การเขียนเชิงวิชาการและเป็นทางการในภาษาอังกฤษ
Formal Writing
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนผังไวยากรณ์ภาษาอังกฤษบน Settemila Lingue
สรุปสั้น ๆ
ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการและเป็นทางการเน้น ความชัดเจน หลักฐาน และระดับความมั่นใจที่พอดี ไม่ใช่การใช้คำยากหรือประโยคยาวเสมอไป รูปประโยคที่เน้นสิ่งที่ถูกกระทำ การกล่าวอย่างเผื่อความเป็นไปได้ และการเปลี่ยนการกระทำให้เป็นคำนาม ช่วยจัดข้อมูลให้เหมาะกับรายงานและบทความ แต่ต้องเลือกใช้ตามหน้าที่ของข้อความ ส่วน e.g., i.e., etc., viz. และ cf. มีความหมายต่างกัน จึงใช้แทนกันไม่ได้
ภาพรวม
เมื่อเขียนอีเมลหาเพื่อน เราอาจบอกเพียงว่า “ผลออกมาดีมาก” แต่ในรายงานวิจัย ผู้อ่านต้องรู้ว่าดีขึ้นด้านใด เทียบกับอะไร และหลักฐานรองรับข้อสรุปได้แค่ไหน การเขียนเชิงวิชาการจึงเกี่ยวกับการจัดความคิดพอ ๆ กับการเลือกคำ ส่วนการเขียนเป็นทางการมีขอบเขตกว้างกว่า เช่น หนังสือแจ้งนโยบาย ข้อเสนอเชิงธุรกิจ และจดหมายติดต่อหน่วยงาน ข้อความเหล่านี้ใช้ภาษาสุภาพและตรงประเด็น แต่ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเหมือนบทความวิจัยทั้งหมด
หัวข้อนี้อยู่ในระดับ C2 เพราะต้องตัดสินใจอย่างละเอียดว่าจะเน้นข้อมูลใด แสดงผู้รับผิดชอบชัดแค่ไหน และกล่าวหนักแน่นเพียงใด อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบหลายอย่างคุ้นเคยจากระดับก่อนหน้าแล้ว เป้าหมายคือเลือกและผสมรูปแบบเหล่านั้นให้เหมาะกับผู้อ่าน ไม่ใช่เปลี่ยนทุกประโยคให้ดูซับซ้อนขึ้น
สำหรับผู้ใช้ภาษาไทย ความเป็นทางการอาจชวนให้นึกถึงคำอย่าง “ดำเนินการ” “มีความประสงค์” หรือ “ดังกล่าว” แต่การนำวิธีเพิ่มถ้อยคำเช่นนี้ไปใช้กับภาษาอังกฤษทุกจุดอาจทำให้ประโยคอ้อมและอ่านยาก ควรถามก่อนว่า ผู้อ่านต้องรู้อะไร และถ้อยคำส่วนใดช่วยให้รู้สิ่งนั้นจริง ๆ ภาษาที่สั้นและระบุข้อเท็จจริงชัดเจนก็เป็นทางการได้
หลักการและรูปแบบที่ใช้
1. เลือกว่าจะเน้นผู้ทำหรือสิ่งที่ถูกกระทำ
ประธานคือส่วนของประโยคที่กริยากล่าวถึง ส่วนกริยาคือคำที่บอกการกระทำหรือสภาวะ ในประโยคที่เน้นผู้ทำ ประธานเป็นผู้ลงมือ เช่น The researchers collected the samples. หมายถึง “นักวิจัยเก็บตัวอย่าง” แต่ในประโยคที่เน้นผู้รับการกระทำ ประธานคือสิ่งที่ได้รับการกระทำนั้น เช่น The samples were collected yesterday. หมายถึง “มีการเก็บตัวอย่างเมื่อวานนี้”
รูปที่เน้นผู้รับการกระทำเรียกว่า รูปถูกกระทำ หลักพื้นฐานคือใช้รูปของ be ตามเวลาที่กล่าวถึง ตามด้วยกริยาช่องสาม ซึ่งเป็นรูปกริยาที่ใช้ในโครงสร้างนี้ ไม่ได้แปลว่าเหตุการณ์เกิดในอดีตเสมอไป หากต้องการระบุผู้ทำ ให้เติม by ตามด้วยผู้ทำ
| รูปภาษาอังกฤษ | ความหมาย | จุดที่ต้องสังเกต |
|---|---|---|
| The data are analysed annually. | มีการวิเคราะห์ข้อมูลทุกปี | กล่าวถึงกระบวนการที่ทำเป็นประจำ |
| The data were analysed last month. | มีการวิเคราะห์ข้อมูลเมื่อเดือนที่แล้ว | กล่าวถึงการกระทำในอดีต |
| The data have been analysed. | มีการวิเคราะห์ข้อมูลแล้ว | เน้นว่าการวิเคราะห์เสร็จแล้วในขณะนี้ |
| The data will be analysed next week. | จะมีการวิเคราะห์ข้อมูลสัปดาห์หน้า | กล่าวถึงสิ่งที่จะทำในอนาคต |
| The data should be analysed independently. | ควรวิเคราะห์ข้อมูลโดยอิสระ | ใช้คำแสดงข้อเสนอแนะร่วมกับรูปถูกกระทำ |
รูปถูกกระทำมีประโยชน์ในส่วนอธิบายวิธีวิจัย เพราะขั้นตอนหรือตัวอย่างอาจสำคัญกว่าคนทำ และยังช่วยให้ข้อมูลที่กำลังพูดถึงอยู่เป็นประธานต่อเนื่องกันได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อห้ามทั่วไปว่าบทความวิชาการต้องหลีกเลี่ยงประโยคที่มีผู้ทำ หลายสาขาใช้ We analysed the data. ซึ่งแปลว่า “เราวิเคราะห์ข้อมูล” ได้ตามปกติ โดยเฉพาะเมื่อผู้เขียนต้องแสดงว่าเลือกหรือดำเนินการอะไรเอง
ในภาษาไทย คำว่า “ถูก” มักชวนให้นึกถึงผลเสีย เช่น “ถูกตำหนิ” แต่รูปถูกกระทำในภาษาอังกฤษไม่ได้มีความหมายด้านลบในตัวเอง The proposal was approved. จึงแปลธรรมชาติได้ว่า “ข้อเสนอได้รับการอนุมัติ” ไม่จำเป็นต้องแปลว่า “ถูกอนุมัติ”
2. ปรับความหนักแน่นให้ตรงกับหลักฐาน
การลดความหนักแน่นของข้ออ้างคือการเว้นพื้นที่ให้ความไม่แน่นอนหรือคำอธิบายอื่น ไม่ใช่การทำให้ผู้เขียนดูไม่มั่นใจทุกเรื่อง ในงานวิชาการควรแยก สิ่งที่วัดได้ ออกจาก สิ่งที่อนุมานจากผลนั้น เช่น จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามเป็นข้อเท็จจริงที่ระบุได้ตรง ๆ แต่เหตุผลที่คนตอบอย่างหนึ่งอาจยังเป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องตรวจสอบ
| ถ้อยคำภาษาอังกฤษ | ความหมายโดยประมาณ | หน้าที่ |
|---|---|---|
| may / might | อาจ | เสนอความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน |
| appears to / seems to | ดูเหมือนว่าจะ | บอกว่าข้อสรุปขึ้นกับสิ่งที่สังเกตได้ |
| tends to | มีแนวโน้มที่จะ | กล่าวถึงแนวโน้ม ไม่ใช่ทุกกรณี |
| suggests that | ชี้ว่ามีความเป็นไปได้ว่า | เชื่อมหลักฐานกับข้อสรุปอย่างระมัดระวัง |
| is likely to | มีแนวโน้มว่าจะ | แสดงความเป็นไปได้ค่อนข้างมากในบริบทนั้น |
| in this sample | ในกลุ่มตัวอย่างนี้ | จำกัดขอบเขต ไม่เหมารวมไปยังทุกคน |
| under these conditions | ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ | บอกว่าผลอาจต่างไปเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยน |
คำเหล่านี้ไม่ใช่มาตรวัดความมั่นใจที่มีเปอร์เซ็นต์ตายตัว ความหมายขึ้นกับเนื้อหาและธรรมเนียมของสาขา โดยเฉพาะ may กับ might ไม่ควรเรียนว่าแต่ละคำแทนตัวเลขความน่าจะเป็นแน่นอน
เปรียบเทียบ The results prove that the policy works. “ผลพิสูจน์ว่านโยบายได้ผล” กับ The results suggest that the policy may be effective in small schools. “ผลชี้ว่านโยบายอาจได้ผลในโรงเรียนขนาดเล็ก” ประโยคหลังจำกัดทั้งระดับความแน่นอนและขอบเขตการใช้ หากงานศึกษายังไม่รองรับข้อสรุปทั่วไป รูปหลังเหมาะกว่า
สำหรับผู้ใช้ภาษาไทย ระวังแปล “สามารถ” เป็น can ทุกครั้ง The treatment can reduce pain. หมายถึง “การรักษานี้สามารถลดความเจ็บปวดได้” โดยกล่าวถึงความสามารถหรือผลที่เป็นไปได้ในบางสถานการณ์ ส่วน The treatment may reduce pain. หมายถึง “การรักษานี้อาจลดความเจ็บปวดได้” โดยเน้นความไม่แน่นอนของผล ข้อความสองแบบนี้จึงไม่ได้ตอบคำถามเดียวกันเสียทีเดียว
3. เปลี่ยนการกระทำให้เป็นสิ่งที่พูดถึงได้
คำนามคือคำที่ใช้เรียกคน สิ่งของ เหตุการณ์ หรือแนวคิด การทำให้เป็นคำนาม คือการเปลี่ยนการกระทำหรือคุณสมบัติให้เป็นชื่อของเรื่องนั้น เช่น เปลี่ยน implement “นำไปใช้” เป็น implementation “การนำไปใช้” คล้ายกับการเติม “การ” หรือ “ความ” ในภาษาไทย แต่ภาษาอังกฤษไม่ได้เติมคำเดียวกันหน้ากริยาทุกคำ ต้องเรียนรูปคำที่ใช้จริง
| รูปคำภาษาอังกฤษ | ความหมาย | ข้อควรสังเกต |
|---|---|---|
| implement → implementation | นำไปใช้ → การนำไปใช้ | ใช้กล่าวถึงกระบวนการเป็นเรื่องหนึ่ง |
| investigate → investigation | ตรวจสอบ → การตรวจสอบ | ใช้เป็นหัวข้อของสิ่งที่จะศึกษาเพิ่มเติม |
| decide → decision | ตัดสินใจ → การตัดสินใจ | รูปคำเปลี่ยน ไม่ใช่เพียงเติมส่วนท้ายเหมือนทุกคำ |
| effective → effectiveness | ได้ผล → ประสิทธิผล | เปลี่ยนคำบอกคุณสมบัติเป็นชื่อคุณสมบัตินั้น |
| analyse → analysis | วิเคราะห์ → การวิเคราะห์ | ต้องจดจำรูปคำนามเฉพาะ |
The government implemented the policy in June. แปลว่า “รัฐบาลเริ่มใช้นโยบายในเดือนมิถุนายน” ส่วน The implementation of the policy began in June. แปลว่า “การเริ่มใช้นโยบายเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน” แบบแรกทำให้ผู้รับผิดชอบชัด แบบหลังเปิดทางให้กล่าวต่อเกี่ยวกับการนำไปใช้ เช่น ค่าใช้จ่ายหรืออุปสรรค
รูปคำนามมีประโยชน์เมื่อแนวคิดนั้นจะเป็นประธานของประโยคถัดไป แต่หากเปลี่ยนทุกการกระทำเป็นคำนาม ข้อความจะเต็มไปด้วยคำเชื่อมและซ่อนคนทำ ลองเทียบ We conducted an evaluation of the programme. “เราดำเนินการประเมินโครงการ” กับ We evaluated the programme. “เราประเมินโครงการ” แบบสั้นกว่ามักเหมาะกว่า หากไม่ได้ต้องการเน้นว่าการประเมินเป็นกิจกรรมแยกต่างหาก
4. เลือกคำให้เหมาะกับความสัมพันธ์และสถานการณ์
ระดับภาษาคือความเป็นกันเองหรือเป็นทางการของถ้อยคำ งานวิชาการมักหลีกเลี่ยงคำภาษาพูด คำย่อแบบสนทนา และการประเมินที่ไม่ระบุเกณฑ์ แต่ไม่จำเป็นต้องกำจัดกริยาที่มีหลายคำหรือคำธรรมดาทั้งหมด
| แบบเป็นกันเอง | แบบเหมาะกับรายงานมากกว่า | ความหมายหรือเหตุผลที่ปรับ |
|---|---|---|
| We found out why it failed. | We identified the reasons for the failure. | เราระบุเหตุผลของความล้มเหลวได้ เน้นสิ่งที่ค้นพบอย่างเป็นระบบ |
| A lot of people left. | Many participants withdrew. | ผู้เข้าร่วมจำนวนมากถอนตัว ระบุบทบาทและการกระทำให้ชัดขึ้น |
| The results were really good. | The results showed a substantial improvement. | ผลแสดงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างมาก บอกลักษณะของผลแทนความรู้สึก |
| We can't confirm this yet. | We cannot confirm this at present. | ขณะนี้เรายังยืนยันเรื่องนี้ไม่ได้ ใช้รูปเต็มในข้อความเป็นทางการ |
| Please send us the figures. | Please provide the figures by Friday. | กรุณาส่งตัวเลขภายในวันศุกร์ การระบุสิ่งที่ต้องการและกำหนดเวลาช่วยให้คำขอชัดเจน |
ตารางนี้เป็นการปรับตามบริบท ไม่ใช่รายการคำต้องห้าม find out หรือ a lot of ไม่ผิดไวยากรณ์ และประโยคคำขอแบบแรกก็สุภาพได้ การเปลี่ยนคำต้องไม่เปลี่ยนข้อเท็จจริง เช่น participants ใช้แทน “คน” ได้ก็ต่อเมื่อคนเหล่านั้นเป็นผู้เข้าร่วมจริง
5. ใช้คำย่อละตินตามความหมาย ไม่ใช่เพื่อประดับข้อความ
คำย่อต่อไปนี้พบได้ในวงเล็บ เชิงอรรถ และข้อความทางวิชาการ ควรรู้หน้าที่ก่อนใช้ ไม่จำเป็นต้องท่องวลีละตินเต็มเพื่อเขียนได้ถูกต้อง
| คำย่อ | ความหมายและหน้าที่ | วิธีเลือกใช้ |
|---|---|---|
| e.g. | เช่น ใช้ยกตัวอย่างบางรายการ | รายการที่ตามมาไม่ได้ครอบคลุมทุกอย่าง |
| i.e. | กล่าวคือ ใช้ระบุความหมายหรือขยายให้ตรงขึ้น | สิ่งที่ตามมาคือการอธิบายว่าหมายถึงอะไร ไม่ใช่แค่ตัวอย่าง |
| etc. | และอื่น ๆ ในประเภทเดียวกัน | ใช้เมื่อผู้อ่านเข้าใจว่ารายการยังมีต่อ |
| viz. | ได้แก่ หรือ กล่าวให้เฉพาะเจาะจงคือ | ใช้แจกแจงสิ่งที่กล่าวถึง พบไม่บ่อยและมักแทนด้วยคำเต็มได้ |
| cf. | ให้เปรียบเทียบกับ | ชี้ให้เทียบกับแหล่งข้อมูลอื่น ไม่ได้ยืนยันว่าแหล่งนั้นสนับสนุนข้ออ้างโดยตรง |
We examined several costs, e.g., travel and accommodation. หมายถึง “เราตรวจสอบค่าใช้จ่ายหลายประเภท เช่น ค่าเดินทางและค่าที่พัก” ยังอาจมีประเภทอื่น ส่วน We examined two costs, i.e., travel and accommodation. หมายถึง “เราตรวจสอบค่าใช้จ่ายสองประเภท กล่าวคือ ค่าเดินทางและค่าที่พัก” เป็นการบอกว่าทั้งสองประเภทคืออะไร
ตัวอย่างในบทนี้ใช้จุลภาคหลัง e.g., i.e. และ viz. แต่คู่มือรูปแบบการเขียนแต่ละแห่งอาจกำหนดต่างกัน รวมถึงการมีจุดและตำแหน่งที่อนุญาตให้ใช้ ควรยึดคู่มือของวารสารหรือหน่วยงานนั้นให้สม่ำเสมอ หากคำย่อทำให้ข้อความสะดุด ใช้ for example “ตัวอย่างเช่น”, that is “กล่าวคือ” หรือ namely “ได้แก่” แทนได้
ไม่ควรเติม etc. ท้ายรายการที่เริ่มด้วย e.g. โดยอัตโนมัติ เพราะคำแรกก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเพียงตัวอย่าง และไม่ควรใช้ etc. ปิดรายการที่ต้องครบถ้วน เช่น เงื่อนไขการคัดเลือกผู้เข้าร่วม หากเขียน etc. ไว้ท้ายประโยค ใช้จุดเดิมปิดประโยคได้ ไม่ต้องเติมจุดอีกจุด
ตัวอย่างในบริบท
ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงทั้งข้อความในบทความ รายงาน และการติดต่อเป็นทางการ บางประโยคใช้หลายวิธีร่วมกัน แต่คำแปลไทยเน้นความหมาย ไม่บังคับเลียนแบบโครงสร้างอังกฤษทุกคำ
| ภาษาอังกฤษ | ความหมายภาษาไทย | จุดสังเกต |
|---|---|---|
| It is widely acknowledged that access to education affects employment opportunities. | เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าการเข้าถึงการศึกษาส่งผลต่อโอกาสในการทำงาน | กล่าวถึงสิ่งที่เป็นที่ยอมรับ แต่ในงานวิชาการยังควรมีแหล่งอ้างอิงรองรับ |
| Further investigation is warranted. | มีเหตุผลสมควรที่จะศึกษาตรวจสอบเพิ่มเติม | เสนอความจำเป็นในการศึกษาต่ออย่างเป็นทางการ |
| The implementation of the policy was delayed by budget constraints. | การนำนโยบายไปใช้ล่าช้าเนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ | ใช้รูปคำนามเพื่อเน้นกระบวนการ แล้วอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับกระบวนการนั้น |
| Several factors contribute to the delay, viz., cost, time, and resources. | มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความล่าช้า ได้แก่ ค่าใช้จ่าย เวลา และทรัพยากร | แจกแจงปัจจัยที่กล่าวถึงอย่างเฉพาะเจาะจง |
| The samples were stored at a constant temperature. | ตัวอย่างถูกเก็บไว้ที่อุณหภูมิคงที่ | เน้นวิธีจัดการตัวอย่าง ไม่ได้เน้นผู้ทำ |
| We excluded incomplete responses from the analysis. | เราไม่นำคำตอบที่ไม่ครบถ้วนมารวมในการวิเคราะห์ | ระบุการตัดสินใจของผู้วิจัยโดยตรง |
| These findings suggest that the intervention may improve attendance. | ข้อค้นพบเหล่านี้ชี้ว่ามาตรการดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มการมาเรียน | ลดความหนักแน่นของข้อสรุปให้เหมาะกับหลักฐาน |
| The association was observed only in this sample. | พบความสัมพันธ์ดังกล่าวเฉพาะในกลุ่มตัวอย่างนี้ | จำกัดขอบเขตของผลที่รายงาน |
| The survey included urban areas, e.g., Bangkok and Chiang Mai. | แบบสำรวจครอบคลุมพื้นที่เมือง เช่น กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ | ยกตัวอย่างพื้นที่ ไม่ได้บอกรายการทั้งหมด |
| Only complete responses were analysed, i.e., responses containing answers to every item. | วิเคราะห์เฉพาะคำตอบที่ครบถ้วน กล่าวคือ คำตอบที่ตอบครบทุกข้อ | อธิบายว่าเกณฑ์ความครบถ้วนหมายถึงอะไร |
| The appendix lists routine expenses such as stationery, postage, etc. | ภาคผนวกระบุค่าใช้จ่ายประจำ เช่น เครื่องเขียน ค่าส่งไปรษณีย์ และค่าใช้จ่ายอื่นในลักษณะเดียวกัน | รายการยังไม่ครบ แต่ประเภทของสิ่งที่ต่อท้ายพอเข้าใจได้ |
| The two accounts differ in their treatment of motivation (cf. Section 4). | คำอธิบายทั้งสองต่างกันในวิธีอธิบายแรงจูงใจ โดยให้เปรียบเทียบกับหัวข้อที่ 4 | ชี้ไปยังข้อความสำหรับเปรียบเทียบ |
| We would appreciate clarification of the eligibility criteria. | เราจะขอบคุณหากได้รับคำชี้แจงเกี่ยวกับเกณฑ์คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ | คำขออย่างสุภาพ เหมาะกับการติดต่อเป็นทางการ |
| Although the effect was small, it remained consistent across the three trials. | แม้ผลที่เกิดขึ้นจะมีขนาดเล็ก แต่ก็ยังสม่ำเสมอในการทดลองทั้งสามครั้ง | ยอมรับข้อจำกัดพร้อมระบุสิ่งที่หลักฐานยังสนับสนุน |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
1. เติมคำกริยามากเกินไปในรูปถูกกระทำ
- ผิด: The samples were collecteded yesterday.
- ถูก: The samples were collected yesterday.
- ความหมาย: มีการเก็บตัวอย่างเมื่อวานนี้
collected เป็นกริยาช่องสามอยู่แล้ว ไม่ต้องเติมส่วนท้ายซ้ำ ต้องตรวจทั้งรูปของ be และกริยาช่องสาม โดยเฉพาะกริยาที่เปลี่ยนรูปไม่ตามแบบ เช่น write → written “เขียน”
2. ให้กริยาตามคำที่อยู่ใกล้ แทนที่จะตามประธานหลัก
- ผิด: The implementation of the policies were delayed.
- ถูก: The implementation of the policies was delayed.
- ความหมาย: การนำนโยบายเหล่านั้นไปใช้ล่าช้า
พจน์คือการแสดงว่าเป็นหนึ่งสิ่งหรือหลายสิ่ง ประธานหลักในที่นี้คือ implementation ซึ่งเป็นเอกพจน์หรือหนึ่งเรื่อง ไม่ใช่ policies ที่เป็นพหูพจน์หรือหลายรายการ จึงใช้ was การทำให้เป็นคำนามมักสร้างกลุ่มคำยาว ควรหาแกนหลักของกลุ่มคำนั้นก่อนเลือกกริยา
3. ใช้คำย่อสำหรับขยายความแทนคำย่อสำหรับยกตัวอย่าง
- ไม่ตรงความหมายที่ต้องการ: Several cities were surveyed, i.e., Bangkok.
- ตรงกว่าเมื่อกรุงเทพฯ เป็นเพียงตัวอย่าง: Several cities were surveyed, e.g., Bangkok.
- ความหมาย: มีการสำรวจหลายเมือง เช่น กรุงเทพฯ
ประโยคแรกชวนให้อ่านว่า “หลายเมือง” หมายถึงกรุงเทพฯ เมืองเดียว หากต้องการยกตัวอย่างให้ใช้ e.g. แต่หากต้องการให้รายการครบ ต้องแจกแจงเมืองทั้งหมดและใช้ถ้อยคำที่ตรงกับจำนวนจริง
4. ใช้คำลดความมั่นใจจนข้อเท็จจริงพร่าเลือน
- ไม่เหมาะกับข้อมูลที่ตรวจนับแล้ว: There might possibly have been 120 participants.
- เหมาะกว่า: The study included 120 participants.
- ความหมาย: การศึกษานี้มีผู้เข้าร่วม 120 คน
หากตรวจจำนวนแน่นอนแล้ว ให้ระบุตรง ๆ คำแสดงความไม่แน่นอนควรอยู่กับข้อสรุปที่ยังไม่แน่ ไม่ใช่แทรกในทุกประโยคเพื่อให้ดูเป็นวิชาการ ทั้งสองประโยคไม่จำเป็นต้องผิดไวยากรณ์ แต่เหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน
5. เข้าใจว่ายิ่งใช้คำนามซ้อนกันยิ่งเป็นทางการ
- อ้อมเกินจำเป็น: We carried out the implementation of an evaluation of the programme.
- ชัดกว่า: We evaluated the programme.
- ความหมาย: เราประเมินโครงการ
รูปแรกไม่ได้ช่วยระบุวิธีหรือผลของการประเมิน เพียงเพิ่มชั้นของคำ หากต้องการเน้นการเริ่มใช้กระบวนการประเมินจริง ๆ ค่อยเขียนความหมายนั้นให้ชัด แต่ไม่ควรเพิ่มชั้นคำโดยไม่มีหน้าที่
6. เชื่อมสองประโยคด้วยจุลภาคเพียงตัวเดียว
- ผิดในงานเขียนมาตรฐาน: The sample was small, the findings should be interpreted cautiously.
- ถูก: The sample was small; therefore, the findings should be interpreted cautiously.
- ความหมาย: กลุ่มตัวอย่างมีขนาดเล็ก ดังนั้นจึงควรตีความข้อค้นพบอย่างระมัดระวัง
แต่ละส่วนเป็นประโยคที่สมบูรณ์ในตัวเอง จุลภาคอย่างเดียวจึงไม่พอ ใช้เครื่องหมายอัฒภาค ; เพื่อแยกประโยคที่เกี่ยวข้องกัน หรือแยกเป็นสองประโยคด้วยจุดก็ได้ คำอย่าง therefore “ดังนั้น” ไม่ได้ทำหน้าที่เชื่อมสองประโยคเหมือน and โดยอัตโนมัติ
ข้อสังเกตเรื่องการใช้จริง
ความเป็นทางการไม่เหมือนกันทุกประเภทข้อความ
รายงานผลวิจัยควรบอกหลักฐาน วิธี และข้อจำกัด ส่วนอีเมลทางการควรบอกจุดประสงค์ สิ่งที่ขอ และเวลาที่เกี่ยวข้อง การเปิดอีเมลด้วยถ้อยคำยาวแบบราชการไม่ได้ทำให้สุภาพกว่าคำขอสั้นที่ให้ข้อมูลครบเสมอไป
รูปย่ออย่าง don't และ can't มักเปลี่ยนเป็น do not และ cannot ในรายงานที่เป็นทางการมาก แต่รูปย่ออาจเหมาะในอีเมลเชิงธุรกิจบางแบบ ขึ้นกับความสัมพันธ์และรูปแบบขององค์กร จึงควรแยก “ไม่เหมาะกับงานชิ้นนี้” ออกจาก “ผิดภาษาอังกฤษ”
การใช้คำแทนผู้เขียนขึ้นกับสาขา
บางสาขายอมรับ I “ฉัน/ข้าพเจ้า” หรือ we “เรา” บางสาขานิยมรูปที่ไม่กล่าวถึงผู้เขียนโดยตรง ไม่มีหลักสากลว่าต้องห้ามใช้คำเหล่านี้ ควรดูข้อกำหนดและตัวอย่างงานคุณภาพในสาขานั้น หากต้องอธิบายการตัดสินใจของตน การระบุผู้ทำอาจชัดกว่าการเขียนว่า “มีการตัดสินใจ”
ระวัง we ที่เปลี่ยนความหมายไปมา บางครั้งหมายถึงคณะผู้วิจัย บางครั้งรวมผู้อ่านด้วย หากผู้อ่านต้องรู้ว่าใครเก็บข้อมูล ให้ใช้ความหมายที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ
คำกล่าวว่าทุกคนยอมรับไม่ได้แทนการอ้างหลักฐาน
It is widely acknowledged that… หมายถึง “เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า…” เป็นรูปเปิดข้อความที่พบได้ แต่ไม่ได้ทำให้ข้ออ้างนั้นน่าเชื่อถือโดยตัวเอง หากยังมีข้อถกเถียง การบอกว่า “ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง” อาจแรงเกินไป ควรระบุว่าแหล่งใดเสนอความคิดนั้น หรือกล่าวเพียงว่ามีหลักฐานบางส่วนสนับสนุน
ในทำนองเดียวกัน Further investigation is warranted. ไม่ได้แปลว่า “ต้องมีการศึกษาเพิ่ม” อย่างเด็ดขาดเสมอไป แต่หมายถึงมีเหตุผลสมควรให้ตรวจสอบต่อ ข้อเสนอแบบนี้จะมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อบอกต่อว่าต้องตรวจสอบอะไรและเพราะเหตุใด
คำเชื่อมต้องตรงกับความสัมพันธ์จริง
However “อย่างไรก็ตาม” ใช้แสดงความต่างหรือข้อจำกัด therefore “ดังนั้น” ใช้แสดงผลที่ตามจากเหตุผลก่อนหน้า และ moreover “ยิ่งไปกว่านั้น” ใช้เพิ่มประเด็นที่ไปในทิศทางเดียวกัน อย่าเติมคำเหล่านี้เพียงเพื่อให้ย่อหน้าดูเป็นวิชาการ หากข้อมูลไม่ได้เป็นเหตุผลของกันและกัน การเติม “ดังนั้น” จะสร้างความสัมพันธ์ที่หลักฐานไม่รองรับ
การใช้ขั้นสูงและประเด็นที่ควรรู้เพิ่มเติม
วางข้อมูลเดิมก่อนข้อมูลใหม่
ประโยคที่อ่านลื่นมักเริ่มจากเรื่องที่ผู้อ่านรู้แล้ว แล้วจึงเพิ่มข้อมูลใหม่ รูปถูกกระทำและรูปคำนามช่วยเรื่องนี้ได้ แต่ไม่ใช่เป้าหมายในตัวเอง ลองอ่านคู่ประโยคต่อไปนี้
The committee introduced a new policy. The policy was implemented in three stages.
ความหมายคือ “คณะกรรมการเสนอใช้นโยบายใหม่ นโยบายนี้ถูกนำไปใช้เป็นสามระยะ” ประโยคที่สองเริ่มด้วยนโยบายซึ่งเพิ่งกล่าวถึง ผู้อ่านจึงตามเรื่องได้ง่าย หากต้องการเน้นความรับผิดชอบแทน อาจเขียน The regional offices implemented the policy in three stages. “สำนักงานภูมิภาคนำนโยบายไปใช้เป็นสามระยะ” ทั้งสองแบบเหมาะได้ ขึ้นกับว่าย่อหน้านั้นพูดเรื่องกระบวนการหรือผู้รับผิดชอบ
การทำให้เป็นคำนามยังใช้สรุปข้อมูลก่อนหน้าได้ เช่น The response rate increased. This increase improved the reliability of the estimates. หมายถึง “อัตราการตอบกลับเพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นนี้ช่วยให้ค่าประมาณน่าเชื่อถือขึ้น” รูป this increase ทำให้หยิบเหตุการณ์ก่อนหน้ามาอธิบายต่อได้อย่างกระชับ
แยกผลที่พบออกจากคำอธิบายผล
เวลาเลือกความหนักแน่น ลองแบ่งข้อความเป็นสามชั้น ได้แก่ สิ่งที่สังเกตได้ การตีความ และข้อเสนอในการนำไปใช้ ไม่ควรให้ทั้งสามชั้นใช้ระดับความมั่นใจเดียวกันโดยไม่ตรวจหลักฐาน
Attendance increased by 8%. This increase may reflect improved transport access. The findings suggest that transport support merits further evaluation.
ความหมายคือ “การมาเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 การเพิ่มขึ้นนี้อาจสะท้อนการเดินทางที่สะดวกขึ้น ข้อค้นพบชี้ว่าควรประเมินมาตรการสนับสนุนการเดินทางเพิ่มเติม” ประโยคแรกระบุผลที่วัดได้ ประโยคที่สองเสนอคำอธิบาย และประโยคที่สามเสนอขั้นตอนต่อไป การจัดแบบนี้ทำให้ผู้อ่านเห็นว่าความแน่นอนสิ้นสุดตรงไหน
การพบความสัมพันธ์ระหว่างสองสิ่งก็ยังไม่ใช่การพิสูจน์ว่าอย่างหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกอย่าง หากข้อมูลเพียงแสดงว่าผู้ที่ได้รับการสนับสนุนเดินทางมาเรียนมากขึ้น ต้องตรวจว่าปัจจัยอื่นอาจอธิบายผลนั้นหรือไม่ ก่อนเลือกคำที่แปลว่า “ทำให้”
ใช้โครงสร้างรายงานความคิดโดยไม่ทำให้ความรับผิดชอบหายไป
It is argued that the current framework is inadequate. หมายถึง “มีข้อเสนอว่ากรอบที่ใช้อยู่ไม่เพียงพอ” เป็นโครงสร้างที่ทำให้ข้ออ้างเด่นกว่าผู้เสนอ แต่หากกำลังทบทวนงานของบุคคลหนึ่ง ควรระบุชื่อหรือแหล่งอ้างอิง มิฉะนั้นผู้อ่านไม่รู้ว่าใครเสนอและควรตรวจสอบที่ใด
อีกแบบคือ The current framework is considered inadequate. “กรอบที่ใช้อยู่ได้รับการมองว่าไม่เพียงพอ” แบบนี้เหมาะเมื่อกรอบนั้นเป็นหัวข้อหลักอยู่แล้ว แต่ยังต้องพิจารณาว่าจำเป็นต้องบอกหรือไม่ว่าใครเป็นผู้ประเมิน การละผู้ทำเป็นเครื่องมือจัดข้อมูล ไม่ใช่วิธีหลีกเลี่ยงการรับผิดชอบต่อข้ออ้าง
อย่าให้ส่วนขยายไปเกาะผิดคน
ส่วนขยายคือข้อความที่เติมรายละเอียดให้คำหรือประโยค เมื่อนำข้อความย่อไปวางต้นประโยค ผู้อ่านมักเข้าใจว่าผู้ทำในข้อความนั้นคือประธานของประโยคหลัก จึงต้องให้ทั้งสองส่วนสอดคล้องกัน
- ชวนเข้าใจผิด: Using the questionnaire, the results were collected.
- ชัดเจน: Using the questionnaire, we collected the responses.
- ความหมายของแบบที่ชัดเจน: เราเก็บคำตอบโดยใช้แบบสอบถาม
แบบแรกทำให้ “ผล” ดูเหมือนเป็นผู้ใช้แบบสอบถาม หากไม่ต้องการระบุผู้ทำ เขียน The responses were collected using the questionnaire. “มีการเก็บคำตอบด้วยแบบสอบถาม” ได้ ประเด็นนี้สำคัญเมื่อผสมข้อความย่อต้นประโยคกับรูปถูกกระทำ
รักษารูปแบบของรายการให้ขนานกัน
เมื่อแจกแจงเป้าหมายหรือขั้นตอน แต่ละรายการควรมีรูปแบบคล้ายกัน เช่น ใช้คำกริยาทั้งหมดหรือคำนามทั้งหมด อย่าสลับรูปโดยไม่มีเหตุผล
The study aims to identify barriers, assess costs, and propose solutions.
ความหมายคือ “การศึกษานี้มุ่งระบุอุปสรรค ประเมินค่าใช้จ่าย และเสนอแนวทางแก้ไข” กริยาทั้งสามใช้ to ที่อยู่ต้นรายการร่วมกันได้ การจัดรูปแบบให้ขนานกันช่วยให้เห็นว่าสามส่วนมีฐานะเป็นเป้าหมายระดับเดียวกัน โดยไม่ต้องเพิ่มถ้อยคำอ้อม ๆ
วิธีฝึกให้ใช้ได้จริง
- แก้ข้อความเดียวในสองบริบท เลือกข้อความสั้นเกี่ยวกับงานหรือการเรียน แล้วเขียนเป็นอีเมลถึงเพื่อนร่วมงานหนึ่งแบบและย่อหน้ารายงานอีกแบบ เปลี่ยนเฉพาะสิ่งที่มีเหตุผล เช่น รูปย่อ ความเฉพาะเจาะจง และระดับความมั่นใจ จากนั้นตรวจว่าข้อเท็จจริงยังเหมือนเดิม อย่าเพิ่มความหมายใหม่เพียงเพราะคำดูเป็นทางการกว่า
- ทำเครื่องหมายตามหน้าที่ของประโยค ในย่อหน้าที่เขียนเอง ขีดเส้นใต้ข้อเท็จจริง วงข้อสรุป และทำเครื่องหมายข้อเสนอแนะ ตรวจว่าคำอย่าง may “อาจ” หรือ suggests “ชี้ว่ามีความเป็นไปได้” อยู่ในตำแหน่งที่จำเป็นหรือไม่ แล้วตรวจทุกประโยคที่ละผู้ทำว่าอ่านแล้วรู้ผู้รับผิดชอบพอหรือยัง
- ฝึกย่อโดยไม่เสียสาระ หาโครงสร้างคำนามยาวสามจุดแล้วลองเปลี่ยนเป็นกริยา เปรียบเทียบว่าแบบใดทำให้หัวข้อของย่อหน้าชัดกว่า สุดท้ายตรวจคำย่อแต่ละคำ โดยแทนด้วยความหมายไทยในใจ ถ้าแทน i.e. ด้วย “กล่าวคือ” แล้วไม่สมเหตุสมผล อาจต้องใช้ e.g. “เช่น” หรือเขียนคำเต็มแทน
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
- พื้นฐานที่ควรทบทวน: การกล่าวอย่างระมัดระวังและเผื่อความเป็นไปได้ — ช่วยเลือกความหนักแน่นของข้ออ้างให้ตรงกับหลักฐาน
- เรียนต่อเพื่อปรับตามสถานการณ์: การปรับระดับภาษาและรูปแบบการสื่อสาร — ช่วยแยกภาษาในงานวิจัย การติดต่อทางการ และการสนทนา โดยไม่เปลี่ยนสาระสำคัญ