Det er ในนอร์เวย์: บอกว่ามีและถามว่ามีไหม
Det er
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนผังไวยากรณ์ภาษานอร์เวย์บน Settemila Lingue
สรุปสั้น ๆ
Det er + สิ่งที่มี ใช้บอกว่า “มี…” เช่น Det er en katt i hagen. แปลว่า “มีแมวตัวหนึ่งอยู่ในสวน” ใช้ er เหมือนกันทั้งสิ่งเดียวและหลายสิ่ง ถามว่า “มีไหม” ด้วย Er det …? ปฏิเสธด้วย Det er ikke … และพูดถึงอดีตด้วย Det var …
ภาพรวม
เวลาหาห้องน้ำ ถามหาธนาคาร หรือบอกว่าบนโต๊ะมีอะไร โครงสร้าง det er เป็นรูปที่ได้ใช้บ่อยมากตั้งแต่ระดับ A1 บทนี้ใช้รูปภาษาเขียนนอร์เวย์แบบบุคมอล โดยเริ่มจากความหมาย “มีอยู่” ไม่ใช่การแปลคำว่า “เป็น” ทุกครั้งที่เห็น er
สำหรับคนไทย ความหมายของประโยคแบบนี้เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะภาษาไทยพูดว่า “มีร้านอยู่ใกล้ ๆ” หรือ “ในห้องมีคนเยอะ” ได้เลย จุดที่ต่างคือ ภาษานอร์เวย์ต้องมี ประธาน ซึ่งหมายถึงคำที่ประโยคใช้เป็นหลักในการบอกเรื่องราว ในโครงสร้างนี้ det ทำหน้าที่เป็นประธานทางไวยากรณ์ แม้จะไม่ได้ชี้ไปที่สิ่งของชิ้นใดก็ตาม จึงไม่ต้องแปล det แยกเป็น “มัน” หรือ “สิ่งนั้น”
อีกเรื่องที่ควรแยกตั้งแต่ต้นคือ “มีบางอย่างอยู่ที่ไหน” กับ “ใครเป็นเจ้าของบางอย่าง” ภาษาไทยใช้คำว่า “มี” ได้ทั้งสองกรณี แต่ภาษานอร์เวย์ไม่ได้ใช้รูปเดียวกันทั้งหมด เมื่อจับความต่างนี้ได้ การเลือกใช้ det er จะง่ายขึ้นมาก
โครงสร้างและวิธีใช้
1. เริ่มจากสิ่งที่มี แล้วค่อยเติมสถานที่
รูปพื้นฐานคือ Det er + คนหรือสิ่งของ + สถานที่ โดยคำบอกสถานที่อาจไม่ต้องมีก็ได้ ถ้าสถานการณ์ชัดเจนอยู่แล้ว
| ภาษานอร์เวย์ | ความหมาย |
|---|---|
| Det er en butikk her. | มีร้านค้าอยู่ที่นี่ |
| Det er to stoler på kjøkkenet. | มีเก้าอี้สองตัวอยู่ในครัว |
| Det er kaffe. | มีกาแฟ |
| Det er et problem. | มีปัญหาอย่างหนึ่ง |
คำอย่าง butikk “ร้านค้า” และ stol “เก้าอี้” เป็น คำนาม คือคำที่ใช้เรียกคน สิ่งของ สถานที่ หรือเรื่องราว ก่อนคำนามที่นับได้หนึ่งหน่วย มักต้องมีคำอย่าง en, ei หรือ et ซึ่งเป็นคำนำหน้าที่บอกว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้ระบุเจาะจง การเลือกคำเหล่านี้ขึ้นอยู่กับกลุ่มเพศทางไวยากรณ์ของคำนาม ไม่ได้หมายถึงเพศจริงของสิ่งของ
ตัวอย่างเช่น en katt คือ “แมวตัวหนึ่ง” และ et rom คือ “ห้องหนึ่งห้อง” ไม่ควรใช้ความเคยชินจากภาษาไทยแล้วตัดคำข้างหน้าออกทั้งหมด ส่วนของที่พูดเป็นปริมาณรวม เช่น kaffe “กาแฟ” และ vann “น้ำ” ใช้โดยไม่ต้องมีคำที่หมายถึงหนึ่งหน่วยได้
2. มีหนึ่งอย่างหรือหลายอย่างก็ใช้ er
ในรูปปัจจุบัน er ไม่เปลี่ยนตามจำนวนของสิ่งที่ตามมา จึงไม่ต้องหารูปกริยาอีกแบบสำหรับหลายคนหรือหลายชิ้น กริยา คือคำที่บอกการกระทำหรือสภาพ ในบทนี้ er เป็นรูปปัจจุบันของ være “เป็น/อยู่”
| ภาษานอร์เวย์ | ภาษาไทย | จุดสังเกต |
|---|---|---|
| Det er en student her. | มีนักศึกษาคนหนึ่งอยู่ที่นี่ | คนเดียวก็ใช้รูปเดิม |
| Det er mange studenter her. | มีนักศึกษาหลายคนอยู่ที่นี่ | หลายคนก็ไม่เปลี่ยนรูปกริยา |
| Det er mye vann i elva. | มีน้ำมากในแม่น้ำ | พูดถึงปริมาณน้ำ ไม่ได้นับเป็นชิ้น |
mange ใช้กับสิ่งที่นับเป็นหน่วยได้ เช่น คนหลายคน ส่วน mye ใช้กับปริมาณที่ไม่ได้แยกนับเป็นหน่วยในประโยคนั้น เช่น น้ำมากหรือกาแฟมาก ความต่างนี้อยู่ที่คำบอกปริมาณ ไม่ได้ทำให้ er เปลี่ยนรูป
3. คำถามว่า “มีไหม” ใช้ Er det …?
เมื่อถามแบบให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ให้นำกริยา er มาไว้ข้างหน้า det ไม่ใช่เติมคำที่ตรงกับ “ไหม” ไว้ท้ายประโยคอย่างภาษาไทย
- Det er en bank i nærheten. — มีธนาคารอยู่ใกล้ ๆ
- Er det en bank i nærheten? — มีธนาคารอยู่ใกล้ ๆ ไหม
คำตอบสั้นที่ใช้ได้คือ Ja, det er det. “มี” และ Nei, det er det ikke. “ไม่มี” ถ้าสถานการณ์ชัด จะตอบเพียง Ja. หรือ Nei. ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องพูดเต็มทุกครั้ง
เมื่อต้องการถามจำนวน ใช้ Hvor mange … er det …? เช่น Hvor mange rom er det i leiligheten? — “ในอพาร์ตเมนต์มีห้องกี่ห้อง” คำว่า hvor mange ทำหน้าที่ถามว่า “กี่…” ไม่ใช่ถามตำแหน่งว่า “ที่ไหน” ในประโยคนี้
4. บอกว่า “ไม่มี” ด้วย ikke หรือคำปฏิเสธที่เหมาะสม
รูปพื้นฐานคือ Det er ikke … โดย ikke แปลว่า “ไม่” ในประโยคบอกเล่าที่ขึ้นต้นด้วย det ให้วางหลัง er
- Det er ikke en bank her. — ที่นี่ไม่มีธนาคาร
- Det er ikke noe vann i flasken. — ในขวดไม่มีน้ำเลย
- Det er ingen ledige bord. — ไม่มีโต๊ะว่างเลย
ingen หมายถึง “ไม่มีสัก…” ใช้กับคนหรือสิ่งของที่นับได้ โดยรูปคำต้องเหมาะกับคำนาม ส่วน ikke noe ใช้บ่อยเมื่อบอกว่าไม่มีสิ่งที่พูดถึงเป็นปริมาณรวม เช่น ไม่มีน้ำ สำหรับผู้เริ่มต้น จำเป็นชุด ikke noe vann “ไม่มีน้ำ” และ ingen ledige bord “ไม่มีโต๊ะว่าง” จะช่วยให้ใช้ได้คล่องกว่าการแปลคำต่อคำ
รูป Det er ikke en bank her. ถูกไวยากรณ์และใช้ได้ แต่ถ้าต้องการเน้นว่าไม่มีธนาคารอยู่เลย Det er ingen bank her. ก็เป็นรูปที่เป็นธรรมชาติ อย่าเติม ikke ซ้ำหน้าคำว่า ingen เพื่อให้แปลว่า “ไม่มีเลย” เพราะจะไม่ได้ความหมายปฏิเสธธรรมดาตามที่ตั้งใจ
5. เล่าอดีตด้วย det var
เมื่อต้องการเล่าว่าในอดีตมีอะไร ให้เปลี่ยน er เป็น var ส่วนหลักการเรื่องหนึ่งสิ่งหรือหลายสิ่งยังเหมือนเดิม
| ภาษานอร์เวย์ | ความหมาย |
|---|---|
| Det er mange mennesker her. | ตอนนี้มีคนอยู่ที่นี่หลายคน |
| Det var mange mennesker her i går. | เมื่อวานมีคนอยู่ที่นี่หลายคน |
| Var det mange mennesker her? | ตอนนั้นมีคนอยู่ที่นี่หลายคนไหม |
| Det var ikke mange mennesker her. | ตอนนั้นมีคนอยู่ที่นี่ไม่มาก |
ประโยคสุดท้ายหมายถึง “คนไม่มาก” ไม่ใช่ “ไม่มีคนเลย” ตำแหน่งและคำที่ตามหลังคำปฏิเสธจึงมีผลต่อความหมายด้วย
สำนวนเปิดนิทาน Det var en gang … มีความหมายประมาณ “กาลครั้งหนึ่งมี…” เช่น Det var en gang en prinsesse. — “กาลครั้งหนึ่งมีเจ้าหญิงองค์หนึ่ง” ควรจำเป็นสำนวน ไม่ต้องพยายามแปลแต่ละคำแยกกัน
6. ขึ้นต้นด้วยสถานที่ได้ แต่ต้องสลับลำดับ
ภาษาไทยพูดได้ทั้ง “มีคนอยู่ที่นี่เยอะ” และ “ที่นี่มีคนเยอะ” ภาษานอร์เวย์ก็เปลี่ยนจุดเริ่มต้นของประโยคได้ แต่ในประโยคบอกเล่าหลัก กริยาที่บอกกาลมักอยู่ในตำแหน่งที่สอง โดยนับเป็นส่วนของประโยค ไม่ใช่นับจำนวนคำ
- Det er mange mennesker her. — มีคนอยู่ที่นี่หลายคน
- Her er det mange mennesker. — ที่นี่มีคนหลายคน
- I hagen er det en katt. — ในสวนมีแมวอยู่ตัวหนึ่ง
- I går var det mange mennesker her. — เมื่อวานมีคนอยู่ที่นี่หลายคน
I hagen “ในสวน” มีสองคำ แต่รวมกันเป็นส่วนบอกสถานที่หนึ่งส่วน เมื่อย้ายส่วนนี้ขึ้นหน้า er จึงตามมาติด ๆ แล้วค่อยเป็น det กฎนี้สำคัญมากสำหรับคนไทย เพราะภาษาไทยไม่ต้องสลับตำแหน่งในลักษณะเดียวกัน
ตัวอย่างในสถานการณ์จริง
ตารางนี้รวมประโยคสำหรับมองหาสถานที่ บอกสภาพแวดล้อม และเล่าว่ามีอะไรเกิดขึ้น ลองอ่านแต่ละประโยคโดยมอง det er เป็นหน่วยความหมายว่า “มี” แทนการแปล det แยกออกมา
| ภาษานอร์เวย์ | ภาษาไทย | ใช้เมื่อใดหรือควรสังเกตอะไร |
|---|---|---|
| Det er en katt i hagen. | มีแมวตัวหนึ่งอยู่ในสวน | บอกสิ่งที่เพิ่งสังเกตเห็น |
| Det er mange mennesker her. | ที่นี่มีคนเยอะ | บอกสภาพของสถานที่ |
| Er det en bank i nærheten? | มีธนาคารอยู่ใกล้ ๆ ไหม | ถามหาสถานที่ |
| Det er et apotek ved stasjonen. | มีร้านขายยาอยู่ข้างสถานี | แนะนำสถานที่ให้คนที่ยังไม่รู้ |
| Er det et toalett her? | ที่นี่มีห้องน้ำไหม | ถามในร้านหรืออาคาร |
| Det er to ledige seter på bussen. | บนรถเมล์มีที่นั่งว่างสองที่ | บอกจำนวนสิ่งที่มีอยู่ |
| Det er ikke noe melk i kjøleskapet. | ในตู้เย็นไม่มีนมเลย | ปฏิเสธสิ่งที่พูดเป็นปริมาณรวม |
| Det er ingen butikker åpne nå. | ตอนนี้ไม่มีร้านค้าเปิดอยู่เลย | บอกว่าไม่มีร้านใดเปิด |
| Det er kaffe på kjøkkenet. | มีกาแฟอยู่ในครัว | แจ้งให้คนอื่นรู้ว่ามีอะไรให้ดื่ม |
| Hvor mange stoler er det i rommet? | ในห้องมีเก้าอี้กี่ตัว | ถามจำนวน |
| På bordet er det en lapp. | บนโต๊ะมีโน้ตอยู่แผ่นหนึ่ง | ยกสถานที่ขึ้นเป็นจุดเริ่มต้น |
| Det var mye snø i fjor. | ปีที่แล้วมีหิมะเยอะ | เล่าปริมาณในอดีต |
| Var det kø på apoteket? | ที่ร้านขายยามีคนต่อคิวไหม | ถามถึงสถานการณ์ที่ผ่านมา |
| Det var en gang en prinsesse. | กาลครั้งหนึ่งมีเจ้าหญิงองค์หนึ่ง | สำนวนเปิดนิทาน |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
1. ตัด det ออกเหมือนภาษาไทย
- ไม่ถูก: Er en katt i hagen. เมื่อจะใช้เป็นประโยคบอกเล่าเต็ม ๆ ว่าในสวนมีแมว
- ควรเป็น: Det er en katt i hagen. — มีแมวตัวหนึ่งอยู่ในสวน
- เหตุผล: ภาษาไทยเริ่มประโยคด้วย “มี” ได้เลย แต่โครงสร้างนอร์เวย์นี้ต้องมีประธาน det รูปที่ตัดประธานออกอาจพบเป็นข้อความย่อในบางบริบท แต่ไม่ใช่แบบฝึกพื้นฐานสำหรับประโยคสมบูรณ์
2. ใช้ har กับการมีอยู่ในสถานที่ทุกกรณี
- ไม่ถูกในความหมายที่ต้องการ: Det har en bank i nærheten.
- ควรเป็น: Det er en bank i nærheten. — มีธนาคารอยู่ใกล้ ๆ
- เหตุผล: har ใช้เมื่อบอกว่าใครหรือสิ่งใด “มี” บางอย่าง เช่น Jeg har en bil. — “ฉันมีรถหนึ่งคัน” แต่การบอกว่าธนาคารมีอยู่แถวนี้ใช้ det er
อย่าสรุปต่อว่า har ห้ามใช้กับสถานที่ เพราะ Hotellet har et svømmebasseng. — “โรงแรมมีสระว่ายน้ำ” เป็นประโยคปกติ จุดต่างคือมีโรงแรมเป็นสิ่งที่เราบอกว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น ไม่ใช่ใช้ det har แทน det er
3. ไม่สลับลำดับเมื่อยกสถานที่ขึ้นหน้า
- ไม่ถูก: Her det er mange mennesker.
- ควรเป็น: Her er det mange mennesker. — ที่นี่มีคนหลายคน
- เหตุผล: เมื่อ her อยู่ต้นประโยค กริยา er ต้องตามมาเป็นส่วนที่สอง แล้วจึงเป็น det ถ้ายังไม่คล่อง ใช้รูป Det er mange mennesker her. ไปก่อนก็ได้
4. วาง ikke หน้ากริยาในประโยคหลัก
- ไม่ถูกในประโยคหลักนี้: Det ikke er vann i flasken.
- ควรเป็น: Det er ikke vann i flasken. — ในขวดไม่มีน้ำ
- เหตุผล: ในประโยคบอกเล่าหลักแบบนี้ ikke อยู่หลังกริยา ถ้าต้องการเน้นว่าไม่มีน้ำเลย ใช้ Det er ikke noe vann i flasken. ได้ ส่วนลำดับ det ikke er จะพบในประโยคย่อย ซึ่งอธิบายไว้ในส่วนต่อยอด
5. ลืมคำหน้าคำนามที่นับได้หนึ่งหน่วย
- ไม่ถูก: Det er katt i hagen. เมื่อหมายถึงแมวตัวหนึ่ง
- ควรเป็น: Det er en katt i hagen. — มีแมวตัวหนึ่งอยู่ในสวน
- เหตุผล: ภาษาไทยไม่จำเป็นต้องพูด “หนึ่งตัว” ทุกครั้ง แต่นอร์เวย์มักต้องมีคำหน้าคำนามที่นับได้รูปไม่เจาะจงหนึ่งหน่วย อย่านำกฎนี้ไปใช้กับทุกคำนาม เพราะ Det er kaffe. — “มีกาแฟ” ใช้ได้โดยไม่มีคำบอกหนึ่งหน่วย
ข้อสังเกตในการใช้
“มีอะไรอยู่” ต่างจาก “สิ่งนั้นอยู่ที่ไหน”
โครงสร้าง det er เหมาะกับการนำสิ่งหนึ่งเข้ามาให้ผู้ฟังรับรู้ จึงมักตามด้วยคำนามที่ยังไม่ระบุเจาะจง เช่น “แมวตัวหนึ่ง” “ร้านสักร้าน” หรือ “คนหลายคน”
- Det er en katt i hagen. — มีแมวตัวหนึ่งอยู่ในสวน
- Katten er i hagen. — แมวตัวนั้นอยู่ในสวน
ประโยคแรกตอบความคิดว่า “ในสวนมีอะไร” ส่วนประโยคที่สองเหมาะกับการพูดถึงแมวที่รู้กันอยู่แล้ว แล้วบอกว่ามันอยู่ที่ไหน คำว่า katten เป็นรูปเจาะจง หมายถึงแมวตัวที่ระบุได้จากบริบท
นี่เป็นแนวเลือกใช้ตามความหมาย ไม่ใช่ข้อห้ามเด็ดขาดว่าคำนามเจาะจงจะปรากฏหลัง det er ไม่ได้เลย เพราะ det er ยังทำหน้าที่อื่นได้ด้วย
ไม่ใช่ทุก det er จะแปลว่า “มี”
det อาจชี้กลับไปยังสิ่งที่พูดถึงแล้ว หรือเป็นส่วนของประโยคบอกสภาพอากาศก็ได้ ต้องดูส่วนที่ตามมาและสถานการณ์
| ภาษานอร์เวย์ | ภาษาไทย | ความหมายของโครงสร้าง |
|---|---|---|
| Det er en hund i bilen. | มีสุนัขตัวหนึ่งอยู่ในรถ | บอกว่ามีบางสิ่งอยู่ |
| Hva er det? Det er en hund. | นั่นคืออะไร นั่นคือสุนัข | ระบุว่าสิ่งที่ชี้ถึงคืออะไร |
| Det er kaldt i dag. | วันนี้อากาศหนาว | บอกสภาพอากาศ ไม่ได้บอกว่ามีสิ่งของ |
ความต่างนี้ช่วยป้องกันการแปลประโยคอย่าง “วันนี้มีหนาว” เพียงเพราะจำว่า det er เท่ากับ “มี” เสมอ ให้จำความหมายเป็นโครงสร้าง ไม่ใช่คำแปลตายตัวสองคำ
ระดับภาษาและการออกเสียง
det er ใช้ได้ทั้งในการสนทนาและงานเขียนทั่วไป ไม่ใช่สำนวนที่ต้องสงวนไว้เฉพาะภาษาทางการ ในการพูดตามธรรมชาติ เสียงของสองคำนี้อาจเชื่อมกันและฟังไม่เหมือนการอ่านทีละคำช้า ๆ อีกทั้งสำเนียงนอร์เวย์มีความหลากหลาย สำหรับการเขียน ให้คงรูป det er ไว้ ไม่จำเป็นต้องถอดเสียงพูดมาเป็นตัวสะกดใหม่
ต่อยอดจากพื้นฐาน
ส่วนนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้ได้ทั้งหมดในระดับ A1 เป้าหมายคือให้รู้ว่ารูปที่เรียนต่อไปเกี่ยวข้องกับหลักพื้นฐานอย่างไร และไม่เข้าใจว่าทุกประโยคที่หมายถึง “มี” ต้องใช้ det er แบบเดียวเท่านั้น
1. บอกว่ามีอยู่โดยทั่วไปด้วย det finnes
finnes ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีอยู่หรือหาได้ มักเหมาะเมื่อกล่าวถึงการมีอยู่โดยทั่วไป ส่วน det er ใช้คล่องกับสถานการณ์ตรงหน้า สองรูปนี้ทับซ้อนกันได้ ไม่ใช่เส้นแบ่งตายตัว
- Det er et apotek ved stasjonen. — มีร้านขายยาอยู่ข้างสถานี
- Det finnes flere løsninger på problemet. — ปัญหานี้มีวิธีแก้ได้หลายวิธี
- Finnes det en annen vei? — มีทางอื่นไหม
รูปคำถามยังนำกริยาขึ้นหน้า det เช่นเดิม และเมื่อเล่าอดีต finnes เปลี่ยนเป็น fantes เช่น Det fantes ingen bro her før. — “เมื่อก่อนไม่มีสะพานที่นี่” สำหรับผู้เริ่มต้น ให้ใช้ det er ในสถานการณ์พื้นฐานก่อน แล้วค่อยเพิ่ม finnes เมื่อเจอในบทอ่าน
2. ใช้กริยาอื่นเพื่อบอกตำแหน่งให้ชัดขึ้น
ภาษานอร์เวย์สามารถนำสิ่งหนึ่งเข้ามาในบทสนทนาด้วย det และกริยาที่บอกลักษณะการอยู่ เช่น står “ตั้งอยู่” ligger “วางอยู่/นอนอยู่” หรือ sitter “นั่งอยู่”
- Det står en sykkel utenfor huset. — มีจักรยานคันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน
- Det ligger en bok på bordet. — มีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ
- Det sitter en mann ved vinduet. — มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหน้าต่าง
รูปเหล่านี้บอกรายละเอียดเพิ่มจากการมีอยู่เฉย ๆ ไม่จำเป็นต้องเลือกรูปกริยาให้ละเอียดทุกครั้งตั้งแต่เริ่มเรียน แต่ควรรู้จักเมื่อพบในการฟังหรืออ่าน
3. อดีตที่เชื่อมถึงปัจจุบันและเหตุการณ์ข้างหน้า
เมื่อเรียนเรื่องเวลามากขึ้น จะพบรูปที่ขยายจาก være และรูปที่ใช้พูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น
| ภาษานอร์เวย์ | ภาษาไทย | จุดเน้น |
|---|---|---|
| Det har vært mange kunder her i dag. | วันนี้มีลูกค้ามาที่นี่หลายคนแล้ว | มองช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ |
| Det hadde vært en butikk her før. | ก่อนหน้านั้นที่นี่เคยมีร้านค้าอยู่ | มองย้อนหลังจากเวลาอีกจุดในอดีต |
| Det blir et møte i morgen. | พรุ่งนี้จะมีการประชุม | กล่าวถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น |
| Det kommer til å være mange mennesker der. | ที่นั่นจะมีคนเยอะ | คาดการณ์สภาพในอนาคต |
vært เป็นรูปกริยาที่ใช้ตามหลัง har หรือ hadde ในโครงสร้างเหล่านี้ รูป det har vært ไม่ใช่การใช้ har ผิดแทน er แต่เป็นกริยาหลายคำที่ทำงานร่วมกัน ส่วน blir มักเน้นสิ่งที่จะเกิดหรือกลายเป็น จึงไม่ได้แทน er ได้ทุกบริบท
4. เมื่อเข้าไปอยู่ในประโยคย่อย ตำแหน่ง ikke เปลี่ยน
ประโยคย่อย คือข้อความที่มีประธานและกริยาของตัวเอง แต่ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของประโยคใหญ่ เช่น ส่วนที่ตามหลัง “ว่า” หรือ “เพราะว่า” ในรูปมาตรฐาน ikke มักอยู่หน้ากริยาในประโยคย่อย
- Det er ikke kaffe her. — ที่นี่ไม่มีกาแฟ
- Jeg vet at det ikke er kaffe her. — ฉันรู้ว่าที่นี่ไม่มีกาแฟ
- Vi går hjem fordi det ikke er flere busser. — เราเดินกลับบ้านเพราะไม่มีรถเมล์อีกแล้ว
at ในตัวอย่างนี้เชื่อมความหมายว่า “ว่า” และ fordi แปลว่า “เพราะว่า” ดังนั้น det ikke er ไม่ได้ผิดเสมอไป แต่ผิดเมื่อนำมาใช้เป็นลำดับปกติของประโยคหลักแบบที่ยกไว้ในหัวข้อข้อผิดพลาด
5. แยกประโยคบอกว่ามีออกจากประโยคเน้นว่าเป็นใคร
อาจพบ det er ในประโยคที่เน้นบุคคล ไม่ได้บอกว่ามีคนอยู่เฉย ๆ
- Det er en mann som venter utenfor. — มีผู้ชายคนหนึ่งรออยู่ข้างนอก
- Det er Per som venter utenfor. — คนที่รออยู่ข้างนอกคือเพอร์
ในประโยคแรก som venter utenfor เพิ่มข้อมูลว่าผู้ชายคนนั้นทำอะไร ส่วนประโยคที่สองใช้โครงสร้างเพื่อเน้นว่าเป็น “เพอร์” ไม่ใช่คนอื่น จึงเห็นได้ว่าชื่อเฉพาะตามหลัง det er ได้ แม้หลักเริ่มต้นของประโยคบอกว่ามีจะเน้นคำนามที่ยังไม่เจาะจงก็ตาม
วิธีฝึกให้ใช้ได้จริง
บรรยายห้องที่อยู่จริง แล้วเปลี่ยนเป็นคำถามและปฏิเสธ เลือกสิ่งของห้าอย่าง เช่น Det er en stol her. — “มีเก้าอี้ตัวหนึ่งอยู่ที่นี่” เปลี่ยนเป็น Er det en stol her? — “ที่นี่มีเก้าอี้ไหม” แล้วตอบ Nei, det er det ikke. — “ไม่มี” วิธีนี้ช่วยฝึกทั้งการคงประธานและการย้ายกริยา ไม่ใช่จำแต่คำแปล
ฝึกแยก “มีอยู่” ออกจาก “มีเป็นของตน” เป็นคู่ เขียน Det er en bil utenfor. — “มีรถคันหนึ่งอยู่ข้างนอก” คู่กับ Jeg har en bil. — “ฉันมีรถหนึ่งคัน” จากนั้นเปลี่ยนเป็นสิ่งใกล้ตัว เช่น จักรยานหรือหนังสือ ทุกครั้งให้ถามตัวเองว่ากำลังบอกตำแหน่งของสิ่งหนึ่ง หรือบอกว่าใครมีสิ่งนั้น
เล่าสถานที่เดิมสองช่วงเวลาและสลับจุดเริ่มต้น เช่น Det var mange mennesker på kafeen i går. — “เมื่อวานที่คาเฟ่มีคนเยอะ” เทียบกับ I dag er det få mennesker der. — “วันนี้ที่นั่นมีคนน้อย” ขีดเส้นใต้ er/var แล้วตรวจว่าเมื่อยกเวลาหรือสถานที่ขึ้นหน้า กริยายังอยู่ในตำแหน่งที่สองหรือไม่
เมื่อทบทวน ให้ยึดสี่รูปนี้เป็นแกนก่อน: Det er … “มี…” Er det …? “มีไหม” Det er ikke … “ไม่มี…” และ Det var … “ตอนนั้นมี…” เมื่อใช้สี่รูปนี้คล่องแล้ว รายละเอียดในส่วนต่อยอดจะเชื่อมกันได้ง่ายขึ้น
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
- พื้นฐานที่ควรรู้: กริยา være ที่ใช้บอกว่าเป็นหรืออยู่ — ทำความเข้าใจรูป er, var และ vært ซึ่งเป็นฐานของโครงสร้างในบทนี้