A1

การบอกเวลาและวันที่ในภาษาดัตช์

Tijd en Datum

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนผังไวยากรณ์ภาษาดัตช์บน Settemila Lingue

สรุปสั้น ๆ

ภาษาดัตช์ใช้ half กับชั่วโมงถัดไป ดังนั้น half drie คือ 2:30 ไม่ใช่ 3:30 ส่วน kwart over vier คือ 4:15 และ kwart voor vier คือ 3:45 เมื่อต้องบอกว่านัดกี่โมงใช้ om บอกว่านัดวันไหนใช้ op และบอกเดือนใช้ in โดยทั่วไปวันที่เรียงเป็น วัน–เดือน–ปี เช่น 15 januari 2026 คือ 15 มกราคม ค.ศ. 2026

ภาพรวม: อ่านนาฬิกาให้เป็น แล้วค่อยเติมวันนัด

การบอกเวลาและวันที่เป็นพื้นฐานระดับ A1 ที่ได้ใช้จริงตั้งแต่ดูเวลารถไฟไปจนถึงนัดพบแพทย์ จุดที่ต้องปรับความเคยชินมากที่สุดสำหรับคนไทยคือวิธีนับครึ่งชั่วโมง ภาษาไทยว่า “บ่ายสองโมงครึ่ง” โดยยึดชั่วโมงที่ผ่านไปแล้ว แต่ภาษาดัตช์ว่า half drie โดยมองไปยังชั่วโมงที่จะมาถึง การแปลทีละคำจึงทำให้ไปถึงนัดผิดเวลาได้ง่าย

อีกเรื่องหนึ่งคือภาษาดัตช์ไม่ได้แบ่งคำบอกชั่วโมงเป็น “ตี” “โมงเช้า” “บ่าย” และ “ทุ่ม” แบบไทย เมื่อพูดว่า drie uur อาจหมายถึง 03:00 หรือ 15:00 ต้องอาศัยบริบทหรือเติมช่วงเวลาของวัน แต่ในตารางเดินทางและใบนัดมักใช้ระบบ 24 ชั่วโมง จึงแยกได้ชัดเจนว่า 15.00 uur คือบ่ายสามโมง

บทนี้เริ่มจากรูปที่ใช้ได้ทันที ตามด้วยวัน เดือน และการอ่านวันที่ ส่วนท้ายจะแยกเรื่องที่พบภายหลัง เช่น ปีเก่า เวลาที่อ้างอิงครึ่งชั่วโมง และความต่างระหว่าง “กี่โมง” กับ “นานเท่าไร” ไม่จำเป็นต้องจำทุกอย่างในครั้งเดียว ให้เริ่มจากอ่านเวลานัดได้ถูกต้องและพูดวันที่ของตัวเองได้ก่อน

หลักการบอกเวลา วัน และวันที่

1. ถามเวลาปัจจุบันกับถามเวลานัด

จำคำถามสองแบบนี้เป็นชุด เพราะใช้ต่างสถานการณ์กัน

  • Hoe laat is het? — ตอนนี้กี่โมง
  • Hoe laat begint de les? — ชั้นเรียนเริ่มกี่โมง
  • Om hoe laat begint de les? — ชั้นเรียนเริ่มตอนกี่โมง

เวลาตอบว่า “ตอนนี้…” ใช้ Het is … เช่น Het is twee uur. — ตอนนี้สองโมง ส่วนเวลาตอบว่ากิจกรรมเกิดขึ้นเมื่อไร ใช้ om … เช่น De les begint om twee uur. — ชั้นเรียนเริ่มตอนสองโมง

คำว่า uur ใช้ทั้งในความหมายเกี่ยวกับเวลาบนนาฬิกาและหน่วย “ชั่วโมง” แต่ไม่ได้แปลว่า “โมง” ได้ทุกตำแหน่ง เมื่อบอกชั่วโมงตรงพูด twee uur หรือ vier uur ได้ ส่วนรูปอย่าง half drie และ kwart over vier ปกติไม่เติม uur ต่อท้าย

2. ชั่วโมงตรง นาทีผ่าน และนาทีก่อนถึง

หลักที่ใช้บ่อยมีสามคำ

  • over — ผ่านชั่วโมงนั้นมาแล้ว เช่น tien over twee คือ 2:10
  • voor — อีกกี่นาทีจะถึงชั่วโมงนั้น เช่น tien voor drie คือ 2:50
  • kwart — หนึ่งในสี่ชั่วโมง หรือ 15 นาที

ในภาษาไทยเรามักอ่านเลขชั่วโมงตามด้วยนาที เช่น “สองโมงสี่สิบห้า” แต่ภาษาดัตช์ใช้รูป “อีกสิบห้านาทีจะสามโมง” ได้เป็นปกติ ดังนั้นเมื่อเห็น voor อย่าอ่านชั่วโมงที่ตามมาเป็นชั่วโมงปัจจุบัน

เวลาบนนาฬิกา รูปภาษาดัตช์ วิธีทำความเข้าใจ
2:00 twee uur สองโมงตรง
2:05 vijf over twee ผ่านสองโมงมา 5 นาที
2:10 tien over twee ผ่านสองโมงมา 10 นาที
2:15 kwart over twee ผ่านสองโมงมา 15 นาที
2:30 half drie อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงสามโมง
2:45 kwart voor drie อีก 15 นาทีจะถึงสามโมง
2:50 tien voor drie อีก 10 นาทีจะถึงสามโมง
2:55 vijf voor drie อีก 5 นาทีจะถึงสามโมง
3:00 drie uur สามโมงตรง

เวลาในตารางนี้ยังไม่ระบุเช้าหรือบ่าย เช่น twee uur อาจหมายถึงตีสองหรือบ่ายสอง ต้องดูบริบทประกอบ

3. จำครึ่งชั่วโมงด้วยการมองไปข้างหน้า

สูตรสำคัญคือ ชั่วโมงบนหน้าปัด + 1 แล้ววางหลัง half เช่น 7:30 กำลังเดินไปหาแปดโมง จึงเป็น half acht

ภาษาดัตช์ เวลาที่หมายถึง
half één 12:30 หรือ 00:30 ตามบริบท
half twee 1:30 หรือ 13:30
half drie 2:30 หรือ 14:30
half acht 7:30 หรือ 19:30
half twaalf 11:30 หรือ 23:30

เครื่องหมายบน één ช่วยเน้นว่าเป็นเลขหนึ่ง ในงานเขียนทั่วไปอาจพบ een โดยไม่ใส่เครื่องหมายด้วย สิ่งสำคัญในขั้นนี้คือความหมายของเวลา ไม่ใช่การใส่เครื่องหมายให้ครบทุกครั้ง

อย่าแปล half drie ว่า “สามโมงครึ่ง” ให้ฝึกเชื่อมเสียงทั้งชุดกับภาพนาฬิกา 2:30 โดยตรง จะช่วยลดขั้นตอนคิดกลับไปกลับมาระหว่างสองภาษา

4. ระบบ 24 ชั่วโมงและการระบุช่วงวัน

บนตารางรถไฟ อีเมลนัดหมาย และประกาศ มักพบ 09.15 uur, 14.30 uur หรือรูปใช้ทวิภาค เช่น 14:30 ทั้งสองแบบพบได้จริง ในการพูดคุยทั่วไป 14:30 มักเรียก half drie แต่เมื่ออ่านเวลาอย่างชัดเจนเป็นตัวเลขสามารถพูด veertien uur dertig ได้

คำหรือรูปภาษาดัตช์ ความหมายภาษาไทย
's ochtends ในช่วงเช้า
's middags ในช่วงบ่ายหรือกลางวันหลังเที่ยง
's avonds ในช่วงเย็นหรือค่ำ
's nachts ในช่วงกลางคืน
om drie uur 's middags ตอนบ่ายสามโมง
om drie uur 's nachts ตอนตีสาม
om twaalf uur 's middags ตอนเที่ยงวัน
om twaalf uur 's nachts ตอนเที่ยงคืน

คำไทยในตารางเป็นคำแปลตามบริบท ไม่ใช่การกำหนดเส้นแบ่งชั่วโมงตายตัวของทุกช่วงวัน หากเวลามีผลต่อการเดินทางหรือนัดสำคัญ ให้ยืนยันด้วยเลข 24 ชั่วโมง เช่น Bedoel je 14.30 uur? — หมายถึง 14:30 น. ใช่ไหม

5. วันในสัปดาห์

ชื่อวันภาษาดัตช์เขียนด้วยตัวพิมพ์เล็ก เว้นแต่เป็นคำแรกของประโยค

ภาษาดัตช์ ภาษาไทย
maandag วันจันทร์
dinsdag วันอังคาร
woensdag วันพุธ
donderdag วันพฤหัสบดี
vrijdag วันศุกร์
zaterdag วันเสาร์
zondag วันอาทิตย์

ใช้ op + ชื่อวัน เพื่อระบุวัน เช่น op maandag — ในวันจันทร์ แต่ในการพูดสามารถใช้ชื่อวันตรง ๆ ได้เช่นกัน เช่น Ik kom maandag. — ฉันจะมาวันจันทร์ จึงไม่ควรเข้าใจว่าทุกประโยคที่ไม่มี op ผิด

ถ้าต้องการสื่อว่าเป็นกิจวัตร ใช้รูปเติม -s เช่น maandags — ทุกวันจันทร์ หรือใช้ elke maandag — ทุกวันจันทร์ ซึ่งชัดเจนและเหมาะกับผู้เริ่มต้น ส่วน op maandag อาจหมายถึงวันจันทร์ครั้งหนึ่งหรือเป็นประจำก็ได้ตามบริบท

คำใกล้ตัวที่ควรจำเพิ่มคือ vandaag — วันนี้, morgen — พรุ่งนี้, gisteren — เมื่อวาน, overmorgen — มะรืนนี้ และ eergisteren — เมื่อวานซืน คำเหล่านี้ใช้ได้โดยไม่ต้องใส่ op ข้างหน้า เช่น Ik kom morgen. — ฉันจะมาพรุ่งนี้

6. เดือนทั้งสิบสอง

ชื่อเดือนเขียนด้วยตัวพิมพ์เล็กเช่นเดียวกับชื่อวัน ใช้ in เมื่อบอกเดือนโดยไม่ได้ระบุวันที่

ภาษาดัตช์ ภาษาไทย
januari มกราคม
februari กุมภาพันธ์
maart มีนาคม
april เมษายน
mei พฤษภาคม
juni มิถุนายน
juli กรกฎาคม
augustus สิงหาคม
september กันยายน
oktober ตุลาคม
november พฤศจิกายน
december ธันวาคม

ตัวอย่าง Ik ben in juli jarig. — ฉันเกิดเดือนกรกฎาคม คำว่า jarig zijn ใช้เมื่อพูดถึงการมีวันเกิด จึงไม่จำเป็นต้องแปลตรงตัวทีละคำ

ระวัง juni กับ juli ซึ่งหน้าตาคล้ายกันมาก หากจองตั๋วหรือห้องพัก ควรตรวจเลขเดือนประกอบด้วยว่าเป็นเดือน 6 หรือเดือน 7

7. เขียนวันที่แบบวัน–เดือน–ปี

รูปที่ใช้ทั่วไปคือ 15 januari 2026 หรือแบบตัวเลข 15-01-2026 นั่นคือวันที่ 15 เดือนมกราคม ค.ศ. 2026 วันที่แบบ 03-04-2026 จึงหมายถึง 3 เมษายน ไม่ใช่ 4 มีนาคม

การเรียงวันก่อนเดือนคุ้นเคยกับผู้ใช้ภาษาไทยอยู่แล้ว จุดที่ต้องตรวจเป็นพิเศษคือ ปี เพราะเอกสารภาษาดัตช์ทั่วไปใช้คริสต์ศักราช ไม่ใช่พุทธศักราช เช่น ค.ศ. 2026 ตรงกับ พ.ศ. 2569 อย่านำปี พ.ศ. จากเอกสารไทยไปกรอกลงในแบบฟอร์มดัตช์โดยไม่ตรวจว่าระบบต้องการศักราชใด

ในการอ่านวันที่ มีทั้งรูปเลขบอกจำนวนและรูปเลขลำดับ

  • vijftien januari — วันที่ 15 มกราคม เป็นรูปอ่านวันที่ที่ใช้ทั่วไป
  • de vijftiende januari — วันที่สิบห้าของเดือนมกราคม เป็นรูปที่ใช้เลขลำดับ
  • op 15 januari — ในวันที่ 15 มกราคม รูปเขียนที่เรียบง่ายและใช้ได้แพร่หลาย
  • op de vijftiende — ในวันที่สิบห้า เมื่อทราบอยู่แล้วว่าพูดถึงเดือนไหน

เลขบอกจำนวนคือเลขที่ใช้ตอบว่า “กี่หน่วย” เช่น vijftien — สิบห้า ส่วน เลขลำดับ คือเลขที่บอกว่า “ที่เท่าไร” เช่น vijftiende — ที่สิบห้า ทั้งสองแบบพบในการบอกวันที่ได้ อย่าเข้าใจว่าต้องอ่านวันที่เป็นเลขลำดับทุกครั้ง และไม่ต้องเติม van ระหว่างเลขวันกับชื่อเดือนในรูปวันที่ปกติ

8. เลขลำดับสำหรับวันที่

หลักทั่วไปคือเลข 1–19 เติม -de และตั้งแต่ 20 ขึ้นไปเติม -ste แต่มีรูปที่ต้องจำ ได้แก่ eerste, derde และ achtste ตารางนี้รวบรวมรูปหลักที่ใช้สร้างวันที่ทั้งหมด

เลข รูปเลขลำดับ ความหมาย
1 eerste ที่หนึ่ง
2 tweede ที่สอง
3 derde ที่สาม
4 vierde ที่สี่
5 vijfde ที่ห้า
6 zesde ที่หก
7 zevende ที่เจ็ด
8 achtste ที่แปด
9 negende ที่เก้า
10 tiende ที่สิบ
11 elfde ที่สิบเอ็ด
12 twaalfde ที่สิบสอง
13 dertiende ที่สิบสาม
14 veertiende ที่สิบสี่
15 vijftiende ที่สิบห้า
16 zestiende ที่สิบหก
17 zeventiende ที่สิบเจ็ด
18 achttiende ที่สิบแปด
19 negentiende ที่สิบเก้า
20 twintigste ที่ยี่สิบ
21 eenentwintigste ที่ยี่สิบเอ็ด
22 tweeëntwintigste ที่ยี่สิบสอง
30 dertigste ที่สามสิบ
31 eenendertigste ที่สามสิบเอ็ด

สำหรับ 23–29 ใช้เลขบอกจำนวนเดิมแล้วเติม -ste เช่น drieëntwintigste — ที่ยี่สิบสาม และ negenentwintigste — ที่ยี่สิบเก้า อย่าเปลี่ยนแค่เลขหน่วยให้เป็นเลขลำดับ

เมื่อใช้รูปเลขลำดับเพื่อระบุวัน มักมี de นำหน้า เช่น de eerste mei — วันที่หนึ่งพฤษภาคม และ de vijftiende januari — วันที่สิบห้ามกราคม ในตารางหรือข้อความสั้นอาจพบรูปย่ออย่าง 1e, 15e, 21e ซึ่งอ่านเป็นเลขลำดับ ไม่ใช่อ่านตัวอักษรท้ายแยกต่างหาก

9. เลือกคำหน้าเวลาให้ตรงหน้าที่

คำบุพบท คือคำสั้น ๆ ที่เชื่อมข้อมูลเข้าด้วยกัน เช่น คำว่า “ใน” หรือ “ตอน” ของไทย ภาษาดัตช์แยกคำเหล่านี้ตามชนิดของเวลา จึงไม่ควรใช้คำเดียวแทนคำว่า “ตอน” ในภาษาไทยทุกกรณี

รูปภาษาดัตช์ ความหมาย ใช้เมื่อ
om half drie ตอน 2:30 เวลาบนนาฬิกา
op maandag ในวันจันทร์ วันในสัปดาห์
op 15 januari ในวันที่ 15 มกราคม วันที่ระบุชัด
in januari ในเดือนมกราคม เดือน
in 2026 ในปี ค.ศ. 2026 ปี
van negen tot vijf ตั้งแต่เก้าโมงถึงห้าโมง ช่วงเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด

เมื่อนำวันกับเวลามารวมกัน ใช้ op maandag om negen uur — วันจันทร์ตอนเก้าโมง หรือพูดสั้นว่า maandag om negen uur ก็ได้

ตัวอย่างในสถานการณ์จริง

ตัวอย่างต่อไปนี้รวมการถามตอบเวลา นัดหมาย วันเกิด และการเดินทาง คำแปลเลือกให้เป็นภาษาไทยตามสถานการณ์ ไม่ได้จับคู่คำทีละคำ

ภาษาดัตช์ ภาษาไทย จุดสังเกต
Hoe laat is het? ตอนนี้กี่โมง ถามเวลาปัจจุบัน
Het is half drie. ตอนนี้สองโมงครึ่ง ใช้ชั่วโมงถัดไปหลังคำบอกครึ่งชั่วโมง
Het is kwart over vier. ตอนนี้สี่โมงสิบห้านาที ผ่านสี่โมงมา 15 นาที
De bus vertrekt om kwart voor acht. รถบัสออกตอนเจ็ดโมงสี่สิบห้า อีก 15 นาทีจะถึงแปดโมง
Zullen we om half zeven afspreken? เรานัดเจอกันตอนหกโมงครึ่งไหม เสนอเวลานัด
Ik werk op maandag, dinsdag en woensdag. ฉันทำงานวันจันทร์ อังคาร และพุธ เรียงชื่อวันด้วยตัวพิมพ์เล็ก
Elke vrijdag bel ik mijn moeder. ฉันโทรหาแม่ทุกวันศุกร์ ระบุสิ่งที่ทำเป็นประจำ
Mijn afspraak is op 15 januari. ฉันมีนัดวันที่ 15 มกราคม ใช้คำสำหรับวันที่ระบุชัด
Mijn verjaardag is op de vijftiende januari. วันเกิดของฉันคือวันที่ 15 มกราคม ใช้เลขลำดับกับวันที่
We gaan in augustus op vakantie. เราจะไปเที่ยวพักผ่อนในเดือนสิงหาคม ใช้คำสำหรับเดือน
De winkel is open van negen tot vijf. ร้านเปิดตั้งแต่เก้าโมงถึงห้าโมงเย็น เวลาปิดตีความจากบริบทร้านค้า
De trein vertrekt om 18.42 uur. รถไฟออกเวลา 18:42 น. ตารางเดินทางใช้เลข 24 ชั่วโมง
Vandaag is het 3 april. วันนี้วันที่ 3 เมษายน ระบุวันที่ปัจจุบัน
Tot morgen om tien uur! แล้วเจอกันพรุ่งนี้ตอนสิบโมงนะ ไม่เติมคำบุพบทหน้าคำว่าพรุ่งนี้

สังเกต Elke vrijdag bel ik … — ทุกวันศุกร์ฉันโทร… เมื่อยกข้อมูลเวลามาไว้หน้าประโยค กริยา bel อยู่ก่อน ik คำว่า “กริยา” หมายถึงคำที่บอกการกระทำหรือสภาพ เช่น “โทร” หรือ “เป็น” ส่วน ik บอกว่าใครเป็นคนทำ ผู้เริ่มต้นยังไม่จำเป็นต้องเรียนกฎลำดับคำทั้งหมดในบทนี้ แต่ควรจำทั้งประโยคเป็นตัวอย่าง ไม่เรียงตามภาษาไทยว่า Elke vrijdag ik bel …

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

1. นึกว่า half drie คือสามโมงครึ่ง

  • ไม่ถูกเมื่อจะบอก 3:30: Het is half drie.
  • ควรใช้: Het is half vier.
  • เหตุผล: หลัง half ต้องเป็นชั่วโมงถัดไป ส่วน half drie หมายถึง 2:30 จริง ๆ ประโยคแรกไม่ได้ผิดโครงสร้าง แต่บอกเวลาคนละเวลา

2. สลับ over กับ voor

  • ไม่ถูกเมื่อจะบอก 4:15: kwart voor vier
  • ควรใช้: kwart over vier
  • เหตุผล: over คือผ่านไปแล้ว ส่วน kwart voor vier คืออีก 15 นาทีจะถึงสี่โมง หรือ 3:45 ให้ฝึกเป็นคู่ 4:15 กับ 3:45 โดยใช้หลักชั่วโมงเดียวกัน

3. ใช้คำหน้าเดือนกับวันสลับกัน

  • ไม่ถูก: Ik kom in maandag.
  • ควรใช้: Ik kom op maandag. หรือ Ik kom maandag.
  • เหตุผล: ชื่อวันใช้ op หรือในหลายบริบทไม่ใส่คำหน้าเลย ส่วนเดือนใช้ in เช่น in januari — ในเดือนมกราคม

4. สร้างเลขลำดับทุกตัวด้วย -de

  • ไม่ถูก: de achtde januari, de twintig de januari
  • ควรใช้: de achtste januari, de twintigste januari
  • เหตุผล: เลขแปดใช้ achtste และเลขตั้งแต่ยี่สิบขึ้นไปใช้ -ste ซึ่งติดกับตัวเลขเป็นคำเดียว ส่วนเลขหนึ่งและสามต้องจำรูป eerste และ derde ด้วย

5. เขียนชื่อวันและเดือนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่กลางประโยค

  • ไม่ถูก: De afspraak is op Maandag 15 Januari.
  • ควรใช้: De afspraak is op maandag 15 januari.
  • เหตุผล: ชื่อวันและเดือนตามปกติใช้ตัวพิมพ์เล็ก แต่ถ้าขึ้นต้นประโยคก็ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ตามกฎทั่วไป เช่น Maandag werk ik. — วันจันทร์ฉันทำงาน

6. ใช้คำถามเรื่องระยะเวลาเพื่อถามว่ากี่โมง

  • ไม่ตรงความหมายเมื่อจะถามเวลาเริ่ม: Hoe lang begint de film?
  • ควรใช้: Hoe laat begint de film? — หนังเริ่มกี่โมง
  • ถ้าจะถามความยาวของหนัง: Hoe lang duurt de film? — หนังยาวนานเท่าไร
  • เหตุผล: hoe laat ถามจุดเวลาบนนาฬิกา ส่วน hoe lang ถามช่วงเวลาตั้งแต่เริ่มจนจบ

ข้อสังเกตในการใช้งาน

ใช้รูปพูดกับรูปเขียนให้เหมาะสถานการณ์

ในการคุยกับเพื่อน half acht เป็นธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องอ่านทุกเวลาเป็นเลข 24 ชั่วโมง แต่ในอีเมลนัดหมาย 19.30 uur ชัดเจนกว่า โดยเฉพาะเมื่อติดต่อข้ามประเทศหรือพูดถึงเวลาที่อาจเป็นเช้าหรือเย็นก็ได้

หากอีกฝ่ายบอก om acht uur และยังไม่ชัด สามารถถาม 's Ochtends of 's avonds? — ตอนเช้าหรือตอนค่ำ ไม่ควรเดาจากความคุ้นเคยของตนเอง โดยเฉพาะกรณีตารางงานเป็นกะหรือการเดินทาง

แยกคำว่า morgen ตามตำแหน่ง

morgen ที่ใช้เดี่ยว ๆ มักหมายถึง “พรุ่งนี้” เช่น Ik kom morgen. — ฉันจะมาพรุ่งนี้ ส่วน de morgen หมายถึง “ช่วงเช้า” และ morgenochtend หมายถึง “พรุ่งนี้เช้า”

คำที่ชวนสับสนอีกคำคือ vanmorgen — เช้าวันนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้เช้า เช่น Ik heb vanmorgen gebeld. — ฉันโทรไปเมื่อเช้านี้แล้ว เมื่อต้องยืนยันนัด อย่าจับเฉพาะส่วนที่เห็นว่าเหมือนกัน แต่ดูทั้งคำ

ช่วงเวลาที่ระบุวันสิ้นสุด

van maandag tot vrijdag แปลว่า “ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์” แต่ถ้าต้องการยืนยันว่ารวมวันศุกร์ด้วย มักใช้ tot en met vrijdag — จนถึงและรวมวันศุกร์ เช่น De winkel is gesloten tot en met vrijdag. — ร้านปิดจนถึงวันศุกร์ด้วย และค่อยดูประกาศต่อว่ากลับมาเปิดวันไหน

ในเอกสารอาจย่อ tot en met เป็น t/m เช่น 1 t/m 5 mei — วันที่ 1 ถึง 5 พฤษภาคม รวมทั้งวันที่ 5

ต่อยอดหลังจากพื้นฐาน: รูปที่ควรรู้จักเมื่อพบ

ส่วนนี้ไม่จำเป็นต้องใช้คล่องตั้งแต่ระดับ A1 เมื่ออ่านเวลาพื้นฐานและวันที่ได้แล้ว ค่อยเพิ่มทีละเรื่องตามสถานการณ์ที่พบจริง

1. นาทีก่อนและหลังครึ่งชั่วโมง

ผู้พูดอาจยึดจุดครึ่งชั่วโมงเป็นหลัก ไม่ได้ยึดเฉพาะชั่วโมงตรง เช่น 2:25 คือก่อน half drie อยู่ 5 นาที ส่วน 2:35 คือหลัง half drie ไปแล้ว 5 นาที

เวลา รูปที่อาจได้ยิน คำอธิบาย
2:20 tien voor half drie อีก 10 นาทีจะถึงสองโมงครึ่ง
2:25 vijf voor half drie อีก 5 นาทีจะถึงสองโมงครึ่ง
2:35 vijf over half drie เลยสองโมงครึ่งมา 5 นาที
2:40 tien over half drie เลยสองโมงครึ่งมา 10 นาที

รูปเหล่านี้พบได้ทั่วไป โดยเฉพาะในเนเธอร์แลนด์ แต่ความนิยมของวิธีบอกเวลาต่างกันได้ตามพื้นที่และผู้พูด ในเบลเยียมส่วนที่ใช้ภาษาดัตช์อาจได้ยินรูปยึดชั่วโมงตรง เช่น twintig over twee — 2:20 มากกว่าในบางพื้นที่ จึงควรรู้จักทั้งสองวิธี ไม่ตัดสินว่ารูปที่ไม่คุ้นผิดเสมอไป

สำหรับการฟัง ให้หาจุดอ้างอิงก่อน เช่น half drie คือ 2:30 แล้วค่อยลบหรือบวกตาม voor และ over วิธีนี้ช่วยไม่ให้สลับระหว่างชั่วโมงสามกับสอง

2. การอ่านปี

ปีไม่ได้อ่านเหมือนตัวเลขนาฬิกา ปีในคริสต์ศตวรรษก่อน ๆ มักอ่านเป็นชุดหลักร้อย เช่น 1998: negentienachtennegentig — ค.ศ. 1998 ส่วนปีหลัง 2000 ใช้รูปอย่าง 2026: tweeduizendzesentwintig — ค.ศ. 2026 ได้เป็นปกติ

ในปี 1998 รูป negentienachtennegentig ประกอบด้วยส่วนที่หมายถึงสิบเก้ากับเก้าสิบแปด เป็นแบบแผนการอ่านปีที่ใช้จริง ไม่ได้แปลว่าต้องนำหลักนี้ไปอ่านจำนวนสิ่งของทุกจำนวนแบบเดียวกัน ผู้เริ่มต้นฝึกปีเกิดของตนเองกับปีปัจจุบันก่อนก็เพียงพอ แล้วค่อยเพิ่มปีที่ต้องใช้ในเอกสาร

3. จุดเวลากับระยะเวลาต้องแยกกัน

เปรียบเทียบประโยคที่มีเลขสองเหมือนกัน แต่หมายถึงคนละเรื่อง

  • De les begint om twee uur. — ชั้นเรียนเริ่มตอนสองโมง
  • De les duurt twee uur. — ชั้นเรียนใช้เวลาสองชั่วโมง
  • De les begint over twee uur. — ชั้นเรียนจะเริ่มอีกสองชั่วโมงข้างหน้า

คำว่า over ใน tien over twee ใช้บอกนาทีที่ผ่านชั่วโมงบนหน้าปัด แต่ over twee uur มองจากเวลาปัจจุบันไปอีกสองชั่วโมง จึงต้องอ่านทั้งชุด ไม่แปล over เป็นคำไทยคำเดียวในทุกบริบท

หลังจำนวนที่บอกระยะเวลา ใช้ uur เช่น twee uur — สองชั่วโมง ไม่ใช่ twee uren ในรูปบอกระยะเวลาปกตินี้ เช่นเดียวกับ een half uur — ครึ่งชั่วโมง ส่วน “ชั่วโมงครึ่ง” คือ anderhalf uur อย่าสับสนกับ half twee ซึ่งเป็นเวลาบนนาฬิกา 1:30

4. ตั้งแต่เมื่อไร กับอีกนานเท่าไร

หากต้องคุยเรื่องเวลาละเอียดขึ้น ลองแยกสามรูปนี้

  • Ik wacht sinds drie uur. — ฉันรอมาตั้งแต่สามโมง
  • Ik wacht al drie uur. — ฉันรอมาสามชั่วโมงแล้ว
  • Ik kom binnen een uur. — ฉันจะมาถึงภายในหนึ่งชั่วโมง

sinds ระบุจุดเริ่มต้นที่ต่อเนื่องมาถึงตอนนี้ ส่วน al drie uur ระบุระยะเวลาที่ผ่านไปแล้ว และ binnen บอกขอบเขตเวลาสูงสุดในบริบทนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะมาถึงเมื่อครบหนึ่งชั่วโมงพอดี

ความต่างระหว่าง over een uur — อีกหนึ่งชั่วโมง กับ binnen een uur — ภายในหนึ่งชั่วโมง มีประโยชน์มากเวลาติดต่อช่าง ส่งของ หรือนัดให้ใครโทรกลับ

5. วันถัดไปที่ยังอาจตีความไม่ตรงกัน

volgende vrijdag หมายถึงวันศุกร์ถัดไป แต่ในบางสถานการณ์ผู้พูดอาจไม่ได้คิดถึงศุกร์เดียวกัน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้วันศุกร์ อย่าแก้ปัญหาด้วยการท่องว่าคำนี้ต้องห่างกี่วันเสมอไป ให้ยืนยันวันที่ตรง ๆ เช่น Bedoel je vrijdag 17 april? — หมายถึงวันศุกร์ที่ 17 เมษายนใช่ไหม

วิธีเดียวกันนี้ใช้กับ aanstaande vrijdag — วันศุกร์ที่จะถึง และนัดหลังเที่ยงคืนได้ด้วย เพราะเวลา 00:30 อยู่ในวันปฏิทินใหม่แล้ว แม้ในการคุยทั่วไปผู้พูดยังอาจรู้สึกว่าเป็น “คืนของวันก่อน” ใบนัดที่มีทั้งวันที่และเลขเวลา 24 ชั่วโมงจึงช่วยลดความคลาดเคลื่อนได้ดีที่สุด

วิธีฝึกให้ใช้ได้จริง

  1. จับคู่รูปนาฬิกาแทนการแปลทีละคำ เขียน 2:15, 2:30 และ 2:45 แล้วพูด kwart over twee, half drie, kwart voor drie จากนั้นเปลี่ยนชั่วโมง ทำเช่นนี้จนเห็น 7:30 แล้วนึกถึง half acht ได้ทันที ค่อยเพิ่ม 7:25 และ 7:35 เมื่อรูปพื้นฐานแม่นแล้ว
  2. ทำตารางนัดของตัวเองหนึ่งสัปดาห์ เขียนนัดจริงหรือสมมติสามนัด โดยใส่วัน วันที่ และเวลา เช่น op maandag 12 januari om 14.30 uur — วันจันทร์ที่ 12 มกราคม เวลา 14:30 น. แล้วอ่านเวลาแบบสนทนาอีกครั้งว่า om half drie ตรวจด้วยปฏิทินด้วยว่าชื่อวันตรงกับวันที่ในปีที่เลือก
  3. ฝึกถามกลับก่อนยืนยันนัด ตั้งสถานการณ์ที่ข้อมูลยังไม่ครบ เช่น อีกฝ่ายบอกเพียง half acht แล้วถามว่าเช้าหรือค่ำ หรือบอกเพียงวันศุกร์แล้วถามวันที่ จากนั้นสรุปนัดเป็นรูปวัน–เดือน–ปีและเวลา 24 ชั่วโมง วิธีนี้ฝึกทั้งภาษาและการป้องกันความเข้าใจผิดในชีวิตจริง

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

  • พื้นฐานที่ควรทบทวน: เลขบอกจำนวนในภาษาดัตช์ — ใช้อ่านชั่วโมง นาที เลขวันที่ และสร้างเลขลำดับ โดยเฉพาะเลขประสมที่วางหลักหน่วยก่อนหลักสิบ

ความรู้พื้นฐาน

Hoofdtelwoorden (จำนวนนับ) ในภาษาดัตช์A1

แนวคิดระดับ A1 อื่นๆ

แนวคิดนี้ในภาษาอื่น

เปรียบเทียบในทุกภาษา