ภาพรวม

เวลาพูดภาษาไทย เราใช้ “มี” ได้สะดวกมาก ไม่ว่าจะมีแมวหนึ่งตัว มีคนสิบคน หรือมีเวลาเพียงเล็กน้อย คำว่า “มี” ก็ไม่เปลี่ยนรูป แต่ภาษาโรมาเนียต้องเลือกคำตามความหมายและจำนวน บทเรียนระดับ A1 นี้จึงไม่ได้มีไว้จำคำแปลของ “มี” เพียงคำเดียว แต่ช่วยให้เลือกได้ว่าจะพูด este, sunt หรือ există ในสถานการณ์ใด

โครงสร้างบอกการมีอยู่ใช้แนะนำคน สิ่งของ หรือสิ่งที่เป็นนามธรรมซึ่งผู้ฟังยังไม่รู้ว่ามี เช่น บอกว่ามีร้านขายยาใกล้โรงแรม มีที่นั่งว่าง หรือยังมีปัญหาที่ต้องแก้ คำว่า a fi เป็นคำกริยา (คำบอกการกระทำหรือสภาพ) รูปพื้นฐานที่มีความหมายประมาณว่า “เป็น” หรือ “อยู่” โดย este และ sunt เป็นรูปที่นำมาใช้บอกการมีอยู่ในปัจจุบันได้ด้วย

ข้อสำคัญสำหรับผู้เรียนชาวไทยคือ การมีอยู่ไม่ใช่การครอบครอง “ในห้องมีโต๊ะ” กับ “ฉันมีโต๊ะ” ใช้คนละโครงสร้างในภาษาโรมาเนีย อีกทั้งประโยค “มีแมวอยู่ในสวน” กับ “แมวตัวนั้นอยู่ในสวน” แม้เล่าเหตุการณ์คล้ายกัน แต่เริ่มต้นจากข้อมูลคนละอย่าง ความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้พูดเป็นธรรมชาติขึ้นโดยไม่ต้องแปลคำว่า “มี” แบบคำต่อคำ

หลักการสร้างประโยค

1. เลือก este หรือ sunt ตามสิ่งที่มี

ให้ดูคำนาม (คำเรียกคน สัตว์ สิ่งของ หรือสิ่งที่คิดถึง เช่น เวลาและปัญหา) ที่เรากำลังบอกว่ามี หากเป็นเอกพจน์ คือหนึ่งสิ่ง ให้ใช้ este หากเป็นพหูพจน์ คือหลายสิ่ง ให้ใช้ sunt ในประโยคแบบนี้ คำนามดังกล่าวเป็นประธาน (สิ่งที่ประโยคกำลังบอกว่ามีอยู่) แม้จะอยู่หลังคำกริยาก็ตาม

ลักษณะของสิ่งที่มี ภาษาโรมาเนีย ความหมาย
สิ่งเดียว Este un magazin aici. ที่นี่มีร้านค้าร้านหนึ่ง
หลายสิ่ง Sunt două magazine aici. ที่นี่มีร้านค้าสองร้าน
สิ่งที่พูดถึงเป็นปริมาณ ใช้รูปเอกพจน์ Este apă în sticlă. มีน้ำอยู่ในขวด
คนหลายคน Sunt oameni în parc. มีคนอยู่ในสวนสาธารณะ

un และ o เป็นคำนำหน้านามที่ใช้พูดถึงสิ่งหนึ่งซึ่งยังไม่ได้ระบุแน่ชัด เช่น un magazin “ร้านค้าร้านหนึ่ง” และ o pisică “แมวตัวหนึ่ง” ไม่จำเป็นต้องแปลว่า “หนึ่ง” อย่างเน้นจำนวนทุกครั้ง รูปของคำเหล่านี้ขึ้นกับเพศทางไวยากรณ์ (กลุ่มของคำนามที่ทำให้คำประกอบต้องเลือกใช้รูปต่างกัน) ไม่ได้ขึ้นกับเพศตามธรรมชาติเสมอไป

อย่าตัดสินจากจำนวนสิ่งในโลกจริงอย่างเดียว ให้ดูรูปคำนามในภาษาโรมาเนียด้วย เช่น apă “น้ำ” ในตัวอย่างเป็นเอกพจน์ จึงใช้ este แม้จะมีน้ำปริมาณมาก ส่วน două magazine “ร้านค้าสองร้าน” เป็นพหูพจน์ จึงใช้ sunt

2. วางสิ่งที่มีและสถานที่ให้เข้าใจง่าย

แบบที่เหมาะสำหรับเริ่มฝึกคือ este / sunt + สิ่งที่มี + สถานที่

  • Este o farmacie lângă hotel. — มีร้านขายยาอยู่ข้างโรงแรม
  • Sunt două scaune în bucătărie. — มีเก้าอี้สองตัวอยู่ในครัว

ถ้ากำลังพูดถึงสถานที่นั้นอยู่แล้ว สามารถเอาสถานที่ขึ้นต้นเพื่อบอกว่า “ที่นี่มีอะไร” ได้

  • În cameră este un birou. — ในห้องมีโต๊ะทำงานตัวหนึ่ง
  • În cameră sunt două paturi. — ในห้องมีเตียงสองเตียง

ทั้งสองลำดับใช้ได้ ต่างกันตรงจุดที่ต้องการเชื่อมกับเรื่องก่อนหน้า สำหรับผู้เรียนชาวไทย แบบขึ้นต้นด้วยสถานที่มักจำง่าย เพราะคล้าย “ในห้องมี…” แต่ไม่ว่าจัดลำดับอย่างไร ก็ต้องเลือก este หรือ sunt ให้ตรงกับจำนวนอยู่ดี

ไม่จำเป็นต้องมีคำบอกสถานที่ทุกครั้ง หากบริบทชัดอยู่แล้ว เช่น Sunt probleme. — “มีปัญหาอยู่หลายอย่าง” แต่ไม่ต้องเติมคำที่แปลว่า “ที่นั่น” ลงไปเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวรองรับประโยค คำอย่าง aici “ที่นี่” และ acolo “ที่นั่น” ใช้เมื่ออยากบอกตำแหน่งจริง ๆ

3. ใช้ există เมื่อต้องการบอกว่ามีอยู่

există เป็นรูปปัจจุบันของ a exista “มีอยู่” โดยรูปที่ใช้กับสิ่งเดียวและหลายสิ่งสะกดเหมือนกัน ต่างจากคู่ este / sunt

ภาษาโรมาเนีย ความหมาย จุดสังเกต
Există o soluție. มีทางแก้ทางหนึ่ง ทางแก้หนึ่งทาง
Există mai multe soluții. มีทางแก้หลายทาง หลายทางก็ยังใช้รูปเดิม
Există o bancă în apropiere? แถวนี้มีธนาคารไหม ถามว่ามีสถานที่นั้นให้ใช้บริการหรือไม่
Nu există nicio problemă. ไม่มีปัญหาอะไรเลย ปฏิเสธการมีอยู่ของปัญหา

ในหลายบริบท este / sunt และ există ใช้สื่อข้อเท็จจริงใกล้เคียงกัน แต่ există ชวนให้นึกถึงการยืนยันว่ามีสิ่งนั้นอยู่จริง มีทางเลือกนั้น หรือมีบริการนั้นให้ใช้ ส่วน este / sunt เป็นคำธรรมดาที่พบมากเวลาเล่าว่ามีอะไรอยู่ตรงไหน ไม่ต้องเปลี่ยนทุกประโยคเป็น există เพื่อให้ดูถูกหลักกว่า

4. เปลี่ยนเป็นคำถามโดยไม่ต้องเติมคำว่า “ไหม”

คำถามที่ตอบรับหรือปฏิเสธได้ มักใช้ลำดับคำเหมือนประโยคบอกเล่า แล้วใช้น้ำเสียงคำถาม ในภาษาเขียนลงท้ายด้วยเครื่องหมายคำถาม

  • Este o toaletă aici? — ที่นี่มีห้องน้ำไหม
  • Sunt locuri libere? — มีที่นั่งว่างไหม
  • Există o altă variantă? — มีทางเลือกอื่นไหม

ภาษาโรมาเนียไม่มีข้อบังคับให้สลับประธานกับคำกริยาเพียงเพราะเป็นคำถาม และไม่ต้องเติมคำใดคำหนึ่งท้ายประโยคให้ตรงกับ “ไหม” ในภาษาไทย หากต้องการถามจำนวน สามารถใช้ câți / câte ซึ่งแปลว่า “กี่” และเลือกตามคำนาม เช่น Câte scaune sunt în cameră? — “ในห้องมีเก้าอี้กี่ตัว”

คำตอบสั้น ๆ สามารถใช้รูปกริยาเดิมได้ เช่น Da, este. — “มี” หรือ Nu, nu sunt. — “ไม่มี” เมื่อผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่ากำลังถามถึงอะไร ไม่จำเป็นต้องพูดคำนามซ้ำทุกครั้ง

5. บอกว่าไม่มีด้วย nu

วาง nu ไว้หน้าคำกริยา ไม่ใช่หน้าสถานที่หรือท้ายประโยค

  • Nu este apă în sticlă. — ไม่มีน้ำในขวด
  • Nu sunt locuri libere. — ไม่มีที่นั่งว่าง
  • Nu există o soluție simplă. — ไม่มีทางแก้ง่าย ๆ

หากใช้ nimeni “ไม่มีใคร” หรือ nimic “ไม่มีอะไร” ในประโยคเต็มเช่นนี้ โดยทั่วไปยังต้องมี nu อยู่ด้วย

  • Nu este nimeni acasă. — ไม่มีใครอยู่บ้าน
  • Nu este nimic în cutie. — ไม่มีอะไรอยู่ในกล่อง

ภาษาไทยก็พูดว่า “ไม่มีใคร” และ “ไม่มีอะไร” อยู่แล้ว จึงนึกเทียบได้ว่าองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เห็นคำปฏิเสธสองส่วนแล้วตีความว่า “กลับเป็นบอกเล่า” และจำว่า nimeni ใช้กริยาเอกพจน์ เช่น este ไม่ใช่ sunt แม้จะหมายถึงไม่พบคนเลยสักคนก็ตาม

ตัวอย่างในสถานการณ์จริง

ลองอ่านโดยนึกถึงสถานการณ์ก่อน แล้วสังเกตว่าผู้พูดกำลังแนะนำสิ่งที่มี ถามหา หรือปฏิเสธการมีอยู่

ภาษาโรมาเนีย ความหมายภาษาไทย ใช้เมื่อใด
Este o pisică în grădină. มีแมวตัวหนึ่งอยู่ในสวน บอกสิ่งที่เพิ่งสังเกตเห็น
Sunt mulți oameni aici. ที่นี่มีคนมากมาย บอกว่ามีคนหลายคน
Există o bancă în apropiere? แถวนี้มีธนาคารไหม ถามหาบริการใกล้ตัว
Nu este nimeni acasă. ไม่มีใครอยู่บ้าน บอกว่าไม่มีคนอยู่
În cameră sunt două paturi. ในห้องมีเตียงสองเตียง อธิบายสิ่งอำนวยความสะดวก
Este un supermarket lângă gară. มีซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ข้างสถานีรถไฟ ให้ข้อมูลเรื่องสถานที่
Sunt locuri libere în autobuz? บนรถโดยสารมีที่นั่งว่างไหม ตรวจสอบที่นั่ง
Nu sunt magazine deschise la ora asta. เวลานี้ไม่มีร้านค้าเปิดอยู่ บอกข้อจำกัดในเวลานั้น
Mai este cafea? ยังมีกาแฟเหลือไหม ถามว่ายังมีของเหลือหรือไม่
Pe masă este o cheie. บนโต๊ะมีกุญแจดอกหนึ่ง บอกสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ
Există și alte opțiuni. ยังมีตัวเลือกอื่น ๆ ด้วย เสนอว่ามีทางเลือกเพิ่มเติม
Nu există nicio diferență. ไม่มีความแตกต่างเลย ยืนยันว่าสองอย่างไม่ต่างกัน
Este cineva la ușă? มีใครอยู่ที่ประตูไหม ถามถึงคนที่อาจอยู่ตรงนั้น
Nu este nimic în frigider. ไม่มีอะไรอยู่ในตู้เย็น บอกว่าไม่มีของอยู่ข้างใน

คำว่า mai ใน Mai este cafea? ช่วยสื่อว่า “ยังมีเหลืออีกไหม” ส่วน și ใน Există și alte opțiuni. เพิ่มความหมายว่า “ด้วย” คำสั้น ๆ เหล่านี้ช่วยให้ใช้โครงสร้างเดิมในบทสนทนาได้หลากหลายขึ้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

1. ใช้ este กับทุกจำนวน เพราะภาษาไทยใช้ “มี” คำเดียว

  • ไม่ถูก: Este două farmacii pe strada aceasta.
  • แก้เป็น: Sunt două farmacii pe strada aceasta. — ถนนสายนี้มีร้านขายยาสองร้าน
  • เหตุผล: două farmacii เป็นหลายร้าน จึงต้องใช้ sunt ให้ฝึกมองคำนามและคำบอกจำนวนก่อนเลือกกริยา ไม่ใช่เริ่มจากคำแปลไทยว่า “มี” แล้วเลือก este ทันที

2. ใช้การครอบครองแทนการมีอยู่ในสถานที่

  • ไม่ถูก เมื่อจะบอกว่าในห้องมีโต๊ะ: Camera are este o masă.
  • แก้เป็น: În cameră este o masă. — ในห้องมีโต๊ะตัวหนึ่ง
  • เหตุผล: อย่านำ are ซึ่งใช้บอกว่ามีหรือครอบครองมาซ้อนกับ este ทั้งสองเป็นคนละโครงสร้าง ประโยค Camera are o masă. — “ห้องนี้มีโต๊ะตัวหนึ่ง” ใช้ได้เช่นกัน แต่เมื่อเลือกโครงสร้างนั้นก็ไม่เติม este อีก

3. เติม sunt หลัง există

  • ไม่ถูก: Există sunt multe opțiuni.
  • แก้เป็น: Există multe opțiuni. — มีตัวเลือกมากมาย
  • เหตุผล: există เป็นคำกริยาที่บอกการมีอยู่ได้เอง ไม่ใช่คำขยายที่ต้องตามด้วย este / sunt หากไม่ใช้ există ก็พูดว่า Sunt multe opțiuni. — “มีตัวเลือกมากมาย” ได้

4. ละ nu เมื่อมี nimeni อยู่แล้ว

  • ไม่ถูก: Este nimeni acasă.
  • แก้เป็น: Nu este nimeni acasă. — ไม่มีใครอยู่บ้าน
  • เหตุผล: ในประโยคปฏิเสธแบบนี้ต้องใช้ nu คู่กับ nimeni ส่วนคำถาม “มีใครอยู่บ้านไหม” ใช้ Este cineva acasă? ไม่ใช่เปลี่ยนน้ำเสียงของประโยคที่ใช้ nimeni แล้วหวังให้ได้ความหมายเดียวกัน

5. ใช้ există เพื่อบอกตำแหน่งของสิ่งที่รู้จักอยู่แล้ว

  • ไม่เหมาะ ถ้าจะบอกว่าแมวตัวนั้นอยู่ที่ไหน: Pisica există în grădină.
  • ควรใช้: Pisica este în grădină. — แมวตัวนั้นอยู่ในสวน
  • เหตุผล: ประโยคแรกมีความหมายโน้มไปทาง “แมวมีตัวตนอยู่ในสวน” ไม่ใช่การบอกตำแหน่งธรรมดา เมื่อรู้แล้วว่าพูดถึงแมวตัวไหน ให้ใช้ este บอกว่าอยู่ที่ใด ส่วน Este o pisică în grădină. คือ “มีแมวตัวหนึ่งอยู่ในสวน” ซึ่งแนะนำแมวขึ้นมาใหม่

ข้อสังเกตในการใช้งาน

este กับ e ต่างกันอย่างไร

ในบทสนทนาพบ e แทน este ได้บ่อย เช่น E cineva aici? — “มีใครอยู่ที่นี่ไหม” และ Nu e nimeni. — “ไม่มีใคร” ทั้งสองรูปเป็นรูปมาตรฐาน โดย e สั้นและคล่องปาก ส่วน este เป็นรูปเต็มที่เหมาะสำหรับเริ่มฝึกและพบในงานเขียนด้วย

ยังมีรูปย่อ nu-i ที่พบได้ในภาษาพูด เช่น Nu-i nimeni acasă. — “ไม่มีใครอยู่บ้าน” ผู้เริ่มต้นเพียงฟังให้รู้ความหมายก่อนก็พอ การใช้ nu este หรือ nu e ช่วยหลีกเลี่ยงความสับสนได้ เพราะเสียงและรูปเขียนสั้น ๆ อาจทำให้แยกคำยาก

există ไม่ได้เป็นคำทางการเท่านั้น

แม้ există จะเหมาะกับการอธิบายข้อเท็จจริงหรือเขียนเชิงเหตุผล ก็ใช้ถามในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เช่น Există o parcare în apropiere? — “แถวนี้มีที่จอดรถไหม” ความต่างจึงไม่ใช่ “ภาษาพูดใช้ไม่ได้ ภาษาทางการใช้ได้” แต่เป็นว่าต้องการเน้นการมีอยู่หรือทางเลือกนั้นมากแค่ไหน

สำหรับน้ำ กาแฟ หรือของที่เห็นตรงหน้า este / sunt มักเป็นตัวเลือกง่ายและเป็นธรรมชาติ เช่น Este apă pe masă. — “มีน้ำอยู่บนโต๊ะ” ไม่จำเป็นต้องใช้คำที่ฟังเหมือนกำลังยืนยันการมีตัวตนของน้ำ

“มี” ที่หมายถึงของใคร ต้องดูอีกโครงสร้างหนึ่ง

เปรียบเทียบสองประโยคนี้ให้ชัด

  • Este o mașină în fața casei. — มีรถคันหนึ่งอยู่หน้าบ้าน
  • Am o mașină. — ฉันมีรถหนึ่งคัน

ประโยคแรกไม่ได้บอกว่าใครเป็นเจ้าของรถ ส่วนประโยคหลังใช้ am จาก a avea “มีหรือครอบครอง” และไม่ได้บอกว่ารถอยู่ที่ไหน ภาษาไทยใช้คำว่า “มี” ได้ทั้งคู่ แต่ภาษาโรมาเนียแยกหน้าที่นี้ อย่าจำว่า este แปลว่า “มี” ได้ในทุกบริบท

ต่อยอดจากพื้นฐาน

ส่วนนี้เป็นรายละเอียดที่จะเจอเมื่ออ่านหรือสนทนามากขึ้น ยังไม่จำเป็นต้องใช้ทุกแบบในระดับเริ่มต้น หากจำได้ว่า este ใช้กับสิ่งเดียว sunt ใช้กับหลายสิ่ง และ există ใช้ยืนยันการมีอยู่ ก็มีพื้นฐานเพียงพอสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว

1. แนะนำสิ่งใหม่กับบอกตำแหน่งของสิ่งเดิม

ความหมายไม่ได้ขึ้นกับกริยาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับว่าผู้ฟังรู้จักสิ่งนั้นหรือยังด้วย

ภาษาโรมาเนีย ความหมาย มุมมองของผู้พูด
În grădină este o pisică. ในสวนมีแมวตัวหนึ่ง แนะนำแมวที่เพิ่งกล่าวถึง
Pisica este în grădină. แมวตัวนั้นอยู่ในสวน รู้ว่าพูดถึงตัวไหน แล้วบอกตำแหน่ง
În fața casei sunt două biciclete. หน้าบ้านมีจักรยานสองคัน บอกสิ่งที่พบในสถานที่นั้น
Bicicletele sunt în fața casei. จักรยานพวกนั้นอยู่หน้าบ้าน บอกว่าจักรยานที่รู้จักอยู่ตรงไหน

pisica และ bicicletele มีส่วนท้ายที่ช่วยบอกว่าพูดถึงสิ่งที่ระบุได้ ต่างจาก o pisică และ două biciclete ที่เหมาะกับการแนะนำสิ่งใหม่ แต่ไม่ควรจำเป็นข้อห้ามตายตัวว่าประโยคบอกการมีอยู่ห้ามมีคำนามชี้เฉพาะ ลำดับคำ น้ำเสียง และบริบททำงานร่วมกัน ภาษาโรมาเนียยืดหยุ่นกว่าสูตรฝึกพื้นฐาน

2. เมื่อพูดถึงอดีตหรืออนาคต รูปกริยาจะเปลี่ยน

este / sunt และ există ที่ฝึกมาเป็นรูปปัจจุบัน หากเล่าว่าเมื่อก่อนมีอะไรหรืออนาคตจะมีอะไร ต้องใช้รูปเวลาที่เหมาะสม ตารางนี้มีไว้ให้สังเกตความต่อเนื่อง ไม่ใช่ให้ท่องรูปกริยาทั้งระบบในครั้งเดียว

ช่วงเวลา ภาษาโรมาเนีย ความหมาย
อดีต บรรยายสภาพที่มีอยู่ În sat era o școală. ในหมู่บ้านเคยมีโรงเรียนแห่งหนึ่ง
อดีต หลายสิ่ง În sat erau două școli. ในหมู่บ้านเคยมีโรงเรียนสองแห่ง
อนาคต สิ่งเดียว Va fi o întâlnire mâine. พรุ่งนี้จะมีการประชุมครั้งหนึ่ง
อนาคต หลายสิ่ง Vor fi două întâlniri mâine. พรุ่งนี้จะมีการประชุมสองครั้ง
อดีต ใช้กริยาบอกการมีอยู่ Existau mai multe variante. ตอนนั้นมีหลายทางเลือก

จุดที่ควรสังเกตคือ există มีรูปเหมือนกันสำหรับสิ่งเดียวกับหลายสิ่งเฉพาะรูปปัจจุบันที่เรียนในบทนี้ ไม่ได้หมายความว่าคำกริยานี้ไม่เปลี่ยนตามจำนวนในทุกเวลา เช่น exista “มีอยู่ในอดีต” สำหรับสิ่งเดียว กับ existau สำหรับหลายสิ่ง เป็นคนละรูปกัน

3. คำปฏิเสธที่ครอบคลุมทุกสิ่งกับการปฏิเสธบางคุณสมบัติ

เปรียบเทียบการบอกว่า “ไม่มีทางแก้เลย” กับ “ไม่มีทางแก้ง่าย ๆ” ทั้งสองอย่างไม่เท่ากัน

  • Nu există nicio soluție. — ไม่มีทางแก้เลย
  • Nu există o soluție simplă. — ไม่มีทางแก้ง่าย ๆ

ประโยคหลังยังเปิดโอกาสให้มีทางแก้ที่ยากหรือซับซ้อน ส่วน nicio soluție ปฏิเสธว่ามีทางแก้แม้แต่ทางเดียว รูป niciun / nicio ใช้ประกอบคำนามตามเพศทางไวยากรณ์ เช่น Nu există niciun motiv. — “ไม่มีเหตุผลใดเลย” และ Nu există nicio problemă. — “ไม่มีปัญหาอะไรเลย” อย่าสลับรูปเพียงเพราะภาษาไทยแปลด้วย “ไม่มี…เลย” เหมือนกัน

4. การใช้เป็นสำนวนที่ไม่ได้แปลตรงทุกคำ

บางประโยคใช้การมีอยู่พูดถึงสถานการณ์ ไม่ใช่สิ่งของที่มองเห็น เช่น Nu e timp. — “ไม่มีเวลาแล้ว” หรือ Nu e cazul. — “ไม่จำเป็นหรอก” ตามบริบท ประโยคหลังไม่ควรแปลแยกคำเป็นการบอกว่ามีหรือไม่มี “กรณี” อยู่ที่ใด ให้จดจำเป็นกลุ่มคำพร้อมสถานการณ์ที่ใช้

วิธีฝึกให้ใช้ได้คล่อง

  1. สำรวจห้องจริงแล้วสลับจำนวน เขียนสิ่งที่เห็นสามอย่างด้วย este แล้วเปลี่ยนเป็นหลายชิ้นด้วย sunt เช่น Pe masă este o carte. — “บนโต๊ะมีหนังสือเล่มหนึ่ง” เปลี่ยนเป็น Pe masă sunt trei cărți. — “บนโต๊ะมีหนังสือสามเล่ม” ตรวจทั้งรูปคำนามและกริยา อย่าเปลี่ยนแค่ตัวเลข

  2. ฝึกชุดบอกเล่า–คำถาม–ปฏิเสธ เลือกสถานการณ์ที่น่าจะใช้จริง เช่น ที่นั่งว่าง แล้วพูด Sunt locuri libere. — “มีที่นั่งว่าง” ตามด้วย Sunt locuri libere? — “มีที่นั่งว่างไหม” และ Nu sunt locuri libere. — “ไม่มีที่นั่งว่าง” วิธีนี้ทำให้เห็นว่าคำถามไม่ต้องเติมคำเทียบกับ “ไหม” และคำปฏิเสธใช้ nu หน้ากริยา

  3. แยกคำว่า “มี” ในภาษาไทยก่อนแปล ลองเขียนสามประโยคว่า “ใกล้บ้านมีร้านขายยา” “ฉันมีรถ” และ “มีทางแก้ไหม” แล้วถามตัวเองว่ากำลังบอกสถานที่ บอกการครอบครอง หรือถามถึงความเป็นไปได้ หากแยกความหมายได้ จะเลือก este / sunt, a avea หรือ există ได้แม่นขึ้น แทนการหาคำโรมาเนียคำเดียวมาแทน “มี” ทุกครั้ง

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

  • พื้นฐานที่ควรทบทวน: คำกริยา a fi ในรูปปัจจุบัน — ทำความเข้าใจรูปของคำกริยาที่แปลว่า “เป็น” หรือ “อยู่” ก่อนนำ este และ sunt มาบอกว่ามีสิ่งใดอยู่

ความรู้พื้นฐาน

Verbul 'A Fi' la Prezent (กริยา a fi: เป็น/อยู่/คือ) ในภาษาโรมาเนียA1

แนวคิดระดับ A1 อื่นๆ

แนวคิดนี้ในภาษาอื่น

เปรียบเทียบในทุกภาษา