B2

วลีกริยารูปไม่ผันในภาษานอร์เวย์

Infinitivkonstruksjoner

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนผังไวยากรณ์ภาษานอร์เวย์บน Settemila Lingue

สรุปสั้น ๆ

ภาษานอร์เวย์ใช้ for å + กริยารูปไม่ผัน เพื่อบอกว่า “เพื่อทำอะไร” ใช้ uten å เพื่อบอกว่า “โดยไม่ได้ทำอะไร” และใช้ i stedet for å เพื่อบอกว่า “แทนที่จะทำอะไร” เช่น Jeg kom for å hjelpe. หมายถึง “ฉันมาเพื่อช่วย” กริยาหลัง å ไม่เปลี่ยนตามเวลาของเหตุการณ์ และโดยทั่วไปผู้ทำสิ่งที่ตามหลังวลีเหล่านี้คือคนเดียวกับผู้ทำเหตุการณ์หลัก หากเป็นคนละคน มักต้องเปลี่ยนเป็นประโยคที่ระบุผู้กระทำให้ชัดเจน

ภาพรวม

ในภาษาไทย เราพูดว่า “ออกไปซื้อข้าว” “กลับบ้านโดยไม่บอกใคร” หรือ “ทำเองแทนที่จะรอ” ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนรูปคำกริยา ภาษานอร์เวย์ก็เชื่อมการกระทำเข้าด้วยกันได้ แต่ต้องเลือกคำเชื่อมและรูปกริยาให้ตรงหน้าที่ การบอกว่า “ทำอะไร” กับ “ทำไปเพื่ออะไร” อาจใช้กริยาคำเดียวกัน แต่โครงสร้างต่างกัน

หัวข้อนี้ต่อยอดจากการใช้ å ขั้นพื้นฐานมาสู่ระดับ B2 คำว่า กริยารูปไม่ผัน หมายถึงรูปกริยาที่ไม่ได้แสดงเวลา เช่น lese “อ่าน” ต่างจาก leser “อ่านอยู่หรืออ่านเป็นประจำ” และ leste “อ่านแล้วในอดีต” เมื่อนำ å lese ไปต่อกับคำอื่น เราจะได้ วลีกริยา คือกลุ่มคำที่มีกริยาเป็นแกน เช่น for å lese rapporten “เพื่ออ่านรายงาน” ตัวอย่างในบทความนี้ใช้ภาษานอร์เวย์มาตรฐานเขียนแบบบุ๊กมอล

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่จำว่าใส่ å ที่ไหน แต่ต้องดูความสัมพันธ์ระหว่างสองการกระทำด้วย ตั้งใจทำอย่างหนึ่งเพื่อให้ได้อีกอย่างหรือไม่ มีสิ่งใดที่ไม่ได้ทำ หรือเลือกทำอีกอย่างแทน และใครเป็นผู้กระทำในแต่ละส่วน คำถามเหล่านี้ช่วยให้เลือกได้ทั้งระหว่าง for å, uten å, i stedet for å และประโยคเต็มที่มีคำเชื่อมอื่น

รูปประโยคและหลักการใช้

1. แยกรูปกริยาออกจากเวลาของเหตุการณ์

โครงสร้างพื้นฐานคือ คำเชื่อม + å + กริยารูปไม่ผัน + ส่วนขยาย ส่วนขยายอาจเป็นสิ่งที่ทำ สถานที่ หรือรายละเอียดอื่น ๆ โดย å ไม่ใช่คำที่แสดงอนาคต และไม่ได้แปลว่า “เพื่อ” ทุกครั้ง

ภาษานอร์เวย์ ความหมายภาษาไทย สิ่งที่ควรสังเกต
Jeg går på biblioteket for å lese. ฉันไปห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือ เหตุการณ์หลักอยู่ในปัจจุบัน
Jeg gikk på biblioteket for å lese. ฉันไปห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือมาแล้ว เหตุการณ์หลักอยู่ในอดีต แต่ยังใช้ lese
Jeg skal gå på biblioteket for å lese. ฉันจะไปห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือ เหตุการณ์หลักกล่าวถึงแผน แต่ยังใช้ lese

ประโยคหลัก คือส่วนที่บอกเหตุการณ์หลักและอยู่เป็นประโยคได้ด้วยตัวเอง ในตัวอย่างนี้คือส่วนที่บอกว่าฉันไปห้องสมุด รูปกริยาในส่วนนั้นช่วยบอกเวลา ส่วน for å lese บอกจุดประสงค์ ไม่ต้องผัน lese ตาม gikk หรือ skal gå

2. ใช้ for å เมื่อบอกจุดประสงค์

for å ตอบคำถามว่า “ทำไปเพื่ออะไร” ผู้พูดกล่าวถึงเป้าหมายของการกระทำ ไม่ได้รับรองว่าเป้าหมายนั้นสำเร็จจริง

  • Jeg kom for å hjelpe. — ฉันมาเพื่อช่วย
  • Hun sparer penger for å kjøpe en leilighet. — เธอเก็บเงินเพื่อซื้อห้องชุด
  • Vi ringte for å bestille et bord. — เราโทรไปเพื่อจองโต๊ะ

ประโยคเรื่องการเก็บเงินไม่ได้บอกว่าเธอซื้อห้องชุดแล้ว เช่นเดียวกับการโทรเพื่อจองโต๊ะที่อาจจองไม่สำเร็จก็ได้ จึงควรแยก “จุดประสงค์” ออกจาก “ผลที่เกิดขึ้น”

อีกจุดหนึ่งที่ผู้เรียนมักสับสนคือ å หลังคำกริยาบางคำไม่ได้บอกจุดประสงค์ แต่เป็นส่วนที่คำกริยานั้นต้องการเพื่อให้ความหมายครบ

  • Jeg prøver å sove. — ฉันพยายามนอนให้หลับ
  • Jeg legger meg tidlig for å få nok søvn. — ฉันเข้านอนเร็วเพื่อให้นอนพอ

ประโยคแรกบอกว่าพยายามทำอะไร จึงใช้ prøver å ไม่ใช่ prøver for å ประโยคที่สองบอกว่าเข้านอนเร็วไปเพื่ออะไร จึงใช้ for å อย่าเติม for ทุกครั้งที่ภาษาไทยเชื่อมกริยาสองตัวเข้าด้วยกัน

3. ใช้ uten å เมื่อมีบางอย่างที่ไม่ได้ทำ

uten å แปลได้ว่า “โดยไม่…” “โดยไม่ได้…” หรือ “ทั้งที่ไม่ได้…” ขึ้นอยู่กับบริบท วลีนี้บอกว่าการกระทำหลักเกิดขึ้นโดยไม่มีอีกการกระทำหนึ่งร่วมอยู่ด้วย

  • Han gikk uten å si ha det. — เขาจากไปโดยไม่บอกลา
  • Hun svarte uten å tenke seg om. — เธอตอบโดยไม่ทันคิดให้รอบคอบ
  • Vi fant fram uten å bruke kart. — เราหาทางไปถึงได้โดยไม่ใช้แผนที่

uten มีความหมายว่า “ปราศจาก” อยู่แล้ว จึงไม่ต้องเพิ่ม ikke เพื่อให้ได้ความหมายว่า “ไม่ทำ” รูป uten å ikke … อาจมีความหมายปฏิเสธซ้อนที่ต่างออกไป แต่ไม่ใช่รูปปกติสำหรับการบอกว่า “โดยไม่…”

ภาษาไทยละผู้กระทำในส่วนหลังได้ง่าย เช่น “เขาไปโดยไม่บอก” แต่ในภาษานอร์เวย์ก็ควรถามให้แน่ใจว่าใครไม่ได้บอก ในรูป Han gikk uten å si ha det คนที่จากไปกับคนที่ไม่ได้บอกลาคือคนเดียวกัน

4. ใช้ i stedet for å เมื่อเลือกทำอีกอย่างแทน

i stedet for å ใช้ยกการกระทำที่ไม่ได้เลือกขึ้นมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่ทำจริงหรือสิ่งที่แนะนำให้ทำ แปลว่า “แทนที่จะ…”

  • Vi tok toget i stedet for å kjøre bil. — เรานั่งรถไฟแทนที่จะขับรถ
  • Hun ringte i stedet for å sende en melding. — เธอโทรหาแทนที่จะส่งข้อความ
  • I stedet for å klage, gjør noe. — แทนที่จะบ่น ก็ลงมือทำอะไรสักอย่าง

วลีหลัง i stedet for å คือทางเลือกที่ถูกแทนที่ ไม่ใช่สิ่งที่เลือกทำจริงในประโยคนั้น ลองเทียบกับภาษาไทยว่า “โทรแทนการส่งข้อความ” กับ “ส่งข้อความแทนการโทร” หากสลับสองส่วน ความหมายก็กลับด้าน

เมื่อตามด้วยกริยาใช้ å แต่ถ้าเป็น คำนาม คือคำเรียกคน สิ่งของ หรือสิ่งต่าง ๆ ไม่ต้องใส่ å เช่น Vi drakk te i stedet for kaffe. — “เราดื่มชาแทนกาแฟ” หลักเดียวกันนี้ใช้กับ uten sukker “ไม่ใส่น้ำตาล” ซึ่งต่างจาก uten å tilsette sukker “โดยไม่เติมน้ำตาล”

5. คำบอกวิธีทำที่ควรรู้ควบคู่กัน: ved å และ med å

สามรูปหลักข้างต้นไม่ได้ใช้แทนกันได้ทุกกรณี หากต้องการบอกว่า “ทำได้ด้วยวิธีใด” มักใช้ ved å ส่วน med å พบในโครงสร้างที่บอกการกระทำประกอบกันหรือเป็นส่วนที่คำอื่นต้องการ

  • Du kan spare strøm ved å senke temperaturen. — คุณประหยัดไฟได้ด้วยการลดอุณหภูมิ
  • Vi begynte med å lese rapporten. — เราเริ่มด้วยการอ่านรายงาน
  • Han hjalp meg med å bære eskene. — เขาช่วยฉันยกกล่อง

อย่าจำว่า med å แปลว่า “ด้วยการ” แล้วนำไปแทน ved å ได้ทั่วไป การเลือกคำต้องดูทั้งความหมายและคำที่อยู่ข้างหน้า สำหรับการฝึกหัวข้อนี้ ให้แยก for å “เพื่อให้ได้เป้าหมาย” ออกจาก ved å “ด้วยวิธีนี้” ก่อน

6. ตำแหน่งของคำปฏิเสธและการย้ายวลีขึ้นต้น

เมื่อปฏิเสธการกระทำในวลี มักวาง ikke “ไม่” ไว้ก่อน å เช่น for ikke å vekke noen “เพื่อไม่ให้ปลุกใครตื่น” ส่วนคำกริยาหลักในวลียังคงเป็นรูปไม่ผัน

  • Vi snakket lavt for ikke å vekke barnet. — เราพูดเบา ๆ เพื่อไม่ให้เด็กตื่น
  • Hun bestemte seg for ikke å svare. — เธอตัดสินใจว่าจะไม่ตอบ

ตัวอย่างที่สองมี for เพราะเป็นส่วนหนึ่งของ bestemme seg for “ตัดสินใจว่าจะ…” ไม่ใช่ for å บอกจุดประสงค์ อย่าตัดสินหน้าที่จากคำที่ติดกันอย่างเดียว

วลีเหล่านี้วางท้ายประโยคหรือย้ายขึ้นต้นเพื่อเน้นได้ เมื่อวลียาวขึ้นต้นประโยคบอกเล่า กริยาที่ผันแล้ว คือกริยาที่แสดงเวลาในประโยคหลัก จะมาก่อน ประธาน คือคนหรือสิ่งที่ประโยคกล่าวว่าทำเหตุการณ์นั้น

  • For å rekke toget må vi dra nå. — เพื่อให้ทันรถไฟ เราต้องออกเดินทางตอนนี้
  • Uten å si noe reiste han seg. — เขาลุกขึ้นโดยไม่พูดอะไร

สังเกต må vi และ reiste han ไม่ใช่ vi må และ han reiste วลีต้นประโยคทั้งกลุ่มถือเป็นส่วนแรกของประโยค ไม่ได้นับเป็นคำทีละคำ โดยทั่วไปไม่ใส่จุลภาคหลังวลี å สั้น ๆ เพียงเพราะย้ายไว้ข้างหน้า อย่างไรก็ตาม หากส่วนหลังเป็นคำสั่ง เช่น I stedet for å klage, gjør noe สามารถใช้จุลภาคแบ่งจังหวะให้ชัดเจนได้

ตัวอย่างในสถานการณ์จริง

ตารางนี้รวมการบอกจุดประสงค์ การไม่ทำบางสิ่ง การเลือกทางอื่น และรูปที่ดูคล้ายกันแต่มีหน้าที่ต่างกัน ลองอ่านคำแปลก่อน แล้วถามว่าแต่ละประโยคตอบคำถาม “เพื่ออะไร” “โดยไม่ได้ทำอะไร” หรือ “แทนอะไร”

ภาษานอร์เวย์ ความหมายภาษาไทย จุดสังเกต
Jeg kom for å hjelpe. ฉันมาเพื่อช่วย บอกจุดประสงค์ของการมา
Hun tok et norskkurs for å kunne søke på flere jobber. เธอลงเรียนภาษานอร์เวย์เพื่อให้สมัครงานได้หลายตำแหน่งขึ้น หลัง å ใช้ kunne แล้วตามด้วย søke โดยไม่เติม å อีก
Vi dro tidlig for ikke å bli sittende i kø. เราออกเดินทางแต่เช้าเพื่อไม่ต้องติดอยู่บนถนน ปฏิเสธเป้าหมายที่ต้องการหลีกเลี่ยง
Han gikk uten å si ha det. เขาจากไปโดยไม่บอกลา คนที่ไปคือคนที่ไม่ได้บอกลา
Hun signerte avtalen uten å lese den først. เธอลงนามในข้อตกลงโดยไม่ได้อ่านก่อน den หมายถึงข้อตกลงที่กล่าวถึง
De kom inn uten å bli lagt merke til. พวกเขาเข้ามาโดยไม่มีใครสังเกตเห็น ผู้เข้ามาเป็นฝ่ายถูกสังเกต
Vi reparerte sykkelen i stedet for å kjøpe en ny. เราซ่อมจักรยานแทนที่จะซื้อคันใหม่ ซ่อมคือสิ่งที่เลือกทำ
I stedet for å klage, gjør noe. แทนที่จะบ่น ก็ลงมือทำอะไรสักอย่าง ส่วนหลังเป็นคำสั่ง
I stedet for å vente hjemme gikk hun på biblioteket. แทนที่จะรออยู่บ้าน เธอไปห้องสมุด เมื่อย้ายวลีขึ้นต้น ใช้ gikk hun
Det er vanskelig å forstå. เรื่องนี้เข้าใจยาก å เข้าไปเติมว่าทำอะไรยาก ไม่ได้บอกจุดประสงค์
Denne døren er lett å åpne. ประตูบานนี้เปิดง่าย ประตูเป็นสิ่งที่ถูกเปิด ไม่ใช่ผู้เปิด
For å rekke møtet tok vi en drosje. เพื่อให้ทันการประชุม เราจึงนั่งแท็กซี่ วลีต้นประโยคตามด้วย tok vi
Du lærer nye ord ved å bruke dem i samtaler. คุณเรียนรู้คำใหม่ ๆ ได้ด้วยการนำไปใช้สนทนา ved å บอกวิธี ไม่ใช่เป้าหมาย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

1. ผันกริยาหลัง å ตามประโยคหลัก

  • ไม่ถูก: Hun dro til Oslo for å studerte.
  • ถูก: Hun dro til Oslo for å studere. — เธอไปออสโลเพื่อเรียน
  • เหตุผล: dro บอกเวลาในอดีตแล้ว หลัง å ต้องใช้รูปไม่ผัน studere ไม่ใช่ studerte แม้การเรียนจะเกิดขึ้นในอดีตเช่นกัน

2. ลืม å หลัง uten หรือ i stedet for เมื่อมีกริยาตามมา

  • ไม่ถูก: Han gikk uten si ha det.
  • ถูก: Han gikk uten å si ha det. — เขาจากไปโดยไม่บอกลา
  • ไม่ถูก: Vi gikk i stedet for ta bussen.
  • ถูก: Vi gikk i stedet for å ta bussen. — เราเดินไปแทนที่จะขึ้นรถเมล์
  • เหตุผล: ในโครงสร้างเหล่านี้ เมื่อส่วนหลังเป็นการกระทำ ต้องมี å แต่ถ้าตามด้วยคำนาม เช่น uten penger “โดยไม่มีเงิน” ไม่ใช้ å

3. เติม ikke หลัง uten เพราะแปลตามคำว่า “ไม่” ในภาษาไทย

  • ไม่ตรงความหมายที่ต้องการ: Hun svarte uten å ikke tenke seg om.
  • ถูกสำหรับความหมายว่าไม่คิดก่อนตอบ: Hun svarte uten å tenke seg om. — เธอตอบโดยไม่คิดให้รอบคอบ
  • เหตุผล: uten å แสดงอยู่แล้วว่าการคิดไม่ได้เกิดขึ้น การเติม ikke ไม่ใช่การย้ำธรรมดา แต่ทำให้กลายเป็นโครงสร้างปฏิเสธซ้อน

4. ใช้ for å ทั้งที่ผู้กระทำเปลี่ยนคน

  • ไม่ถูกสำหรับความหมายที่ตั้งใจ: Jeg snakker sakte for å du skal forstå.
  • ถูก: Jeg snakker sakte for at du skal forstå. — ฉันพูดช้าเพื่อให้คุณเข้าใจ
  • เหตุผล: คนพูดคือฉัน แต่คนเข้าใจคือคุณ จึงใช้ for at แล้วตามด้วยประโยคที่มีผู้กระทำและกริยาของตัวเอง ไม่สามารถใส่ du skal ต่อหลัง for å ได้

5. คงลำดับคำแบบภาษาไทยเมื่อย้ายวลีขึ้นต้น

  • ไม่ถูก: For å spare penger vi lager mat hjemme.
  • ถูก: For å spare penger lager vi mat hjemme. — เพื่อประหยัดเงิน เราทำอาหารกินเองที่บ้าน
  • เหตุผล: หลังวลีต้นประโยคบอกเล่า ต้องวาง lager ก่อน vi ภาษาไทยไม่บังคับการสลับตำแหน่งนี้ แต่ภาษานอร์เวย์บังคับในรูปประโยคดังกล่าว

6. เติม for เพราะเห็นคำว่า “เพื่อ” อยู่ในใจเสมอ

  • ไม่ถูก: Det er vanskelig for å forstå.
  • ถูก: Det er vanskelig å forstå. — เรื่องนี้เข้าใจยาก
  • เหตุผล: วลี å forstå บอกว่าสิ่งที่ยากคือการเข้าใจ ไม่ได้บอกว่าเราทำบางอย่างเพื่อจะเข้าใจ เช่นเดียวกับ lett å bruke “ใช้ง่าย” และ umulig å vite “ไม่มีทางรู้ได้” ซึ่งไม่ต้องมี for

ข้อสังเกตในการใช้งาน

ใช้ได้ทั้งในการสนทนาและงานเขียน

for å, uten å และ i stedet for å เป็นรูปปกติ ไม่ได้เป็นภาษาเขียนทางการโดยตัวมันเอง ความเป็นทางการขึ้นอยู่กับคำและความยาวของประโยค เช่น Jeg ringer for å bestille en time “ฉันโทรมาเพื่อนัดเวลา” เป็นประโยคที่ใช้ได้ตามธรรมชาติเมื่อติดต่อคลินิกหรือสำนักงาน

ในงานเขียน การนำวลีขึ้นต้นช่วยวางกรอบให้ผู้อ่านเห็นเป้าหมายหรือข้อเปรียบเทียบก่อน เช่น For å redusere utgiftene … “เพื่อลดค่าใช้จ่าย…” แต่หากประโยคมีวลียาวซ้อนหลายชั้น การแบ่งเป็นสองประโยคมักชัดเจนกว่า ไม่จำเป็นต้องใช้วลีไม่ผันทุกครั้งเพียงเพื่อให้ดูเป็นภาษาระดับสูง

อย่าแปล “เพื่อให้” แบบเดียวทุกประโยค

ภาษาไทยใช้ “เพื่อให้” ได้ทั้งเมื่อผู้กระทำเดิมทำต่อเองและเมื่อเกิดผลกับอีกคน ภาษานอร์เวย์แยกสองกรณีนี้ให้เห็นชัดกว่า

  • Jeg åpnet vinduet for å få frisk luft. — ฉันเปิดหน้าต่างเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์
  • Jeg åpnet vinduet for at rommet skulle bli kjøligere. — ฉันเปิดหน้าต่างเพื่อให้ห้องเย็นลง

ในประโยคที่สอง สิ่งที่เย็นลงคือห้อง ไม่ใช่ฉัน จึงใช้ for at กับประโยคอีกส่วนหนึ่ง รูป skulle เข้ากับการเล่าจุดประสงค์จากมุมมองในอดีต ส่วนในบริบทปัจจุบันอาจใช้ skal หรือ kan ตามความหมาย เช่น for at du skal forstå “เพื่อให้คุณเข้าใจ”

å กับ og เป็นคนละคำ

å นำหน้ากริยารูปไม่ผัน ส่วน og แปลว่า “และ” ซึ่งใช้เชื่อมคำหรือการกระทำ เสียงของสองคำนี้อาจคล้ายกันในการพูด จึงไม่ควรตัดสินการสะกดจากเสียงอย่างเดียว

  • Hun kom for å hente pakken. — เธอมาเพื่อรับพัสดุ
  • Hun kom og hentet pakken. — เธอมาและรับพัสดุไป

ประโยคแรกบอกเป้าหมายของการมา ส่วนประโยคที่สองเล่าว่ามาและทำอีกเหตุการณ์หนึ่งจริง ความต่างนี้สำคัญกว่าการจำคำแปลของ å เพียงคำเดียว

การใช้ขั้นต่อไปและรายละเอียดที่ควรรู้

1. เมื่อใครเป็นผู้กระทำไม่ชัด ให้ใช้ประโยคเต็ม

หลัก “ผู้กระทำคนเดียวกัน” ใช้ได้ดีสำหรับรูปพื้นฐาน แต่ไม่ควรยึดเพียงว่าต้องเป็นคำที่อยู่หน้าประโยคเสมอ ในประโยคคำสั่ง ผู้ที่ได้รับคำสั่งคือผู้กระทำที่เข้าใจกันอยู่แล้ว เช่น Ta på deg en jakke for ikke å fryse. — “ใส่เสื้อแจ็กเก็ตเสีย จะได้ไม่หนาว” คนใส่เสื้อกับคนที่อาจหนาวคือผู้ฟัง

บางโครงสร้างยังทำให้ผู้กระทำในวลีอ้างถึงคนที่เป็นผู้รับการชักชวนหรือคำแนะนำได้ เช่น Hun oppfordret meg til å søke. — “เธอสนับสนุนให้ฉันสมัคร” คนสมัครคือ meg “ฉัน” ไม่ใช่ hun “เธอ” นี่เป็นรูปที่ขึ้นอยู่กับคำกริยา oppfordre จึงไม่ควรนำไปสรุปว่า for å ใช้กับผู้กระทำคนใดก็ได้

สำหรับ uten å ถ้าผู้กระทำเปลี่ยน ให้ใช้ uten at ซึ่งตามด้วย อนุประโยค คือประโยคย่อยที่มีผู้กระทำและกริยาของตัวเอง แต่ทำหน้าที่ประกอบประโยคหลัก

  • Hun gikk uten å si noe. — เธอจากไปโดยไม่พูดอะไร
  • Hun gikk uten at jeg merket det. — เธอจากไปโดยที่ฉันไม่ทันสังเกต

uten at มีความหมายเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว เช่นเดียวกับ uten å จึงไม่ต้องเติม ikke เพื่อแปลว่า “ไม่ทันสังเกต” ในตัวอย่างนี้ หากต้องเปรียบเทียบทางเลือกที่มีคนละผู้กระทำ ก็ใช้ i stedet for at ได้ เช่น Jeg lager middag i stedet for at du gjør det. — “ฉันทำอาหารเย็นแทนที่จะให้คุณทำ”

2. รูปถูกกระทำทำให้ผู้กระทำที่เห็นกับผู้ทำจริงต่างกัน

รูปถูกกระทำ คือรูปที่เน้นว่าคนหรือสิ่งหนึ่งได้รับการกระทำ เช่น “ถูกเรียก” หรือ “ได้รับเชิญ” วลีไม่ผันใช้รูป å bli + กริยารูปแสดงผลของการกระทำ ได้ เช่น å bli sett “ถูกเห็น” และ å bli invitert “ได้รับเชิญ”

  • Han kom inn uten å bli sett. — เขาเข้ามาโดยไม่มีใครเห็น
  • Hun trener for å bli tatt ut på laget. — เธอฝึกซ้อมเพื่อให้ได้รับเลือกเข้าทีม

ในประโยคแรก คนที่เข้ามากับคนที่อาจถูกเห็นคือคนเดียวกัน แต่คนที่เห็นเป็นอีกคนหนึ่ง จึงไม่ได้ขัดกับหลักเรื่องผู้กระทำที่เข้าใจกันในวลี เพียงแต่ต้องอ่านความหมายของรูปถูกกระทำให้ครบ การใช้ uten å se จะหมายถึง “โดยไม่ได้มองหรือเห็น” ซึ่งต่างจาก “โดยไม่ถูกเห็น”

3. เหตุการณ์ที่เกิดก่อน: å ha + รูปกริยาแสดงการกระทำที่เสร็จแล้ว

วลีไม่ผันอาจมีรูปที่เน้นว่าเหตุการณ์เสร็จก่อนจุดอ้างอิง โดยใช้ å ha กับรูปกริยาที่ใช้หลัง har เช่น lest “อ่านแล้ว” หรือ spist “กินแล้ว” รูปกริยาส่วนหลังนี้เรียกว่า กริยารูปแสดงการกระทำที่เสร็จแล้ว ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกริยาที่บอกเวลาได้ด้วยตัวเองในที่นี้

  • Hun signerte uten å ha lest hele avtalen. — เธอลงนามทั้งที่ยังไม่ได้อ่านข้อตกลงทั้งหมดมาก่อน
  • Han dro på jobb uten å ha spist frokost. — เขาไปทำงานโดยยังไม่ได้กินอาหารเช้า

uten å lese เน้นว่าไม่ได้อ่านเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์นั้น ส่วน uten å ha lest เน้นว่าการอ่านไม่ได้เกิดขึ้นจนเสร็จก่อนถึงเวลาที่กล่าวถึง หลายบริบทใช้รูปธรรมดาก็เข้าใจได้ ไม่จำเป็นต้องเพิ่ม ha ทุกครั้งที่ภาษาไทยมีคำว่า “แล้ว”

4. การประเมินความยากง่ายไม่ใช่การบอกจุดประสงค์

รูป Det er + คำคุณศัพท์ + å … ใช้ประเมินการกระทำ คำคุณศัพท์ คือคำบอกลักษณะ เช่น “ยาก” “ง่าย” หรือ “สำคัญ” ส่วน det ช่วยเปิดประโยคก่อนบอกว่ากำลังประเมินเรื่องใด

  • Det er vanskelig å forstå reglene. — การเข้าใจกฎเหล่านี้เป็นเรื่องยาก
  • Det er viktig å møte presis. — การมาตรงเวลาเป็นเรื่องสำคัญ
  • Det er vanskelig for meg å forstå reglene. — สำหรับฉัน การเข้าใจกฎเหล่านี้เป็นเรื่องยาก

ในประโยคสุดท้าย for meg บอกว่า “สำหรับฉัน” และแยกจาก å forstå จึงไม่ใช่ for å ที่บอกจุดประสงค์

ยังมีรูปที่ยกสิ่งซึ่งได้รับการกระทำขึ้นมากล่าวก่อน เช่น Denne teksten er vanskelig å forstå. — “ข้อความนี้เข้าใจยาก” ข้อความไม่ได้เป็นคนเข้าใจ แต่เป็นสิ่งที่คนอ่านพยายามเข้าใจ จึงไม่ต้องเติมคำแทนข้อความซ้ำท้ายประโยคเป็น å forstå den ในโครงสร้างนี้

5. รวมหลายการกระทำโดยไม่ทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยน

วลีเดียวอาจครอบคลุมกริยาหลายตัวที่เชื่อมด้วย og ได้ โดยใช้ å ร่วมกัน

  • Vi dro til byen for å handle og møte venner. — เราเข้าเมืองเพื่อซื้อของและพบเพื่อน
  • Hun gikk uten å smile eller si noe. — เธอจากไปโดยไม่ยิ้มหรือพูดอะไรเลย

ในตัวอย่างแรก ทั้งการซื้อของและการพบเพื่อนเป็นจุดประสงค์ของการเข้าเมือง ในตัวอย่างที่สอง ทั้งการยิ้มและการพูดไม่ได้เกิดขึ้น จึงใช้ eller “หรือ” ตามธรรมชาติในข้อความเชิงปฏิเสธนี้ หากกริยาตัวที่สองมีผู้กระทำต่างกัน หรือเป็นเหตุการณ์หลักอีกเหตุการณ์หนึ่ง ควรเขียนเป็นประโยคแยกให้ชัด ไม่ใช้การเชื่อมสั้น ๆ จนผู้อ่านเดาผิด

วิธีฝึกให้ใช้ได้จริง

  1. ฝึกจากเหตุการณ์เดียวแล้วเปลี่ยนความสัมพันธ์ เลือกเรื่องใกล้ตัว เช่น การเดินทางไปทำงาน แล้วเขียนสามประโยค: Jeg sykler for å få mosjon. — “ฉันปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกาย”; Jeg sykler uten å høre på musikk. — “ฉันปั่นจักรยานโดยไม่ฟังเพลง”; Jeg sykler i stedet for å ta bussen. — “ฉันปั่นจักรยานแทนการขึ้นรถเมล์” วิธีนี้ช่วยให้จำความหมายของทั้งสามรูป ไม่ใช่จำเพียงตำแหน่ง å

  2. วงชื่อคนในแต่ละส่วนก่อนเขียน เริ่มจากภาษาไทย เช่น “ฉันปิดประตูเพื่อไม่ให้เด็กตื่น” ถามว่าคนปิดประตูกับคนตื่นใช่คนเดียวกันหรือไม่ แล้วลองเขียน Jeg lukket døren forsiktig for at barnet ikke skulle våkne. — “ฉันปิดประตูเบา ๆ เพื่อไม่ให้เด็กตื่น” จากนั้นเทียบกับ Jeg lukket døren forsiktig for ikke å vekke barnet. — “ฉันปิดประตูเบา ๆ เพื่อไม่ปลุกเด็กให้ตื่น” ความหมายใกล้กัน แต่ประโยคหลังใช้ผู้กระทำเดิมและเปลี่ยนกริยาเป็น “ปลุก”

  3. ฝึกย้ายวลีต้นประโยคพร้อมตรวจลำดับคำ จาก Vi dro tidlig for å rekke toget. — “เราออกเดินทางแต่เช้าเพื่อให้ทันรถไฟ” เปลี่ยนเป็น For å rekke toget dro vi tidlig. — “เพื่อให้ทันรถไฟ เราออกเดินทางแต่เช้า” ขีดเส้นใต้ dro vi แล้วอ่านออกเสียง ทำซ้ำกับ uten å และ i stedet for å เพื่อไม่เผลอใช้ลำดับคำตามภาษาไทย

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

  • พื้นฐานที่ควรรู้ก่อน: กริยารูปไม่ผันที่มี å — ทบทวนรูปกริยาหลัง å และกรณีที่ไม่ใช้ å โดยเฉพาะหลังกริยาช่วย เช่น kan “สามารถ” และ må “ต้อง” ก่อนนำมาประกอบเป็นวลีที่ซับซ้อนขึ้น

ความรู้พื้นฐาน

Infinitiv med Å (รูปกริยาไม่ผันกับ Å) ในภาษานอร์เวย์A1

แนวคิดระดับ B2 อื่นๆ

แนวคิดนี้ในภาษาอื่น

เปรียบเทียบในทุกภาษา