การใช้ 's แสดงความเป็นเจ้าของในภาษาอังกฤษ
Possessive 's
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนผังไวยากรณ์ภาษาอังกฤษบน Settemila Lingue
สรุปสั้น ๆ
เมื่อต้องการบอกว่าเป็นของใคร ให้วางเจ้าของก่อนสิ่งที่เป็นของคนนั้น แล้วเติม 's หลังเจ้าของ เช่น John's car หมายถึง “รถของจอห์น” ถ้าเจ้าของเป็นหลายคนและคำนั้นลงท้ายด้วย s อยู่แล้ว ให้เติมแค่เครื่องหมาย ' เช่น my parents' house คือ “บ้านของพ่อแม่ฉัน” แต่คำพหูพจน์ที่ไม่ได้ลงท้ายด้วย s ยังเติม 's เช่น the children's toys คือ “ของเล่นของเด็ก ๆ” สำหรับส่วนของสิ่งของหรือวลีที่ยาว มักใช้ of เช่น the end of the movie คือ “ตอนจบของหนัง”
ภาพรวม
ภาษาไทยบอกความเป็นเจ้าของด้วยคำว่า “ของ” และในชีวิตประจำวันก็ละคำนี้ได้ เช่น “โทรศัพท์ของแม่” หรือ “โทรศัพท์แม่” ภาษาอังกฤษมีวิธีที่ใช้บ่อยมากอีกแบบหนึ่ง คือวางเจ้าของไว้ข้างหน้าแล้วเติม 's จึงต้องคิดลำดับกลับจากภาษาไทย: “รถของจอห์น” กลายเป็น John's car ไม่ใช่เอาคำอังกฤษมาเรียงตามลำดับภาษาไทยทีละคำ
เรื่องนี้เริ่มเรียนได้ตั้งแต่ระดับ A1 เพราะใช้พูดถึงครอบครัว ของใช้ บ้าน และงานได้ทันที คำว่า “ความเป็นเจ้าของ” ในบทนี้ไม่ได้หมายถึงการครอบครองสิ่งของเท่านั้น Anna's mother หมายถึง “แม่ของแอนนา” และ the teacher's question หมายถึง “คำถามของครู” ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนหรือสิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่สิ่งของที่ซื้อขายได้
จุดที่คนไทยต้องฝึกเป็นพิเศษคือการดูจำนวนของ เจ้าของ ไม่ใช่จำนวนสิ่งของที่ตามมา ภาษาไทยไม่ต้องเปลี่ยนรูปคำว่า “ครู” เพื่อบอกว่ามีครูคนเดียวหรือหลายคนเสมอไป แต่ภาษาอังกฤษต้องแยกให้ชัด และตำแหน่งของเครื่องหมาย ' ก็มีผลต่อความหมาย บทแรก ๆ ด้านล่างจะอธิบายกฎหลัก ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อที่ลงท้ายด้วย s การมีเจ้าของร่วมกัน และการละชื่อสิ่งของอยู่ในหัวข้อสำหรับอ่านต่อยอด
รูปคำและวิธีใช้
เริ่มจากแยกว่าใครเป็นเจ้าของ
คำนาม (คำที่ใช้เรียกคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ หรือแนวคิด) ที่เป็นเจ้าของจะอยู่หน้าเครื่องหมาย 's ส่วนคำนามที่บอกสิ่งที่เป็นของเจ้าของจะอยู่หลังเครื่องหมายนี้
เจ้าของ + 's + สิ่งของหรือคนที่เกี่ยวข้อง
- Nina's bag — กระเป๋าของนีน่า: นีน่าเป็นเจ้าของ กระเป๋าเป็นสิ่งของ
- my brother's room — ห้องของพี่ชายหรือน้องชายฉัน: เจ้าของคือพี่ชายหรือน้องชายหนึ่งคน
- the dog's name — ชื่อของสุนัข: ใช้กับสัตว์ได้เช่นกัน
เครื่องหมาย ' เรียกว่าอัญประกาศเดี่ยวหรืออะพอสทรอฟี ในบทนี้เครื่องหมายนี้ใช้ร่วมกับคำนามเพื่อบอกความเป็นเจ้าของ ต้องเขียนติดกับคำ ไม่เว้นวรรค เช่น Nina's ไม่ใช่ Nina 's
คำว่า “สิ่งของ” ในสูตรเป็นเพียงตัวช่วยจำ คำหลัง 's อาจเป็นคน ชื่อ ความคิด การกระทำ หรือความสัมพันธ์ได้ เช่น Nina's sister คือ “พี่สาวหรือน้องสาวของนีน่า” และ Nina's idea คือ “ความคิดของนีน่า”
เจ้าของหนึ่งคนหรือหนึ่งตัว: เติม 's
เอกพจน์ (รูปคำที่หมายถึงหนึ่งคนหรือหนึ่งสิ่ง) โดยทั่วไปเติม 's ได้เลย ไม่ว่าเป็นชื่อคนหรือคำนามทั่วไป
| รูปภาษาอังกฤษ | ความหมายภาษาไทย | สังเกต |
|---|---|---|
| John's car | รถของจอห์น | เติมหลังชื่อคน |
| my mother's phone | โทรศัพท์ของแม่ฉัน | เติมหลังคำที่บอกเจ้าของ |
| the student's book | หนังสือของนักเรียนคนหนึ่ง | นักเรียนเป็นเจ้าของหนึ่งคน |
| the cat's tail | หางของแมว | ใช้กับส่วนของร่างกายสัตว์ได้ |
| my boss's office | ห้องทำงานของหัวหน้าฉัน | คำลงท้ายด้วยเอสก็เติมได้เมื่อเป็นเอกพจน์ |
อย่าดูแค่ตัวอักษรสุดท้ายของคำแล้วตัดสินทันที boss หมายถึงหัวหน้าหนึ่งคน แม้ลงท้ายด้วย s จึงใช้ boss's ตามกฎเอกพจน์ ส่วนชื่อบุคคลที่ลงท้ายด้วย s มีธรรมเนียมการเขียนมากกว่าหนึ่งแบบ ซึ่งจะอธิบายในส่วนต่อยอด
เจ้าของหลายคนและคำลงท้ายด้วย s: เติมแค่ '
พหูพจน์ (รูปคำที่หมายถึงหลายคนหรือหลายสิ่ง) ในภาษาอังกฤษมักสร้างด้วยการเติม s หรือ es เมื่อคำพหูพจน์นั้นลงท้ายด้วย s แล้ว ให้เติมเฉพาะเครื่องหมาย ' หลัง s ไม่เติม s อีกตัว
| รูปภาษาอังกฤษ | ความหมายภาษาไทย | สังเกต |
|---|---|---|
| my parents' house | บ้านของพ่อแม่ฉัน | พ่อแม่เป็นเจ้าของหลายคน |
| the students' books | หนังสือของนักเรียนหลายคน | เติมเครื่องหมายหลังเอสที่เป็นพหูพจน์ |
| the teachers' room | ห้องพักครู | ห้องที่ครูหลายคนใช้ |
| the dogs' bowls | ชามอาหารของสุนัขหลายตัว | เจ้าของเป็นสุนัขมากกว่าหนึ่งตัว |
ความแตกต่างระหว่าง the student's books กับ the students' books ไม่ได้อยู่ที่จำนวนหนังสือ ทั้งสองวลีหมายถึงหนังสือหลายเล่มได้ แต่แบบแรกมีนักเรียนเจ้าของหนึ่งคน ส่วนแบบหลังมีนักเรียนหลายคนที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเหล่านั้น
ในทำนองเดียวกัน my sister's bags หมายถึงกระเป๋าหลายใบของพี่สาวหรือน้องสาวหนึ่งคน แต่ my sisters' bags หมายถึงกระเป๋าของพี่สาวน้องสาวหลายคน ภาษาไทยอาจต้องเพิ่มคำว่า “คนเดียว” หรือ “หลายคน” เพื่อให้เห็นความต่างที่รูปภาษาอังกฤษระบุไว้แล้ว
เจ้าของหลายคนแต่คำไม่ลงท้ายด้วย s: เติม 's
คำนามบางคำมีรูปพหูพจน์ไม่ปกติ คือไม่ได้สร้างด้วยการเติม s ตัวอย่างที่ใช้บ่อยคือ child → children “เด็กหนึ่งคน → เด็กหลายคน”, man → men “ผู้ชายหนึ่งคน → ผู้ชายหลายคน” และ woman → women “ผู้หญิงหนึ่งคน → ผู้หญิงหลายคน” เมื่อคำพหูพจน์เหล่านี้ไม่ลงท้ายด้วย s ให้เติม 's
| รูปภาษาอังกฤษ | ความหมายภาษาไทย | สังเกต |
|---|---|---|
| the children's toys | ของเล่นของเด็ก ๆ | คำว่าเด็กอยู่ในรูปพหูพจน์แล้ว |
| the men's shoes | รองเท้าของผู้ชายหลายคน | ไม่เติมเอสเพื่อสร้างพหูพจน์ซ้ำ |
| the women's team | ทีมผู้หญิง | แสดงความเกี่ยวข้องกับผู้หญิงหลายคน |
| people's names | ชื่อของผู้คน | รูปนี้เติมทั้งเครื่องหมายและเอส |
จึงไม่ควรจำว่า “หลายคนต้องเติมแค่เครื่องหมายเสมอ” กฎที่แม่นยำคือ ถ้าเจ้าของเป็นพหูพจน์และลงท้ายด้วย s แล้ว จึงเติมแค่เครื่องหมาย
เติมที่เจ้าของ ไม่ต้องเปลี่ยนตามจำนวนสิ่งของ
's ไม่ได้เปลี่ยนรูปตามจำนวนสิ่งที่เป็นของเจ้าของ เปรียบเทียบ Anna's book “หนังสือหนึ่งเล่มของแอนนา” กับ Anna's books “หนังสือหลายเล่มของแอนนา” แอนนายังเป็นเจ้าของหนึ่งคน จึงใช้ Anna's เหมือนเดิม
ถ้าต้องการระบุลักษณะสิ่งของ ให้ใส่คำขยายไว้หน้าสิ่งของตามปกติ เช่น Anna's new phone “โทรศัพท์เครื่องใหม่ของแอนนา” ไม่ต้องแยกเจ้าของออกจากวลีนี้
คำชี้เฉพาะ (คำที่บอกว่าหมายถึงสิ่งไหน เช่น the) ปกติไม่วางซ้อนหน้าเจ้าของที่เป็นชื่อบุคคลเพื่อชี้สิ่งของ เช่น “รถของจอห์น” ใช้ John's car ไม่ใช่ the John's car แต่ the teacher's car ถูกต้อง เพราะ the ขยายคำว่า “ครู” ซึ่งเป็นเจ้าของ ไม่ได้ขยายรถโดยตรง เช่นเดียวกัน my father's car คือรถของพ่อฉัน โดย my บอกว่าพ่อของใคร
อีกทางเลือกหนึ่ง: ใช้ of
รูปนี้เรียงใกล้เคียงกับภาษาไทยมากกว่า:
สิ่งที่พูดถึง + of + คนหรือสิ่งที่เกี่ยวข้อง
- the end of the movie — ตอนจบของหนัง
- the roof of the house — หลังคาของบ้าน
- the name of the street — ชื่อถนน
- the colour of the wall — สีของผนัง
of เป็นคำบุพบท (คำที่เชื่อมคำอื่นเพื่อแสดงความสัมพันธ์ เช่น สถานที่ เวลา หรือความเกี่ยวข้อง) ในตัวอย่างเหล่านี้แสดงความสัมพันธ์คล้ายคำว่า “ของ” วิธีนี้พบบ่อยเมื่อพูดถึงส่วนของสิ่งของ หรือเมื่อต้องระบุวลียาว ๆ ต่อท้าย
สำหรับผู้เริ่มต้น ให้จำว่า ชื่อคน คน และสัตว์มักใช้ 's ได้เป็นธรรมชาติ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งของมักใช้ of แต่ไม่ใช่ข้อห้ามตายตัว สิ่งไม่มีชีวิตก็ใช้ 's ได้ในบางกรณี และบางวลีเหมาะกับคำนามสองคำวางติดกันมากกว่า จะเห็นตัวอย่างในส่วนหมายเหตุการใช้
ตัวอย่างในสถานการณ์จริง
ลองอ่านทั้งประโยค แล้วหาเจ้าของก่อนดูคำแปล ตัวอย่างต่อไปนี้มีทั้งสิ่งของ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และส่วนของสิ่งต่าง ๆ
| ภาษาอังกฤษ | ภาษาไทย | จุดที่ควรสังเกต |
|---|---|---|
| John's car is outside. | รถของจอห์นอยู่ข้างนอก | ชื่อคนเป็นเจ้าของ |
| Is this your sister's bag? | นี่คือกระเป๋าของพี่สาวหรือน้องสาวคุณหรือเปล่า | พี่สาวหรือน้องสาวหนึ่งคน |
| My father's glasses are on the table. | แว่นตาของพ่อฉันอยู่บนโต๊ะ | เติมหลังพ่อ ไม่ใช่หลังแว่นตา |
| My parents' house is near the station. | บ้านของพ่อแม่ฉันอยู่ใกล้สถานี | พ่อแม่เป็นเจ้าของหลายคน |
| The students' bags are in the classroom. | กระเป๋าของนักเรียนหลายคนอยู่ในห้องเรียน | เครื่องหมายอยู่หลังเอสพหูพจน์ |
| The children's toys are under the bed. | ของเล่นของเด็ก ๆ อยู่ใต้เตียง | พหูพจน์ที่ไม่ลงท้ายด้วยเอส |
| The women's team won the match. | ทีมผู้หญิงชนะการแข่งขัน | แสดงความเกี่ยวข้อง ไม่ใช่การครอบครองสิ่งของ |
| The dog's name is Max. | สุนัขตัวนี้ชื่อแม็กซ์ | ใช้กับชื่อของสัตว์ |
| Our teacher's question was difficult. | คำถามของครูเรายาก | ใช้กับสิ่งที่คนพูดหรือคิด |
| I liked the end of the movie. | ฉันชอบตอนจบของหนัง | ส่วนหนึ่งของหนังใช้รูปที่มีคำเชื่อม |
| The roof of the house is red. | หลังคาบ้านเป็นสีแดง | ส่วนของอาคาร |
| What is your brother's name? | พี่ชายหรือน้องชายของคุณชื่ออะไร | ถามชื่อคนที่เกี่ยวข้อง |
สังเกตว่าคำแปลภาษาไทยบางข้อไม่ใช้คำว่า “ของ” เลย เช่น “หลังคาบ้าน” หรือ “ทีมผู้หญิง” อย่าบังคับให้ทุกวลีภาษาอังกฤษต้องแปลด้วย “ของ” เพราะเป้าหมายคือเข้าใจความสัมพันธ์และสื่อความหมายให้เป็นธรรมชาติ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
1. ใส่เครื่องหมายเพื่อทำให้เป็นหลายคน
- ผิด: I have two brother's.
- ถูก: I have two brothers. — ฉันมีพี่ชายหรือน้องชายสองคน
- เหตุผล: ประโยคนี้บอกจำนวน ไม่ได้บอกว่าสิ่งใดเป็นของพี่น้อง จึงใช้เพียงรูปพหูพจน์ ไม่ใช้เครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของ ถ้าจะบอก “ห้องของพี่น้องสองคนของฉัน” จึงใช้ my two brothers' room
2. ดูจำนวนสิ่งของแทนจำนวนเจ้าของ
- ผิด เมื่อหมายถึงนักเรียนหนึ่งคน: The students' books are here.
- ถูก: The student's books are here. — หนังสือของนักเรียนคนนั้นอยู่ที่นี่
- เหตุผล: หนังสือหลายเล่มไม่ได้ทำให้เจ้าของกลายเป็นหลายคน แบบแรกไม่ผิดไวยากรณ์ในตัวเอง แต่หมายถึงนักเรียนหลายคน จึงสื่อความหมายผิดจากที่ตั้งใจ
3. เติมเอสซ้ำหลังคำพหูพจน์ที่ไม่ปกติ
- ผิด: The childrens' toys are new.
- ถูก: The children's toys are new. — ของเล่นของเด็ก ๆ เป็นของใหม่
- เหตุผล: children เป็นพหูพจน์อยู่แล้ว ไม่ใช้ childrens เมื่อต้องแสดงความเป็นเจ้าของให้เติม 's หลังรูปคำที่ถูกต้อง
4. ลืมเครื่องหมายหลังพหูพจน์ที่ลงท้ายด้วย s
- ผิด เมื่อหมายถึงบ้านของพ่อแม่: My parents house is small.
- ถูก: My parents' house is small. — บ้านของพ่อแม่ฉันมีขนาดเล็ก
- เหตุผล: parents แค่บอกว่าพ่อแม่มีมากกว่าหนึ่งคน ยังต้องเติมเครื่องหมายเพื่อแสดงความสัมพันธ์กับบ้าน แม้จะไม่ได้ยินเสียงของเครื่องหมาย แต่การเขียนต้องระบุให้ครบ
5. เรียงคำตามภาษาไทย
- ผิด: This is the car John.
- ถูก: This is John's car. — นี่คือรถของจอห์น
- เหตุผล: เมื่อใช้ 's ต้องวางเจ้าของก่อนรถ ไม่ใช่รถก่อนเจ้าของ รูป the car of John แม้พอเข้าใจได้ในบางบริบท แต่ไม่ใช่ทางเลือกธรรมดาสำหรับการพูดถึงรถของบุคคลในชีวิตประจำวัน
6. ใช้ it's แทน its เมื่อหมายถึง “ของมัน”
- ผิด: The cat is eating it's food.
- ถูก: The cat is eating its food. — แมวกำลังกินอาหารของมัน
- เหตุผล: its เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของอยู่แล้ว ไม่เติมเครื่องหมาย ส่วน it's เป็นรูปย่อของ it is หรือ it has ไม่ใช่รูปแสดงความเป็นเจ้าของ หลัก “เติมเครื่องหมายให้เจ้าของ” ใช้กับคำนาม ไม่ได้ใช้กับคำแทนคนหรือสิ่งของทุกคำ
หมายเหตุการใช้
การใช้ 's เป็นภาษาปกติ ไม่ใช่คำย่อแบบไม่เป็นทางการ
รูปแสดงความเป็นเจ้าของใช้ได้ทั้งการสนทนา ข้อความถึงเพื่อน อีเมลทำงาน และงานเขียนเป็นทางการ ไม่ต้องเปลี่ยน the manager's decision “การตัดสินใจของผู้จัดการ” เป็นวลีที่มี of เพียงเพราะต้องการให้สุภาพขึ้น การเลือกรูปขึ้นอยู่กับความหมาย ความเป็นธรรมชาติ และความยาวของวลี มากกว่าความสุภาพ
อย่าจำว่าสิ่งไม่มีชีวิตใช้ 's ไม่ได้
ภาษาอังกฤษใช้ 's กับองค์กร ประเทศ สถานที่ และช่วงเวลาได้บ่อย เช่น:
- the company's website — เว็บไซต์ของบริษัท
- Thailand's economy — เศรษฐกิจของประเทศไทย
- today's meeting — การประชุมวันนี้
- a week's holiday — วันหยุดพักผ่อนหนึ่งสัปดาห์
สำหรับสิ่งของ บางครั้งทั้งสองแบบใช้ได้ เช่น the car's engine และ the engine of the car ต่างหมายถึง “เครื่องยนต์ของรถ” อย่าแก้รูปแรกว่าไม่ถูกเพียงเพราะรถไม่ใช่คน ส่วน the end of the movie เป็นรูปธรรมดาที่ควรจำทั้งวลี
อีกทางหนึ่งคือใช้คำนามเป็นคำขยาย (วางคำหนึ่งหน้าคำนามอีกคำเพื่อบอกประเภทหรือหน้าที่) เช่น a car door “ประตูรถ” และ a kitchen table “โต๊ะที่ใช้ในครัว” การวางคำติดกันไม่ได้แปลว่าเป็นของใครเสมอไป จึงไม่ต้องเติมเครื่องหมายทุกครั้งที่ภาษาไทยมีคำว่า “ของ” หรืออ่านแล้วนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งของ ควรจำวลีที่ใช้จริงควบคู่กับกฎ
การออกเสียงไม่ได้อ่านเครื่องหมายแยกเป็นคำ
's ออกเสียงต่อกับคำเจ้าของ ไม่พูดชื่อเครื่องหมาย เสียงท้ายเปลี่ยนตามเสียงสุดท้ายของคำนั้น โดยอาจเป็นเสียง /s/, /z/ หรือ /ɪz/
- Kate's bag — กระเป๋าของเคต: ส่วนท้ายเจ้าของเป็นเสียง /s/
- John's car — รถของจอห์น: ส่วนท้ายเจ้าของเป็นเสียง /z/
- my boss's office — ห้องทำงานของหัวหน้าฉัน: ส่วนท้ายเจ้าของเพิ่มเสียง /ɪz/
รูปพหูพจน์ที่ลงท้ายด้วย s แล้วเติมแค่ ' โดยทั่วไปไม่เพิ่มเสียง เช่น parents' ออกเสียงเหมือน parents ดังนั้น the student's books “หนังสือของนักเรียนหนึ่งคน” กับ the students' books “หนังสือของนักเรียนหลายคน” อาจฟังเหมือนกัน ต้องอาศัยบริบทช่วย ส่วนเวลาเขียนต้องวางเครื่องหมายให้ตรงกับจำนวนเจ้าของ
สำหรับผู้เรียนไทย อย่าละเสียงท้ายเพียงเพราะภาษาไทยไม่มีเสียงท้ายแบบเดียวกันครบทุกแบบ ลองฟังเสียงเจ้าของติดกับคำถัดไปแล้วเลียนแบบเป็นวลี จะง่ายกว่าพยายามอ่านตัวอักษรแยกทีละตัว
อ่านต่อยอด: รายละเอียดที่ไม่ต้องจำทั้งหมดในวันแรก
ถ้ายังเพิ่งเริ่มเรียน ให้ใช้กฎเจ้าของหนึ่งคน เจ้าของหลายคนที่ลงท้ายด้วย s และพหูพจน์ที่ไม่ปกติให้คล่องก่อน รายละเอียดต่อไปนี้ช่วยเมื่อพบรูปที่ต่างออกไปในหนังสือ ป้ายร้าน หรือบทสนทนา
ชื่อคนที่ลงท้ายด้วย s
ชื่อเอกพจน์ที่ลงท้ายด้วย s มักเติม 's เช่น James's phone “โทรศัพท์ของเจมส์” แต่แนวทางการเขียนบางแบบใช้ James' phone ทั้งสองรูปพบได้ ไม่ควรสรุปว่ารูปหนึ่งแปลว่าเจมส์หลายคน เลือกใช้รูปตามแนวทางของงานเขียน และใช้ให้สม่ำเสมอ โดยสำหรับผู้เริ่มต้น James's เป็นแบบที่สอดคล้องกับกฎเอกพจน์ได้ง่าย
ถ้าหมายถึงสมาชิกหลายคนในครอบครัว ต้องสร้างรูปพหูพจน์ก่อน แล้วค่อยเติมเครื่องหมาย เช่น the Smiths' house คือ “บ้านของครอบครัวสมิธ” ส่วน Mr Smith's house คือ “บ้านของคุณสมิธ” อย่าใช้ตำแหน่งเครื่องหมายแทนขั้นตอนสร้างพหูพจน์
เจ้าของร่วมกันกับต่างคนต่างมี
ตำแหน่งของ 's ช่วยแยกว่าคนสองคนมีสิ่งเดียวร่วมกัน หรือแต่ละคนมีของตนเอง
- Ben and May's apartment — อพาร์ตเมนต์ที่เบนกับเมย์อยู่ร่วมกัน: เติมหลังชื่อสุดท้าย เพราะทั้งสองเป็นเจ้าของหรือผู้ใช้ร่วมกัน
- Ben's and May's apartments — อพาร์ตเมนต์ของเบนกับอพาร์ตเมนต์ของเมย์: เติมหลังทั้งสองชื่อ เพราะต่างคนต่างมี
รูปแรกไม่ได้กำหนดว่ากรรมสิทธิ์ตามกฎหมายเป็นของใคร อาจหมายถึงที่อยู่อาศัยร่วมกันก็ได้ หากเรื่องสำคัญและบริบทไม่ชัด ควรเขียนเป็นสองวลีเต็ม ๆ เช่น Ben's apartment and May's apartment เพื่อไม่ให้คนอ่านต้องตีความเอง
ละสิ่งของได้เมื่อทุกคนรู้ว่าหมายถึงอะไร
บางครั้งใช้รูปเจ้าของโดยไม่มีคำนามตามหลัง เพราะสิ่งที่เป็นของเจ้าของชัดเจนอยู่แล้ว:
- This bag is Anna's. — กระเป๋าใบนี้เป็นของแอนนา
- My phone is old, but Tom's is new. — โทรศัพท์ของฉันเก่า แต่ของทอมใหม่
ในประโยคที่สอง Tom's หมายถึงโทรศัพท์ของทอม ไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำ รูปนี้ยังพบกับสถานที่ เช่น I'm at my sister's. “ฉันอยู่บ้านพี่สาวหรือน้องสาว” และ I'm going to the doctor's. “ฉันจะไปพบแพทย์ที่คลินิก” คำที่ถูกละขึ้นอยู่กับบริบท เช่น บ้าน คลินิก หรือสถานที่ทำงาน ไม่ได้แปลว่า “บ้าน” ทุกครั้ง
เมื่อกลุ่มคำบอกเจ้าของยาวขึ้น
บางครั้งเติม 's ที่ท้ายกลุ่มคำบอกเจ้าของทั้งหมด เช่น my brother-in-law's car “รถของพี่เขยหรือน้องเขยฉัน” ไม่แทรกเครื่องหมายไว้กลางคำ
ในภาษาพูดอาจพบ the woman next door's dog “สุนัขของผู้หญิงที่อยู่บ้านข้าง ๆ” ซึ่งเครื่องหมายอยู่ท้ายกลุ่มคำทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าประตูเป็นเจ้าของสุนัข แต่เมื่อกลุ่มคำยาวมาก การใช้ of มักอ่านง่ายกว่า เช่น the name of the woman who lives next door “ชื่อของผู้หญิงที่อยู่บ้านข้าง ๆ” สำหรับผู้เริ่มต้นยังไม่จำเป็นต้องสร้างรูปเจ้าของยาว ๆ แบบแรกด้วยตนเอง
รูปที่มีทั้ง of และ 's
a friend of Anna's หมายถึง “เพื่อนคนหนึ่งของแอนนา” รูปนี้ใช้ทั้ง of และ 's ได้จริง ไม่ใช่การเติมซ้ำอย่างผิดกฎ มักใช้เมื่อต้องการพูดถึงคนหนึ่งหรือสิ่งหนึ่งในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของ เช่น:
- I met a friend of Anna's. — ฉันเจอเพื่อนคนหนึ่งของแอนนา
- That's a photo of Anna's. — นั่นเป็นรูปถ่ายใบหนึ่งของแอนนา
เปรียบเทียบ a photo of Anna “รูปถ่ายที่มีแอนนาอยู่ในภาพ” กับ a photo of Anna's “รูปถ่ายใบหนึ่งที่เป็นของแอนนา” รูปที่เป็นของแอนนาอาจถ่ายคนอื่นหรือสถานที่ก็ได้ จึงไม่ควรถือว่าสองวลีนี้แปลเหมือนกันเสมอ
เมื่อเจ้าของเป็นคำแทนคน จะใช้รูปที่ยืนเดี่ยวได้ เช่น a friend of mine “เพื่อนคนหนึ่งของฉัน” ไม่ใช่ a friend of my เรื่องนี้เชื่อมกับการแยกคำที่ต้องมีคำนามตามหลังกับคำที่ใช้แทนวลีทั้งหมด
's ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของทุกครั้ง
's ที่ติดกับชื่อคนอาจเป็นรูปย่อของ is หรือ has ได้ ต้องดูคำที่ตามมา:
- Anna's bag is blue. — กระเป๋าของแอนนาเป็นสีน้ำเงิน: แสดงความเป็นเจ้าของ
- Anna's tired. — แอนนาเหนื่อย: ย่อจาก Anna is tired.
- Anna's finished her work. — แอนนาทำงานเสร็จแล้ว: ย่อจาก Anna has finished her work.
is เป็นรูปของคำกริยาที่ใช้บอกสภาพหรือความเป็นสิ่งใด ส่วน has ในตัวอย่างสุดท้ายเป็นกริยาช่วย (คำที่ช่วยสร้างรูปประโยคของกริยาอีกคำ) ยังไม่ต้องเรียนรูปประโยคสุดท้ายอย่างละเอียดเพื่อใช้เจ้าของได้ เพียงจำว่าไม่ควรเห็น 's แล้วแปลว่า “ของ” ทันทีทุกครั้ง และบางวลีอย่าง Anna's cooking ก็อาจหมายถึง “การทำอาหารของแอนนา” หรือ “แอนนากำลังทำอาหาร” ต้องดูประโยคเต็ม
วิธีฝึกให้ใช้ได้จริง
- ฝึกกลับลำดับจากภาษาไทยพร้อมชี้เจ้าของ เขียนสิ่งใกล้ตัวห้าอย่าง เช่น “โทรศัพท์ของแม่” “ห้องของพี่ชาย” “ของเล่นของเด็ก ๆ” ขีดเส้นใต้เจ้าของก่อน แล้วจึงเรียงภาษาอังกฤษเป็น my mother's phone, my brother's room, the children's toys อย่าเริ่มแปลจากสิ่งของแล้วค่อยคิดว่าจะใส่เจ้าของไว้ที่ไหน
- ทำชุดเปรียบเทียบเจ้าของหนึ่งคนกับหลายคน ลองเขียน the teacher's book, the teacher's books, the teachers' books พร้อมคำแปลว่า “หนังสือของครูหนึ่งคน” “หนังสือหลายเล่มของครูหนึ่งคน” และ “หนังสือของครูหลายคน” จากนั้นเปลี่ยนเป็นนักเรียนหรือเพื่อน วิธีนี้ฝึกแยกจำนวนเจ้าของออกจากจำนวนสิ่งของโดยตรง
- เก็บวลีจากเรื่องที่อ่าน แล้วจัดเป็นสามกลุ่ม แยกวลีที่เติม 's, วลีที่เติมแค่ ', และวลีที่ใช้ of อ่านแต่ละวลีออกเสียงพร้อมความหมาย เมื่อพบสิ่งไม่มีชีวิตที่ใช้ 's อย่ารีบแก้ให้เป็นรูปที่มี of แต่จดทั้งวลีไว้ เพื่อเรียนรู้ว่ากฎพื้นฐานและการเลือกคำตามธรรมชาติทำงานร่วมกันอย่างไร
ก่อนจบ ลองตรวจตัวเองด้วยสามคำถาม: เจ้าของคือใคร? มีหนึ่งคนหรือหลายคน? ถ้าเป็นหลายคน รูปคำลงท้ายด้วย s แล้วหรือยัง? เมื่อตอบได้ครบ ตำแหน่งเครื่องหมายส่วนใหญ่จะชัดเจนขึ้นทันที
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- พื้นฐานที่ควรรู้: คำแสดงความเป็นเจ้าของหน้าคำนาม — เรียนรูป my, your, his, her, its, our, their เพื่อบอกว่าเป็นของใครโดยไม่ต้องเอ่ยชื่อ และเข้าใจว่าทำไมรูปเหล่านี้ไม่เติมเครื่องหมาย '