คำนำหน้านามชี้เฉพาะแบบต่อท้ายในภาษาโรมาเนีย
Articolul Hotărât Enclitic
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนผังไวยากรณ์ภาษาโรมาเนียบน Settemila Lingue
สรุปสั้น ๆ
ภาษาโรมาเนียมักบอกว่าเราหมายถึงคนหรือสิ่งของที่ผู้ฟังระบุได้ด้วยการเติมส่วนชี้เฉพาะไว้ ท้ายคำนาม เช่น băiat → băiatul “เด็กผู้ชายคนนั้น” และ casă → casa “บ้านหลังนั้น” รูปที่ใช้ขึ้นอยู่กับเพศทางไวยากรณ์ จำนวน และรูปคำเดิม ไม่ใช่เติมส่วนท้ายเดียวกันให้ทุกคำ ภาษาไทยอาจใช้ “คนที่พูดถึง” “หลังนั้น” หรือไม่เติมอะไรเลยตามบริบท จึงไม่ควรแปลส่วนท้ายเหล่านี้เป็น “นั้น” ทุกครั้ง
ภาพรวม
คำนามคือคำเรียกคน สัตว์ สิ่งของ หรือแนวคิด เช่น “เด็ก” “สุนัข” และ “บ้าน” ในภาษาโรมาเนีย คำนามจำนวนมากเปลี่ยนรูปเมื่อผู้พูดต้องการสื่อว่า “คนหรือสิ่งที่เรารู้ว่าหมายถึงอะไร” ส่วนที่ทำหน้าที่นี้เรียกว่า คำนำหน้านามชี้เฉพาะ แม้ชื่อภาษาไทยจะมีคำว่า “นำหน้า” แต่ในภาษาโรมาเนียแบบที่เรียนในบทนี้กลับติดอยู่ท้ายคำ เรียกว่า articolul hotărât enclitic
ลองนึกถึงการเล่าเรื่องว่า “เมื่อวานเจอสุนัขตัวหนึ่ง สุนัขตัวนั้นเดินตามกลับบ้าน” ภาษาไทยอาศัย “ตัวหนึ่ง” และ “ตัวนั้น” ช่วยเชื่อมเรื่อง ส่วนภาษาโรมาเนียใช้ un câine เมื่อแนะนำสุนัขเข้ามาในเรื่อง และใช้ câinele เมื่อกล่าวถึงตัวที่รู้จักแล้ว ความหมายชี้เฉพาะยังเกิดได้โดยไม่ต้องกล่าวมาก่อน เช่น ประตูห้องที่ทั้งสองคนยืนอยู่ตรงหน้า
นี่เป็นพื้นฐานระดับ A1 ที่ควรเรียนควบคู่กับเพศของคำนาม เพศทางไวยากรณ์หมายถึงกลุ่มของคำที่มีผลต่อรูปคำอื่น ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของมีเพศจริง ๆ ภาษาโรมาเนียแบ่งเป็นเพศชาย เพศหญิง และเพศกลาง เริ่มจากรูปพื้นฐานและตารางตัวอย่างก่อน แล้วค่อยอ่านเรื่องคำขยายและรูปแสดงเจ้าของในช่วงท้าย
หลักการและการสร้างรูป
1. เริ่มจากความหมาย ไม่ใช่จากการเติมส่วนท้าย
แยกสถานการณ์สองอย่างนี้ให้ออกก่อน
| ภาษาโรมาเนีย | ความหมายภาษาไทย | สิ่งที่ผู้พูดสื่อ |
|---|---|---|
| Văd un băiat. | ฉันเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง | เพิ่งแนะนำเด็กคนนี้เข้ามาในเรื่อง |
| Băiatul așteaptă aici. | เด็กผู้ชายคนนั้นรออยู่ตรงนี้ | ผู้ฟังรู้ว่าหมายถึงเด็กคนไหน |
| Cumpăr o carte. | ฉันซื้อหนังสือเล่มหนึ่ง | ยังไม่ได้ระบุว่าเป็นเล่มไหนสำหรับผู้ฟัง |
| Cartea este pe masă. | หนังสือเล่มนั้นอยู่บนโต๊ะ | หมายถึงหนังสือที่ระบุได้แล้ว |
un และ o เป็นคำบอกความไม่ชี้เฉพาะ วางแยกหน้าคำนาม ส่วนรูปอย่าง băiatul และ cartea มีส่วนชี้เฉพาะติดท้ายอยู่แล้ว จึงไม่ใช้สองแบบซ้อนกันกับคำนามเดียวกันในความหมายพื้นฐานนี้
คำว่า “รู้ว่าหมายถึงอะไร” ไม่ได้แปลว่าต้องรู้ชื่อหรือเห็นด้วยตาเสมอไป เช่น เมื่อบอกให้ปิดประตูในห้องที่มีประตูเดียว ผู้ฟังก็ระบุได้ว่าหมายถึงบานใด
2. คำนามเพศชายเอกพจน์
เอกพจน์หมายถึงหนึ่งคนหรือหนึ่งสิ่ง รูปที่พบบ่อยมีดังนี้
| รูปไม่ชี้เฉพาะ | รูปชี้เฉพาะ | ความหมายเมื่อชี้เฉพาะ | วิธีสังเกต |
|---|---|---|---|
| băiat | băiatul | เด็กผู้ชายคนนั้น | ลงท้ายพยัญชนะ มักเติม -ul |
| profesor | profesorul | ครูผู้ชายคนนั้น | ลงท้ายพยัญชนะ มักเติม -ul |
| câine | câinele | สุนัขตัวนั้น | คำกลุ่มนี้ลงท้าย -e และเติม -le |
| frate | fratele | พี่ชายหรือน้องชายคนนั้น | รูป -e → -ele |
| leu | leul | สิงโตตัวนั้น | ลงท้าย -u อยู่แล้ว จึงเติม -l |
| tată | tatăl | พ่อที่กล่าวถึง | คำเพศชายลงท้าย -ă ที่ต้องจำรูป |
สำหรับคำอย่าง băiatul อาจแยกให้เห็นเป็น băiat + -ul ได้ แต่ไม่ควรสรุปว่าเพศชายทุกคำเติม -ul เหมือนกัน คำว่า câinele ไม่ใช่ câineul และ tată แม้ลงท้าย -ă ก็เป็นเพศชาย ไม่ใช้กฎของคำนามเพศหญิง
การจำคำใหม่พร้อมรูปชี้เฉพาะช่วยได้มาก เช่น “câine — câinele” แทนการจำเพียงว่าคำนี้แปลว่าสุนัข
3. คำนามเพศหญิงเอกพจน์
รูปที่เจอบ่อยที่สุดคือคำนามลงท้าย -ă เปลี่ยนเป็น -a นั่นคือแทนที่สระท้าย ไม่ใช่เขียน -a ต่อจาก -ă อีกที
| รูปไม่ชี้เฉพาะ | รูปชี้เฉพาะ | ความหมายเมื่อชี้เฉพาะ | วิธีสร้างรูป |
|---|---|---|---|
| fată | fata | เด็กผู้หญิงคนนั้น | เปลี่ยน -ă เป็น -a |
| casă | casa | บ้านหลังนั้น | เปลี่ยน -ă เป็น -a |
| masă | masa | โต๊ะตัวนั้น | เปลี่ยน -ă เป็น -a |
| carte | cartea | หนังสือเล่มนั้น | คง -e แล้วเติม -a |
| femeie | femeia | ผู้หญิงคนนั้น | รูป -ie → -ia |
| cafea | cafeaua | กาแฟที่กล่าวถึง | รูปนี้มี -u- เชื่อมก่อน -a |
| zi | ziua | วันที่กล่าวถึง | รูปที่ควรจำทั้งคำ |
อย่าสับสนระหว่าง fată กับ fata เครื่องหมายเหนือ ă ไม่ใช่ของตกแต่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวอักษรที่บอกเสียงและช่วยแยกรูปไวยากรณ์ ประโยคที่ใช้ o fată หมายถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ส่วน fata หมายถึงเด็กผู้หญิงที่ระบุได้จากบริบท
คำนามลงท้าย -e ไม่ได้เป็นเพศเดียวกันทั้งหมด เปรียบเทียบ câine → câinele ซึ่งเป็นเพศชาย กับ carte → cartea ซึ่งเป็นเพศหญิง จึงต้องรู้เพศของคำด้วย ไม่ใช่มองเฉพาะตัวอักษรสุดท้าย
4. คำนามเพศกลางและพหูพจน์
พหูพจน์คือรูปที่หมายถึงมากกว่าหนึ่ง คำนามเพศกลางในภาษาโรมาเนียมีลักษณะสำคัญคือ ใช้รูปแบบอย่างเพศชายเมื่อเป็นเอกพจน์ และอย่างเพศหญิงเมื่อเป็นพหูพจน์ เช่น un scaun “เก้าอี้หนึ่งตัว” แต่ două scaune “เก้าอี้สองตัว”
ให้สร้างพหูพจน์ของคำนามก่อน แล้วค่อยสร้างรูปชี้เฉพาะ อย่าใช้รูปเอกพจน์เป็นฐานทุกครั้ง
| กลุ่มคำ | เอกพจน์ไม่ชี้เฉพาะ | เอกพจน์ชี้เฉพาะ | พหูพจน์ไม่ชี้เฉพาะ | พหูพจน์ชี้เฉพาะ | ความหมายของคำนาม |
|---|---|---|---|---|---|
| เพศชาย | băiat | băiatul | băieți | băieții | เด็กผู้ชาย |
| เพศชาย | câine | câinele | câini | câinii | สุนัข |
| เพศหญิง | fată | fata | fete | fetele | เด็กผู้หญิง |
| เพศหญิง | casă | casa | case | casele | บ้าน |
| เพศหญิง | carte | cartea | cărți | cărțile | หนังสือ |
| เพศกลาง | scaun | scaunul | scaune | scaunele | เก้าอี้ |
| เพศกลาง | hotel | hotelul | hoteluri | hotelurile | โรงแรม |
| เพศกลาง | muzeu | muzeul | muzee | muzeele | พิพิธภัณฑ์ |
คำนามเพศชายพหูพจน์มักเติม -i เพื่อชี้เฉพาะ เช่น băieți → băieții ส่วนเพศหญิงและเพศกลางพหูพจน์ใช้ -le เช่น fete → fetele และ scaune → scaunele
รูป hotelurile ควรเข้าใจเป็น hoteluri + -le ส่วน -uri เป็นส่วนสร้างพหูพจน์ ไม่ใช่เติม -urile ให้คำนามเพศกลางทุกคำ ดังนั้น scaun จึงเป็น scaunele ไม่ใช่สร้างรูปโดยเติม -urile เอง
5. ตัว i ที่เพิ่มขึ้นมีหน้าที่จริง
คำนามเพศชายบางคำมีรูปที่ดูคล้ายกันมาก เช่น
- băieți — เด็กผู้ชายหลายคน ยังไม่ชี้เฉพาะ
- băieții — เด็กผู้ชายกลุ่มที่ระบุได้
- copii — เด็กหลายคน ยังไม่ชี้เฉพาะ
- copiii — เด็กกลุ่มที่ระบุได้
ในคู่สุดท้าย copil “เด็ก” มีพหูพจน์เป็น copii อยู่แล้ว เมื่อเติม -i ชี้เฉพาะจึงได้ copiii ซึ่งมีตัว i สามตัว ไม่ใช่พิมพ์ผิด การออกเสียงของ i ท้ายคำขึ้นกับรูปคำ ไม่ควรอ่านทุกตัวเป็นพยางค์ไทย “อี” แยกกัน ให้ฝึกฟังและพูดจากทั้งคำควบคู่กับการสะกด
ตัวอย่างในสถานการณ์จริง
คำแปลด้านล่างใช้ “นั้น” หรือ “ที่พูดถึง” เฉพาะเมื่อช่วยให้เห็นความหมาย ในบทสนทนาภาษาไทยจริง บางประโยคแปลโดยใช้คำนามเฉย ๆ จะเป็นธรรมชาติกว่า
| ภาษาโรมาเนีย | ภาษาไทย | จุดที่ควรสังเกต |
|---|---|---|
| Un băiat intră în magazin. Băiatul caută apă. | เด็กผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าร้าน เด็กคนนั้นกำลังหาน้ำ | กล่าวครั้งแรกแล้วกล่าวซ้ำโดยชี้เฉพาะ |
| Fata așteaptă autobuzul. | เด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังรอรถประจำทาง | ทั้งคนและรถระบุได้จากบริบท |
| Câinele doarme lângă ușă. | สุนัขตัวนั้นนอนอยู่ข้างประตู | câinele เป็นเพศชายเอกพจน์ |
| Casa este aproape de gară. | บ้านหลังนั้นอยู่ใกล้สถานีรถไฟ | casă เปลี่ยนเป็น casa |
| Închide ușa, te rog. | ช่วยปิดประตูให้หน่อย | ไม่จำเป็นต้องเคยพูดถึงประตูมาก่อน |
| Cartea este pe masă. | หนังสือเล่มนั้นอยู่บนโต๊ะ | cartea ชี้เฉพาะ แต่ masă ไม่มีส่วนชี้เฉพาะในวลีนี้ |
| Băieții joacă fotbal în parc. | เด็กผู้ชายกลุ่มนั้นเล่นฟุตบอลในสวนสาธารณะ | băieți เปลี่ยนเป็น băieții |
| Fetele vin mâine. | เด็กผู้หญิงกลุ่มนั้นจะมาพรุ่งนี้ | เติม -le ที่รูปพหูพจน์ fete |
| Scaunele sunt libere. | เก้าอี้พวกนี้ว่างอยู่ | เพศกลางพหูพจน์ใช้รูปแบบเดียวกับเพศหญิง |
| Hotelurile sunt scumpe vara. | โรงแรมทั้งหลายราคาแพงในหน้าร้อน | รูปชี้เฉพาะใช้กล่าวโดยรวมได้ด้วย |
| Telefonul meu este în geantă. | โทรศัพท์ของฉันอยู่ในกระเป๋า | มีส่วนชี้เฉพาะก่อนคำบอกเจ้าของ meu |
| Copiii sunt cu profesorul. | เด็ก ๆ อยู่กับครูคนนั้น | copiii มี i สามตัว และ cu ใช้กับรูปชี้เฉพาะได้ |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
1. ใส่ทั้งคำบอกความไม่ชี้เฉพาะและส่วนชี้เฉพาะ
- ผิด: Văd un băiatul.
- ถูก: Văd un băiat. — ฉันเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง
- ถ้าหมายถึงคนที่รู้กันแล้ว: Văd băiatul. — ฉันเห็นเด็กผู้ชายคนนั้น
เลือกให้ตรงความหมายว่าเพิ่งแนะนำคนหนึ่งเข้ามา หรือกำลังระบุคนที่ผู้ฟังรู้จักอยู่แล้ว ไม่ใช้ un ซ้อนกับ -ul ในรูปพื้นฐานนี้
2. เติม -ul ให้คำนามทุกคำ
- ผิด: Câineul doarme.
- ถูก: Câinele doarme. — สุนัขตัวนั้นหลับอยู่
การรู้ว่าเป็นเพศชายยังไม่พอ ต้องรู้รูปท้ายคำด้วย câine อยู่ในกลุ่มที่ใช้ -le ไม่ใช่ -ul
3. เก็บ -ă ไว้ทั้งที่ต้องเปลี่ยนเป็น -a
- ผิด: Casăa este mare.
- ถูก: Casa este mare. — บ้านหลังนั้นใหญ่
สำหรับ casă ให้แทนที่ ă ด้วย a การเขียน Casa ไม่มีเครื่องหมายเหนือสระท้าย แต่รูปไม่ชี้เฉพาะ casă ต้องมี
4. เติมส่วนชี้เฉพาะโดยยังไม่สร้างพหูพจน์
- ผิด: Scaunurile sunt libere.
- ถูก: Scaunele sunt libere. — เก้าอี้พวกนี้ว่างอยู่
พหูพจน์ของ scaun คือ scaune ไม่ใช่รูปที่ลงท้าย -uri ต้องเลือกพหูพจน์ที่ถูกก่อน แล้วจึงเติม -le
5. ลืมตัว i ที่บอกการชี้เฉพาะ
- ผิดในความหมาย “เด็กกลุ่มนั้น”: Copii sunt aici.
- ถูก: Copiii sunt aici. — เด็กกลุ่มนั้นอยู่ที่นี่
copii เป็นรูปพหูพจน์ไม่ชี้เฉพาะ ส่วน copiii มี -i ที่เพิ่มมาเพื่อระบุกลุ่มเด็ก อย่าลดจำนวนตัวอักษรเพียงเพราะมองว่าซ้ำกันมากเกินไป
6. ถอดความเป็น “นั้น” ทุกครั้ง
- ไม่เหมาะเมื่อขอให้ปิดประตูธรรมดา: แปล Închide ușa, te rog. เป็น “ช่วยปิดประตูบานโน้นให้หน่อย” โดยไม่มีบริบทว่าชี้ไปที่ประตูไกลตัว
- เป็นธรรมชาติกว่า: “ช่วยปิดประตูให้หน่อย”
ส่วนชี้เฉพาะบอกว่าระบุสิ่งนั้นได้ แต่ไม่ได้บอกว่าอยู่ไกล ส่วนคำอย่าง “นี้” และ “นั้น” ที่ใช้ชี้หรือเปรียบต่างจริง ๆ มีรูปอื่นในภาษาโรมาเนียด้วย
ข้อสังเกตในการใช้
ภาษาไทยมักไม่ต้องแสดงสิ่งที่ภาษาโรมาเนียต้องแสดง
ประโยคไทยว่า “หนังสืออยู่บนโต๊ะ” อาจหมายถึงหนังสือเล่มที่เพิ่งพูดถึง หรืออาจต้องอาศัยสถานการณ์ช่วยตัดสิน ภาษาโรมาเนียมักทำให้ความต่างนี้เห็นในรูปคำนามเอง จึงควรถามก่อนแปลว่า “คนฟังรู้ไหมว่าหมายถึงเล่มไหน” แทนที่จะค้นหาคำไทยหนึ่งคำที่ตรงกับส่วนชี้เฉพาะเสมอ
เช่นเดียวกัน การไม่มีส่วนชี้เฉพาะก็ไม่ได้แปลว่าไม่เฉพาะเจาะจงทุกกรณี เพราะโครงสร้างบางแบบกำหนดให้ใช้คำนามเปล่าได้ เรื่องคำบุพบทด้านล่างเป็นตัวอย่างสำคัญ
รูปชี้เฉพาะไม่ได้ใช้เฉพาะกับสิ่งที่กล่าวมาแล้ว
ใช้ได้ทั้งสิ่งที่เห็นร่วมกัน สิ่งที่เข้าใจได้จากสถานการณ์ และสิ่งที่มองว่าเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป เช่น Soarele strălucește. “ดวงอาทิตย์ส่องแสง” ไม่ต้องเริ่มด้วยประโยคแนะนำว่ามีดวงอาทิตย์ดวงหนึ่งก่อน
รูปชี้เฉพาะยังใช้กล่าวถึงสิ่งทั้งกลุ่มได้ เช่น Câinii sunt animale sociale. “สุนัขเป็นสัตว์สังคม” ในการอ่านจริงจึงต้องดูว่ากำลังพูดถึงสุนัขกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ หรือสุนัขในฐานะสัตว์ชนิดหนึ่ง ไม่ควรแปลเป็น “สุนัขพวกนั้น” โดยอัตโนมัติ
ภาษาพูดอาจได้ยิน -l ไม่ชัด
ในการพูดทั่วไป ผู้พูดจำนวนมากไม่ออกเสียง l ท้ายรูป -ul ชัดเจน เช่น รูปเขียน băiatul อาจได้ยินคล้าย băiatu นี่ไม่ใช่เหตุผลให้ละส่วนท้ายทั้งหมด ในงานเขียนมาตรฐานยังคงเขียน băiatul และ profesorul ตามเดิม
ผู้เริ่มเรียนควรจำรูปเขียนเต็ม และฝึกให้หูคุ้นกับรูปที่ได้ยินจริง โดยไม่เหมารวมว่า -le หรือส่วนชี้เฉพาะทุกแบบจะหายไปด้วย
ต่อจากพื้นฐาน: เรื่องที่ค่อยเรียนเพิ่มได้
ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกโครงสร้างในส่วนนี้ได้ทันที แต่การรู้ว่ามีรูปเหล่านี้จะช่วยไม่ให้เข้าใจกฎเบื้องต้นว่า “ต้องติดส่วนท้ายกับคำนามเสมอ” แบบตายตัว
เมื่อคำคุณศัพท์มาอยู่ข้างหน้า
คำคุณศัพท์คือคำที่บอกลักษณะ เช่น “ดี” “เล็ก” และ “สวย” ลำดับทั่วไปในภาษาโรมาเนียมักวางคำเหล่านี้หลังคำนาม และส่วนชี้เฉพาะอยู่กับคำนาม เช่น băiatul bun “เด็กผู้ชายที่เป็นคนดี”
แต่เมื่อวางคำคุณศัพท์ไว้หน้า ส่วนชี้เฉพาะมักไปติดที่คำคุณศัพท์แทน
| รูปภาษาโรมาเนีย | ความหมายภาษาไทย | สิ่งที่เปลี่ยน |
|---|---|---|
| băiatul bun | เด็กผู้ชายที่เป็นคนดี | ลำดับที่ใช้เป็นพื้นฐานได้ |
| bunul băiat | เด็กผู้ชายผู้แสนดี | ส่วนชี้เฉพาะย้ายไปอยู่กับคำคุณศัพท์ มักมีน้ำเสียงเน้นหรือแสดงท่าที |
| casa frumoasă | บ้านที่สวย | ส่วนชี้เฉพาะอยู่กับ casa |
| frumoasa casă | บ้านอันสวยงาม | ส่วนชี้เฉพาะอยู่กับ frumoasa |
ดังนั้นไม่ใช้ bunul băiatul สำหรับกลุ่มคำพื้นฐานนี้ ความแตกต่างด้านน้ำเสียงขึ้นกับคำคุณศัพท์และบริบท ไม่ใช่ว่าลำดับหน้าจะเป็นภาษาวรรณกรรมเสมอ แต่สำหรับผู้เริ่มเรียน ใช้คำนามก่อนคำคุณศัพท์เป็นหลักจะง่ายกว่า
หลังคำบุพบท รูปชี้เฉพาะอาจไม่ปรากฏ
คำบุพบทคือคำเชื่อมที่บอกความสัมพันธ์ เช่น “ใน” “บน” และ “กับ” หลังคำบุพบทโรมาเนียหลายคำ คำนามทั่วไปที่ไม่มีคำขยายมักไม่ใช้ส่วนชี้เฉพาะ แม้ภาษาไทยจะเข้าใจได้ว่าเป็นสถานที่หรือสิ่งของที่รู้กันแล้ว
- Cartea este pe masă. — หนังสืออยู่บนโต๊ะ
- Cheile sunt în geantă. — กุญแจอยู่ในกระเป๋า
- Merg la magazin. — ฉันไปร้านค้า
เมื่อคำนามมีส่วนขยายที่ระบุชัด รูปชี้เฉพาะมักกลับมา เช่น Cartea este pe masa din bucătărie. “หนังสืออยู่บนโต๊ะในห้องครัว” หรือ Merg la magazinul de lângă casă. “ฉันไปร้านข้างบ้าน”
คำว่า cu “กับ/ด้วย” เป็นข้อสำคัญที่ต้องแยกจำ เช่น Vorbesc cu profesorul. “ฉันคุยกับครูคนนั้น” และ Merg cu trenul. “ฉันเดินทางโดยรถไฟ” อย่างไรก็ดี อย่าสรุปว่า cu ต้องตามด้วยรูปชี้เฉพาะทุกกรณี เช่น cafea cu lapte หมายถึง “กาแฟใส่นม” โดยใช้ lapte ไม่มีส่วนชี้เฉพาะ เพราะเป็นการบอกส่วนประกอบ ไม่ได้ระบุนมชุดใดชุดหนึ่ง
คำบอกเจ้าของไม่ได้ทำให้ส่วนชี้เฉพาะหายไป
ในโครงสร้างพื้นฐาน คำนามที่ตามด้วยคำบอกเจ้าของอย่าง meu “ของฉัน” ยังมีส่วนชี้เฉพาะอยู่ เช่น
- telefonul meu — โทรศัพท์ของฉัน
- cartea mea — หนังสือของฉัน
- prietenii mei — เพื่อน ๆ ของฉัน
ภาษาไทยใช้ “โทรศัพท์ของฉัน” ได้โดยไม่ต้องมี “เครื่องนั้น” แต่ภาษาโรมาเนียไม่ได้สร้างรูปทั่วไปนี้โดยนำรูปคำนามเปล่ามาวางติดกับ meu ตรง ๆ สำหรับคำเครือญาติ รูปมาตรฐานอย่าง mama mea “แม่ของฉัน” และ fratele meu “พี่ชาย/น้องชายของฉัน” ก็มีส่วนชี้เฉพาะเช่นกัน แต่ภาษาพูดมีรูปเฉพาะอย่าง frate-meu “พี่ชาย/น้องชายของฉัน” ซึ่งใช้คำนามไม่ติดส่วนชี้เฉพาะ ควรเรียนเป็นกลุ่มคำ ไม่ขยายข้อยกเว้นนี้ไปใช้กับทุกคำนาม
รูปชี้เฉพาะเปลี่ยนเมื่อบอกเจ้าของหรือผู้รับ
การกคือการเปลี่ยนรูปคำตามหน้าที่ในประโยค สำหรับตารางพื้นฐานข้างต้น เราใช้รูปที่พบเมื่อคำนามเป็นประธาน คือสิ่งที่ประโยคกล่าวถึง หรือเป็นกรรมตรง คือคนหรือสิ่งที่การกระทำมุ่งไปถึง ต่อมาเมื่อเรียนการแสดงเจ้าของหรือผู้รับ จะพบรูปอีกชุดหนึ่ง
| รูปพื้นฐาน | รูปเมื่อแสดงเจ้าของหรือผู้รับ | ตัวอย่างความหมายของรูปหลัง |
|---|---|---|
| băiatul | băiatului | ของเด็กผู้ชายคนนั้น / ให้เด็กผู้ชายคนนั้น |
| fata | fetei | ของเด็กผู้หญิงคนนั้น / ให้เด็กผู้หญิงคนนั้น |
| scaunul | scaunului | ของเก้าอี้ตัวนั้น / แก่เก้าอี้ตัวนั้น ตามโครงสร้าง |
| băieții | băieților | ของเด็กผู้ชายกลุ่มนั้น / ให้เด็กผู้ชายกลุ่มนั้น |
| fetele | fetelor | ของเด็กผู้หญิงกลุ่มนั้น / ให้เด็กผู้หญิงกลุ่มนั้น |
| scaunele | scaunelor | ของเก้าอี้เหล่านั้น / แก่เก้าอี้เหล่านั้น ตามโครงสร้าง |
ตัวอย่างที่ใช้จริงคือ Cartea băiatului este aici. “หนังสือของเด็กผู้ชายคนนั้นอยู่ที่นี่” และ Îi dau fetei o carte. “ฉันให้หนังสือเด็กผู้หญิงคนนั้นหนึ่งเล่ม” ในประโยคหลัง fetei เป็นผู้รับ ไม่ใช่เด็กผู้หญิงหลายคน แม้ต้นคำจะคล้ายพหูพจน์ fete
จุดสำคัญในตอนนี้คือจำว่ารูป -ului, -ei และ -lor ยังเกี่ยวข้องกับระบบชี้เฉพาะ ไม่ใช่คำนามคนละคำทั้งหมด ส่วนวิธีเลือกตามหน้าที่ควรฝึกกับเรื่องการกโดยตรง
คำชี้และรูป cel ไม่ใช่การเติมส่วนท้ายซ้ำอย่างอิสระ
คำชี้ที่มีความหมายว่า “นี้/นั้น” มีโครงสร้างของตนเอง เช่น acest băiat “เด็กผู้ชายคนนี้” กับ băiatul acesta “เด็กผู้ชายคนนี้” แบบแรกใช้คำชี้อยู่หน้าและคำนามไม่ติดส่วนชี้เฉพาะ แบบหลังคำนามมีส่วนชี้เฉพาะและตามด้วยคำชี้อีกรูป จึงไม่ใช่แค่นำคำเดิมสลับที่กัน
อีกกลุ่มที่พบเมื่อเรียนต่อคือ cel, cea, cei, cele ซึ่งช่วยเชื่อมคำขยายในบางโครงสร้าง เช่น băiatul cel mic “เด็กผู้ชายคนเล็ก” คำว่า cel ในที่นี้ไม่ใช่ส่วนท้าย -ul ที่ย้ายออกมาเป็นคำแยก และไม่ควรนำไปใส่หน้าคำนามทั่วไปแทนรูป băiatul
ชื่อคนไม่ได้ทำตามตารางคำนามทั่วไปทุกกรณี
ชื่อคนอย่าง Maria และ Andrei โดยทั่วไปใช้เรียกบุคคลได้เลย ไม่ต้องเติมส่วนท้ายเพื่อให้เป็นคนที่รู้จัก รูปแสดงเจ้าของยังมีแบบเฉพาะ เช่น cartea Mariei “หนังสือของมาเรีย” และ cartea lui Andrei “หนังสือของอันเดรย์” ในตัวอย่างหลัง lui อยู่หน้าชื่อ ไม่ใช่ส่วนท้ายของชื่อ
จึงไม่ควรเติม -ul หรือ -a ให้ชื่อคนตามความรู้สึกว่ากำลังพูดถึงคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ ระบบชื่อเฉพาะควรแยกเรียนจากการเติมส่วนชี้เฉพาะให้คำนามทั่วไป
วิธีฝึกให้ใช้ได้จริง
- จำเป็นชุดสี่รูป เลือกคำนามใกล้ตัววันละสามคำ แล้วเขียนเอกพจน์ไม่ชี้เฉพาะ เอกพจน์ชี้เฉพาะ พหูพจน์ไม่ชี้เฉพาะ และพหูพจน์ชี้เฉพาะ เช่น carte — cartea — cărți — cărțile วิธีนี้ช่วยทั้งเรื่องเพศ การเปลี่ยนพหูพจน์ และส่วนท้าย โดยไม่เผลอใช้กฎเติมส่วนท้ายกับฐานคำที่ผิด
- เล่าเรื่องสั้นแบบแนะนำแล้วกล่าวซ้ำ เช่น Am o carte. Cartea este nouă. “ฉันมีหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนั้นเป็นเล่มใหม่” จากนั้นเปลี่ยนเป็นสุนัข บ้าน หรือโทรศัพท์ ให้คิดว่าผู้ฟังเพิ่งรู้จักสิ่งนั้นหรือรู้แล้ว ไม่ใช่แปลจากคำว่า “นั้น” เพียงอย่างเดียว
- อ่านและเขียนคู่ที่ต่างกันเล็กน้อย ฝึก fată/fata, băieți/băieții และ copii/copiii พร้อมประโยค ฟังเสียงจริงแล้วตรวจตัวสะกด อย่าฝึกแต่คำเดี่ยวจนลืมว่ารูปทั้งสองต่างกันเพราะความหมายในบริบท
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
- พื้นฐานที่ควรรู้ก่อน: เพศของคำนาม — ช่วยเลือกส่วนท้ายและเข้าใจว่าเหตุใดเพศกลางจึงมีรูปเอกพจน์กับพหูพจน์ต่างแบบกัน
- เรียนต่อเรื่องหน้าที่ในประโยค: การกประธานและกรรมตรง — ทำความเข้าใจรูปคำนามเมื่อเป็นสิ่งที่ประโยคกล่าวถึงหรือเป็นเป้าของการกระทำ รวมถึงโครงสร้างที่มีคำบุพบท
- เรียนต่อเรื่องความเป็นเจ้าของ: คำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ — คำที่ใช้แทนสิ่งของว่าเป็นของใคร และความสัมพันธ์กับกลุ่มคำอย่าง “หนังสือของฉัน”